หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

ยะลา | 29 องค์กรรวมพลังค้าน! ยื่นค้านแก้กฎหมาย 4 กองทุน หวั่นกระทบฐานราก “วันมูหะมัดนอร์” รับปากส่งข้อเรียกร้องถึงนายกฯ ด้วยตัวเอง
1 พฤศจิกายน 2569 | 1,593
ยะลา | 29 องค์กรรวมพลังค้าน! ยื่นค้านแก้กฎหมาย 4 กองทุน หวั่นกระทบฐานราก “วันมูหะมัดนอร์” รับปากส่งข้อเรียกร้องถึงนายกฯ ด้วยตัวเอง

29 องค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมตัวเคลื่อนไหวคัดค้านการแก้ไขกฎหมายกองทุน 4 ฉบับ ทั้ง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ไทยพีบีเอส กองทุนกีฬา และกองทุนผู้สูงอายุ หวั่นการเปลี่ยนแปลงระบบจัดสรรงบประมาณส่งผลกระทบต่อการทำงานพัฒนาสุขภาวะระดับรากหญ้าที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 25 ปี พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนและถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกจากสภาฯ

วันนี้ (31 ตุลาคม 2569) เวลา 14.00 น. ที่บ้านศรียะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายวันอาฟันดี เจ๊ะสาเหาะ ตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมตัวแทนเครือข่ายจำนวน 20 คน เข้าพบ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐสภาทบทวนการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายกองทุนรวม 4 ฉบับ

นายวันอาฟันดี เปิดเผยว่า การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวภายใต้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของงานพัฒนาสุขภาวะในระดับพื้นที่ ซึ่งดำเนินการมาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงระบบจัดสรรงบประมาณ จากเดิมที่จัดเก็บภาษีสรรพสามิต 2% เข้าสู่กองทุน สสส. โดยตรง เป็นการนำเงินเข้าสู่ระบบงบประมาณกลางของรัฐบาล ซึ่งอาจทำให้งบประมาณต้องผ่านกระบวนการจัดสรรของฝ่ายการเมือง และส่งผลให้กลุ่มผู้รับทุนรายย่อยในระดับฐานรากเข้าถึงงบประมาณได้ยากขึ้น

ทั้งนี้ จากผลการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบรัฐสภา พบว่าประชาชนกว่า 84% ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ทำให้ 29 องค์กรภาคีเครือข่ายจากจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทยถอนร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับออกจากสภาฯ ทันที พร้อมยืนยันว่าเครือข่ายไม่ได้คัดค้านการเพิ่มกลไกตรวจสอบความโปร่งใส แต่ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกระบบงบประมาณเดิมที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของภาคประชาชน

สำหรับข้อเรียกร้องหลัก 5 ประการของภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย การถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.สสส. หรือไม่ลงนามรับรอง พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการปฏิรูป การประเมินผลกระทบด้านการเงินการคลังในระยะยาว การคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนกลุ่มเปราะบาง เด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ การยกระดับระบบตรวจสอบความโปร่งใสโดยไม่ยกเลิกกลไกเงินเดิม รวมถึงการเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในกระบวนการนิติบัญญัติ ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวภายหลังรับมอบหนังสือว่า เห็นด้วยกับบทบาทของ สสส. และภาคประชาสังคมที่เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาสังคมตลอด 25 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน

พร้อมยืนยันว่าจะนำหนังสือข้อเรียกร้องดังกล่าวไปมอบให้นายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง โดยมองว่าแม้รัฐบาลจะระบุว่าจะไม่มีการตัดงบประมาณ 2% แต่หากเปลี่ยนมาใช้กระบวนการงบประมาณปกติ ก็อาจทำให้ขั้นตอนมีความยุ่งยากและล่าช้า ส่งผลให้การสนับสนุนงบประมาณไปถึงประชาชนในระดับฐานรากทำได้ยากขึ้น พร้อมแนะนำให้ภาคประชาชนเร่งประสานงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจถึงผลกระทบและร่วมเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ขอบคุณภาพข่าว : วันมูหะมัดนอร์ มะทา


เรื่องที่เกี่ยวข้อง