
ตำรวจ สภ.ควนมีด สกัดจับ 3 ชายชาวจีนบนรถทัวร์สายกรุงเทพฯ–สุไหงโก-ลก–บูเก๊ะตา หลังพบใช้หนังสือเดินทางของบุคคลอื่นแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ ยึดพาสปอร์ตอินโดนีเซีย 2 เล่ม เมียนมา 1 เล่ม พร้อมโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และตั๋วโดยสาร 3 ใบ สอบสวนรับเดินทางลอบเข้าประเทศไทยจากกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ ก่อนมีบุคคลชื่อ “Anand Kumar” จัดหารถรับส่ง ที่พัก และพาสปอร์ตให้ เร่งขยายผลสงสัยอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ที่กำลังเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการสู่แนวชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการด่านตรวจถาวรบ้านควนมีด ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.สกนธ์ อนนท์รัตน์ ผบก.ภ.จว.สงขลา นำโดย พ.ต.อ.อภิสฤษฎิ์ มณีโชติ ผกก.สภ.ควนมีด และ พ.ต.ท.สุทธิชัย อนันทบริพงค์ รอง ผกก.ป.สภ.ควนมีด

ร่วมกันจับกุมชายชาวจีน 3 ราย ได้แก่ นายถาง โต้ ฉง อายุ 37 ปี นายหวาง หง เทา อายุ 30 ปี และนายหลี่ เมิง หลง อายุ 31 ปี พร้อมตรวจยึดหนังสือเดินทางต่างประเทศ 3 เล่ม แบ่งเป็นหนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซีย 2 เล่ม และประเทศเมียนมา 1 เล่ม ซึ่งระบุชื่อบุคคลอื่น โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และตั๋วโดยสารรถทัวร์บริษัท ขนส่ง จำกัด จำนวน 3 ใบ เส้นทางกรุงเทพฯ–สุไหงโก-ลก–บูเก๊ะตา ปลายทางจุดจอด อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

การจับกุมเกิดขึ้นขณะเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย กระทั่งเวลาประมาณ 05.45 น. พบรถโดยสารประจำทางหมายเลขทะเบียน 16-9178 กรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่พื้นที่ชายแดนใต้ จึงเรียกตรวจสอบและขอตรวจค้นผู้โดยสารภายในรถ

ระหว่างตรวจสอบพบชายชาวจีนทั้ง 3 ราย มีท่าทีและเอกสารที่น่าสงสัย โดยนายถาง โต้ ฉง แสดงหนังสือเดินทางอินโดนีเซียชื่อ Mr. BIMA SAMOEDRA นายหวาง หง เทา แสดงหนังสือเดินทางอินโดนีเซียชื่อ Mr. FARLAN MANAYO ส่วนนายหลี่ เมิง หลง แสดงหนังสือเดินทางเมียนมาชื่อ Mr. AUNG HLAING TUN

แต่เจ้าหน้าที่สังเกตพบว่าใบหน้าของบุคคลทั้งสามไม่ตรงกับภาพถ่ายในหนังสือเดินทาง จึงเชิญตัวลงจากรถเพื่อตรวจสอบผ่านระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) ผลยืนยันว่าภาพใบหน้าไม่ตรงกับข้อมูลในหนังสือเดินทาง จึงควบคุมตัวไว้ตรวจสอบเพิ่มเติมรับลอบเข้าจากกัมพูชา มีคนจัดหาพาสปอร์ต-ตั๋วรถทัวร์ให้

จากการสอบสวนผ่านล่ามแปลภาษา น.ส.ศิริวรรณ ผู้ถูกจับกุมทั้ง 3 รายยอมรับว่าเป็นชาวจีน และหนังสือเดินทางที่นำมาแสดงไม่ใช่ของตนเองโดยนายถาง โต้ ฉง ให้การว่า เดินทางจากประเทศกัมพูชาเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ จ.สระแก้ว หลังจากนั้นมีบุคคลชื่อ Anand Kumar ติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน WeChat จัดหาคนไทยขับรถกระบะมารับไปยังกรุงเทพมหานคร และพักอยู่เป็นเวลา 2 คืน

ต่อมาบุคคลดังกล่าวนำหนังสือเดินทางอินโดนีเซียและตั๋วรถทัวร์มาให้ เพื่อเดินทางลงไปพบเพื่อนที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยเจ้าตัวยอมรับว่ารู้ดีว่าหนังสือเดินทางดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง แต่รับมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ส่วน นายหวาง หง เทา ให้การในลักษณะเดียวกันว่า เดินทางจากกัมพูชาเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติใน จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ก่อนมีคนไทยมารับไปพักในกรุงเทพฯ เป็นเวลา 2 คืน โดยมีบุคคลชื่อ Anand Kumar จัดหาหนังสือเดินทางอินโดนีเซียและตั๋วโดยสารให้เดินทางลงสู่พื้นที่ชายแดนใต้เร่งตรวจสอบปมสแกมเมอร์ย้ายฐาน หวั่นใช้ชายแดนใต้เป็นจุดตั้งหลักใหม่

จากพฤติการณ์การเดินทางของชายชาวจีนทั้ง 3 ราย ซึ่งมีบุคคลคอยจัดหารถรับส่ง ที่พัก หนังสือเดินทางของบุคคลอื่น และตั๋วโดยสาร ก่อนนำพาเดินทางจากกรุงเทพฯ ลงสู่พื้นที่ชายแดนภาคใต้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบเบื้องหลังและความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะข้อสงสัยเกี่ยวกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ที่อาจกำลังเคลื่อนย้ายบุคลากรและฐานปฏิบัติการออกจากประเทศกัมพูชา เพื่อเข้ามาตั้งฐานใหม่บริเวณแนวชายแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

อย่างไรก็ตาม ประเด็นความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ยังเป็นเพียงข้อสงสัยที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่มีข้อยืนยันว่าผู้ถูกจับกุมทั้ง 3 รายมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวโดยตรง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา ได้แก่

ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/11เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 81 ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายรับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย ก่อนให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนมีด ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ เส้นทางการเดินทาง และบุคคลชื่อ Anand Kumar เพื่อขยายผลถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
พัทลุง | ปิดคดียิงบ้านศรีบรรพต! ตามรวบ 2 ผู้ต้องสงสัย เป็นเยาวชนวัย
4 พฤศจิกายน 2569 | 2,165สะเดา | เร่งเคลียร์ปัญหาถนนชำรุด ผู้รับเหมาขนเครื่องจักรเข้าสวนปาล์ม
4 พฤศจิกายน 2569 | 2,155คลองแงะ | แม่ค้าสุดทน!…
4 พฤศจิกายน 2569 | 1,920สงขลา | ร้องฝุ่น-กลิ่น-น้ำเสีย ตรวจขนรถขยะเก่าส่งโรงไฟฟ้ากำจัดขยะ
4 พฤศจิกายน 2569 | 2,348สะบ้าย้อย | บุกค้นขนำรวบหนุ่ม 26 ปี ยึดปืนยาวไทยประดิษฐ์
4 พฤศจิกายน 2569 | 2,148บ้านพรุ | คืบหน้าคดี 3 แม่ลูกทวงหนี้ร้านหมูปิ้ง!
4 พฤศจิกายน 2569 | 3,557นราธิวาส | สระ 20 ล้านกลายเป็นสระร้าง? สร้างเสร็จ 9 เดือน
3 พฤศจิกายน 2569 | 3,603บ้านพรุ | เจ้าหนี้ร้องทุกข์สื่อ โดนลูกหนี้โมโหร้ายตบกับรองเท้า
3 พฤศจิกายน 2569 | 3,807