
หากพูดถึงสัญลักษณ์ของจังหวัดสงขลาตามข้อมูลราชการแล้ว สิ่งที่ปรากฏคงจะเป็นรูป "ตราสังข์บนพาน" แต่หากคุณถามเด็กวัยรุ่นยุคใหม่ๆหรือค้นหาคำว่า "สงขลา" ในเว็บพี่กุ๊ก (google.com) เชื่อว่าสิ่งที่ได้กลับมาคงจะเป็นรูปปั้นนางเงือกบนโขดหิน ณ แหลมสมิหลาเป็นแน่แท้ จนคนในยุคนี้แทบจะลืมเจ้าสังข์น้อยกันไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวหรือการจัดกิจกรรมใดๆที่เกี่ยวข้องกับสงขลา ย่อมมีสัญลักษณ์นางเงือกเข้าไปผัวพันอยู่บ่อยครั้ง ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่และเด็กยุคใหม่จะคิดว่านางเงือกคือสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสงขลา

ณ หาดทรายสีขาวบริสุทธิ์อย่าง "แหลมสมิหลา" เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสงขลา ซึ่งหากใครมีโอกาสได้มาเยี่ยมเยือนจังหวัดแห่งนี้ก็ต้องมาหยุดแวะถ่ายภาพและสัมผัสกลิ่นอายทะเลอันแสนบริสุทธิ์ โดยแหลมสมิหลาเรียกได้ว่าเป็นเสมือนห้องรับแขกและห้องต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเลยก็ว่าได้ ตลอดแนวชายหาดมีบรรยากาศของทิวสนอันร่มรื่น มีร้านอาหารนานาชนิด อีกทั้งยังมีการจัดทำสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายขึ้นด้วย หากมองลงไปในทะเลก็จะมีฉากของเกาะหนูและเกาะแมวแสนสวยโผล่พ้นท้องทะเลสีคราม อันเป็นภาพคุ้นตาคุ้นชินของบรรดาเด็กสงขลาอย่างเราๆ ซึ่งเวลาวันหยุดพ่อแม่ก็มักจะพามานั่งกินของและเล่นน้ำทะเลอยู่บ่อยครั้ง บริเวณแหลมสมิหลามีโขดหินสีดำยื่นลงไปในทะเล อันเป็นที่ตั้งของ "นางเงือกสีทอง" วางตระหง่านอยู่บนโขดหินดังกล่าวอย่างสง่างามและมีเสน่ห์เป็นยิ่งนัก

ประติมากรรมนางเงือกสีทองในท่านั่งหวีผมถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2509 คามดำริของนายชาญ กาญจาคพันธุ์ ปลัดจังหวัดสงขลา ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองสงขลาด้วย โดยให้ อาจารย์ จิตร บัวบุศย์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเพาะช่าง เป็นผู้ปั้นหล่อจากบรอนซ์รมดำ โดยใช้งบประมาณของเทศบาล 60,000 บาท ตั้งชื่อว่า “เงือกทอง” หรือ "Golden Mermaid" เพื่อเป็นสัญลักษณ์และจุดท่องเที่ยวของแหลมสมิหลามาจนถึงทุกวันนี้ จากวันนั้นถึงวันนี้เงือกสาวบนโขดหินก็มีอายุร่วม 50 ปี (คงจะแก่แล้วล่ะ)

ตำนานนางเงือก
ตามนิยายปรัมราไทยสมัยโบราณตามคำบอกเล่าของ ขุนวิจิตรมาตรา กล่าวไว้ว่า วันดีคืนดีจะมีนางเงือกมานั่งหวีผมด้วยหวีทองคำบริเวณชายหาด วันหนึ่งบังเอิญมีชาวประมงเดินผ่านมา นางเงือกก็ตกใจกระโดดลงไปในทะเลลืมหวีทองคำทิ้งเอาไว้ ชาวประมงพบหวีทองคำและเก็บรักษาเอาไว้ ในทุกๆวันเขาจะไปนั่งรอคอยนางเงือกอยู่ที่หาดแห่งนั้น แต่นางเงือกก็ไม่กลับมาปรากฏกายให้เห็นอีกเลย

ด้วยองค์ประกอบต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นชายหาดที่มีความสวยงามสะอาดตาและบรรยากาศที่ร่มรื่น ตำนานเรื่องเล่า หรือแม้กระทั่งร้านอาหารทะเลที่เปิดอยู่เรียงราย มีฉากหลังของนางเงือกที่เป็นเกาะหนูเกาะแมว ส่งผลให้นางเงือกเป็นสิ่งที่สะดุดตาและประทับใจต่อผู้พบเห็น แม้ว่าประติมากรรมนางเงือกจะถูกสร้างขึ้นมาเป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษแต่นางเงือกสีทองในท่านั่งหวีผมยังคงตั้งตระหง่านอยู่บนโขดหินสีดำอวดทุกสายตาต่อผู้ที่มาพบเห็น เธอยังคงเฝ้ามองวิถีชีวิตของชาวสงขลาและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
นาทวี | ลุยตรวจถนน คลองแงะ-นาทวี เร่งแก้จุดเสี่ยงน้ำท่วม
5 พฤษภาคม 2569 | 2,116นาหม่อม | เร่งล่าตัวคนร้ายลอบตัดสายไฟจากหม้อแปลงโรงงานเหล็ก
5 พฤษภาคม 2569 | 2,743หาดใหญ่ | สาวสุดงง เงินค่าซ่อมบ้านน้ำท่วมได้ 814 บาท
5 พฤษภาคม 2569 | 3,843หาดใหญ่ | เตรียมแจ้งข้อหาหนัก!
5 พฤษภาคม 2569 | 3,683ควนเนียง | วัยรุ่น 2 กลุ่ม ไล่ตีเป็นประจำ ก่อนแม่ทั้ง 2 ฝ่าย
5 พฤษภาคม 2569 | 3,548สงขลา | ไอช์ รักชนก สส.พรรคประชาชน พร้อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
4 พฤษภาคม 2569 | 4,305หาดใหญ่ |…
4 พฤษภาคม 2569 | 4,750ยะลา | ตำรวจบุกจับเอเย่นต์ค้ายาพบยาบ้าล็อตใหญ่เกือบ 100,000 เม็ด
4 พฤษภาคม 2569 | 3,789