
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 จากกรณีเมื่อ วันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา พนักงานของร้านอาหาร ได้ถ่ายคลิปภาพ ชายสูงอายุ 1 คน แต่งกายใส่เสื้อลายสีฟ้า ใส่หมวกกับชายวัยกลางคน 1 คน แต่งกายกางเกงขาสั้นสีดำ เสื้อคอกลมกีฬาสีชมพู พูดเอะอะโวยวาย

ในขณะที่ตำรวจงานป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองสงขลา เข้าระงับเหตุและควบคุมตัว เนื่องจากพนักงานของร้านแจ้งความว่า มีการชักอาวุธปืนข่มขู่ พนักงานกลางร้านและยังตามหา นายปิ๊กพ่อของ นายปริวัตร์ หรือ ยูเวย์ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง สิบเอกสุไหลหมาน บินอาหวา อายุ 26 ปี สารวัตรทหาร สังกัดกองร้อยสารวัตรทหาร มณฑลทหารบกที่ 42 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมาที่หน้าศูนย์อาหารริมชลาทัศน์ อำเภอเมืองสงขลา

นางสาว ลีน่า อายุ 18 ปี พนักงานของร้านที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงประมาณ 3-4 ทุ่ม มีชาย 2 คน เป็นพ่อลูกกัน เดินทางมาที่ร้านโดยผู้เป็นพ่อมีอาการมึนเมา จากนั้นก็เดินไปนั่งโต๊ะใกล้หน้าเวที ก่อนจะถามหานายปิ๊กเจ้าของร้าน และตามหาน้องยูฟ่าลูกชายเจ้าของร้านอีกคน หลายรอบ แต่น้องยูฟ่ายังไม่ได้ออกมาพบ จากนั้นชายคนดังกล่าว เดินไปที่บาร์พร้อมพูดจาโอ้อวดอ้างว่าเป็นตำรวจคุมเรื่องยาเสพติดเพิ่งกลับมาจากจังหวัดนราธิวาส ก่อนจะเริ่มแสดงท่าทีคุกคามข่มขู่ว่า "เออ เนี่ยกูมาแล้ว เดี๋ยวกูยิงปืนให้มันรู้ไปเลยว่ากูมาแล้ว"

และในช่วงที่เดินไปอีกจุดภายในร้าน ชายคนดังกล่าวได้ควักอาวุธปืนขึ้นมาง้างและขึ้นลำกล้อง ทำให้พนักงานในร้านต้องรีบวิ่งไปโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สถ.เมืองสงขลาทันที ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจและหวาดกลัวให้กับพนักงานเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน

ขณะที่นายยูฟ่า อายุ 15 ปี ลูกชายเจ้าของร้าน และอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ชายคนดังกล่าวพยายามให้คนมาตามให้ตนไปคุยด้วยถึง 3 รอบ ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะเดินมาหาที่หน้าบาร์ และบอกให้ตนออกไปคุยด้วย แต่ตนปฏิเสธเพราะต้องทำงาน ชายคนดังกล่าวจึงอ้างตัวว่าเป็นตำรวจและอ้างว่ารู้จักกับพ่อ ขอเข้าไปคุยด้านใน แต่ตนก็ ยังปฏิเสธและขอตัวเนื่องจากไม่สะดวก เมื่อเห็นท่าไม่ดี กลัวเรื่องความปลอดภัย จึงตัดสินใจล็อกประตูร้าน และรีบไปบอกแม่ กับโทรศัพท์ไปหาพ่อทันที ก่อนจะรู้ภายหลังว่า มีการชักปืนขึ้นมาขู่ในร้าน ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึงสาเหตุ นายยูฟ่า เผยว่าชายดังกล่าวเดินทางมาจากที่ไกลและมีการพูดถึงยศด้วย แต่อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พี่ชายเคยมีเรื่องราวมาก่อนหน้านี้

หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา จับกุมผู้ก่อเหตุ เป็นชายสูงอายุ 1 คน พร้อมยึดอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ GLOCK 19 ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 14 นัด และ ซองกระสุนปืน (แมกกาซีน) จำนวน 1 อัน โดยแจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็นอันเร่งด่วนตามสมควรแก่กรณี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ดำเนินคดี

ด้าน นายปิ๊ก (ผู้เป็นพ่อ) ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าในวันเกิดเหตุตนนอนพักผ่อนอยู่ด้านหลังร้าน ก่อนที่ลูกชายจะทักมาบอกว่ามีคนมาหา ตอนแรกนึกว่าเป็นทีมงานทั่วไปเมื่อออกมาดูพบชายสองคน โดยอ้างตัวตอนแรกว่าเป็นตำรวจ และถามหาตนรวมทั้งถามหาตัวลูกชาย ก่อนจะพยายามตามตื๊อและเข้าหาตัวลูกชายที่ทำงานเป็นแคชเชียร์อยู่ แม้ลูกชายจะพยายามหลบเลี่ยงและล็อกประตู แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าว

