

ขนมบ้าเป็นหนึ่งในขนมที่ใช้สำหรับทำบุญและนำไปประกอบพิธี ตั้งเปรต ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของเทศกาลสารทเดือนสิบ ชาวบ้านจะจัดขนมและอาหารต่าง ๆ เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ ญาติผู้ล่วงลับ หรือที่เรียกกันว่า “ตายาย” และ “เปรตชน” หัวใจสำคัญของขนมชนิดนี้ไม่ได้อยู่เพียงรสชาติ แต่ยังอยู่ที่ รูปร่างและความหมายที่ซ่อนอยู่ เพราะขนมบ้ามีลักษณะคล้าย ลูกสะบ้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการละเล่นพื้นบ้านของคนในอดีต จึงมีการนำขนมชนิดนี้มาเป็นสัญลักษณ์แทนลูกสะบ้า และเชื่อมโยงเข้ากับการละเล่น “เล่นบ้า” ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่คนรุ่นก่อนรู้จักกันดี

ขนมบ้าแบบดั้งเดิมทำจากวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น โดยมี มันเทศ หรือที่ชาวใต้บางพื้นที่เรียกว่า “มันล่า” เป็นส่วนประกอบหลัก นำมาต้มจนสุก ก่อนนำมาผสมกับแป้ง น้ำตาล และส่วนผสมอื่น ๆ แล้วนวดคลุกเคล้าให้เข้ากัน สูตรหนึ่งประกอบด้วย แป้งข้าวเหนียว 125 กรัม มันเทศต้มสุก 250 กรัม น้ำตาล 45 กรัม งาขาว 30 กรัม ไข่ไก่ 1 ฟอง เกลือ 1 ช้อนชา และน้ำสะอาดประมาณ 100 มิลลิลิตร โดยสามารถปรับสัดส่วนได้ตามลักษณะของมันเทศและเนื้อแป้ง เมื่อได้เนื้อขนมที่เหนียวนุ่มพอดีแล้ว จึงนำมาปั้นเป็นก้อนกลม หรือคลึงให้แบนเป็นรูปคล้ายลูกสะบ้า ก่อนนำไปทอดในน้ำมันจนด้านนอกเหลืองกรอบ กลิ่นหอมของงาผสมกับรสหวานอ่อน ๆ ของมันเทศ กลายเป็นขนมพื้นบ้านที่เรียบง่ายแต่มีเรื่องราวอยู่ภายใน

ในมิติของประเพณี ขนมบ้าไม่ได้เป็นเพียงอาหารสำหรับรับประทาน แต่เป็น “ขนมแห่งความเชื่อ” ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนที่ล่วงลับไปแล้ว การนำขนมไปทำบุญและตั้งเปรต จึงเปรียบเสมือนการส่งต่อความปรารถนาดีและผลบุญไปยังบรรพบุรุษ ขณะที่รูปลักษณ์ของขนมซึ่งสื่อถึงลูกสะบ้า ก็ทำให้ขนมชนิดนี้เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและการละเล่นของคนใต้ในอดีต นี่จึงเป็นเหตุผลที่ขนมบ้ายังคงปรากฏอยู่ในสำรับขนมเดือนสิบ แม้รูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนจะเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วก็ตาม

แม้ ขนมบ้าแบบโบราณจะไม่มีไส้ แต่ปัจจุบันภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถนำมาต่อยอดให้เข้ากับพฤติกรรมการบริโภคยุคใหม่ได้ เช่น การเพิ่มไส้ ถั่วเหลือง ถั่วแดง หมู หรือไก่ เพื่อสร้างรสชาติและรูปแบบที่หลากหลาย
การพัฒนาดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการทิ้งสูตรดั้งเดิม แต่เป็นการนำองค์ความรู้เดิมมาสร้างทางเลือกใหม่ ขนมบ้าจึงสามารถขยับจากขนมที่ทำเฉพาะช่วงเทศกาล ไปสู่ อาหารว่างหรือของฝากประจำชุมชน ได้
โดยเฉพาะการนำมารับประทานคู่กับกาแฟในมื้อเช้า หรือพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์สวยงามสำหรับจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ก็สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบพื้นบ้าน และสร้างรายได้กลับคืนสู่คนในชุมชน

ขนมบ้าจึงเป็นมากกว่าขนมทอดธรรมดา เพราะในหนึ่งชิ้นมีทั้ง วัตถุดิบจากท้องถิ่น ภูมิปัญญาการทำอาหาร ความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษ ประเพณีสารทเดือนสิบ และร่องรอยการละเล่นพื้นบ้านของคนรุ่นก่อน
จากมันเทศ แป้ง น้ำตาล และงา กลายเป็นขนมที่ส่งต่อความทรงจำจากรุ่นสู่รุ่น และในวันนี้ ขนมบ้าก็ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ด้วยการปรับรูปแบบให้เข้ากับยุคสมัย โดยไม่จำเป็นต้องสูญเสียรากเหง้าของตัวเอง
เพราะขนมบ้าหนึ่งชิ้น ไม่ได้มีเพียงรสชาติของความหวานกรอบ แต่ยังมีเรื่องราวของ “ตายาย” และวิถีชีวิตคนใต้ซ่อนอยู่ในทุกคำ
ขอบคุณภาพและข้อมูล : Cultural Map Thailand, ฐานข้อมูลท้องถิ่นภาคใต้-มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
จากตำนานเทพปราบอสูร สู่เจ้าพ่อเสือ ศูนย์รวมศรัทธาแห่งหาดใหญ่
27 กันยายน 2569 | 62หอดูดาวสงขลา ประตูสู่จักรวาลบนเขารูปช้าง
20 กันยายน 2569 | 1,283กล้วยนาค กล้วยพื้นถิ่นสี “นาก” จากสวนพื้นบ้าน สู่คุณค่าที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยรู้จัก
20 กันยายน 2569 | 1,188ตำนานเทพแห่งปัญญา สู่แลนด์มาร์กแห่งศรัทธาเมืองชายแดนสะเดา
13 กันยายน 2569 | 667ตำนาน “ยำสาย” อาหารพื้นบ้านเกาะยอที่อยู่คู่ชุมชนมากว่า 100 ปี
13 กันยายน 2569 | 51ย้อนรอยสะเดา 87 ปี จากเมืองไร้ไฟฟ้า สู่ศูนย์กลางชายแดน
6 กันยายน 2569 | 565งานที่สั่งวันนี้อยากทำให้เสร็จตั้งแต่เมื่อวาน จากรุ่นสู่รุ่น โรงเรียนสะเดา"ขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์"
6 กันยายน 2569 | 899เปิดประวัติ "วัดขวด" จะนะ แลนด์มาร์กพุทธศิลป์จากขวดเหลือใช้
19 กรกฎาคม 2569 | 3,295