ภายหลังทราบว่าเป็นทหาร ได้พยายามหาทางบุกเข้าไปทางห้องครัว และพนักงานในร้านแจ้งว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ชักอาวุธปืนพร้อมขึ้นลำกล้อง ทำให้ลูกชายต้องรีบปลดล็อกประตูวิ่งหนีไปหลบหาพ่อด้วยความหวาดกลัว

นายปิ๊ก ยอมรับว่า ในส่วนของ "น้องยูเวย์" ลูกชายอีกคนหนึ่งนั้น ได้กระทำผิดจริงและขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยที่ตนไม่ได้ยื่นประกันตัวแต่อย่างใด ซึ่งพร้อมให้ดำเนินการไปตามกฎหมายทุกประการ อย่างไรก็ตาม นายปิ๊ก ได้ฝากวอนขอความเป็นธรรมและอยากให้สังคมรวมถึงผู้เกี่ยวข้องแยกแยะประเด็นดังกล่าว

โดยลูกชายคนอื่นๆ อีก 3-4 คน โดยเฉพาะ "น้องยูฟ่า" ซึ่งเรียนอยู่เพียงชั้น ม.3 และอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เด็กเกิดอาการหวาดกลัวอย่างหนักจนไม่กล้าแม้แต่จะไปโรงเรียนที่กำลังจะเปิดเทอม จึงอยากวอนขอร้องให้หยุดการกระทำลักษณะดังกล่าว และขอให้เคารพความเป็นส่วนตัว ไม่ควรมาคุกคามหรือวนเวียนสร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวและคนในร้านอีก

คลิปเหตุการรณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ได้เข้าระงับเหตุหน้าร้านอาหารชาย 2 คน โดยชายใส่เสื้อยืดสีชมพูอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในจังหวัดนราธิวาส (แต่ทราบทีหลังเป็นทหาร) ส่วนชายที่มีอายุเป็นพ่อของชายใส่เสื้อยืด อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปราบปรามยาเสพติด โดยทั้งคู่พยายามเข้าทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจและอ้วดอ้างสรรพคุณ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ได้ถามหาใบพกพาอาวุธปืน แต่ทางชายใส่เสื้อยึดไม่มีการแสดงใบพกพาและยังให้ชายอีกเป็นคนพก ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ได้ควบคุมตัวไปสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ก่อนทราบว่าทั้งคู่เป็นพ่อลูกกัน ซึ่งไม่ได้เป็นตำรวจแต่อย่างใด โดยลูกชายเป็นทหารอยู่สามจังหวัดชายแดนใต้ แต่ไม่ทราบสังกัด ส่วนชายที่มีอายุเป็นพ่อของชายใส่เสื้อยืดเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดของกลาง เป็นอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ GLOCK 19 ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 14 นัด ซองกระสุนปืน (แมกกาซีน) จำนวน 1 อัน

เบื้องต้นดำเนินคดีในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ข้อหาพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็นอันเร่งด่วนตามสมควรแก่กรณี
สิงหนคร | ช่วยเจ้าจ๋อหลงทางบนสะพานเกาะยอ
2 พฤศจิกายน 2569 | 2,088บ้านพรุ | ชาวบ้านสุดทน!…
2 พฤศจิกายน 2569 | 2,180ปาดังเบซาร์ | สกัดของเถื่อนชายแดน ยึดอุปกรณ์สวิตช์เครือข่าย 6 เครื่อง
2 พฤศจิกายน 2569 | 2,197หาดใหญ่ | งานนี้มีความหวังแล้ว เทศบาลลงมือ
1 พฤศจิกายน 2569 | 3,728หาดใหญ่ | ตชด.437 รวบ 7 วัยรุ่นพัทลุง พบพฤติกรรม
1 พฤศจิกายน 2569 | 3,579ยะลา | 29 องค์กรรวมพลังค้าน! ยื่นค้านแก้กฎหมาย 4 กองทุน
1 พฤศจิกายน 2569 | 3,507สิงหนคร | บุกค้นบ้านแก๊งสะพานดำ รวบผู้ต้องหา พร้อมยึดปืนเถื่อน 1
1 พฤศจิกายน 2569 | 3,744สงขลา | น้ำมาเมื่อไหร่ต้องพร้อม ตั้งศูนย์เฉพาะกิจ 5 จุด
31 ตุลาคม 2569 | 3,492