หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

หาดใหญ่ | “รมว.กลาโหม” ลุยหาดใหญ่ ตรวจคลอง ร.1 เตรียมทัพรับมือน้ำท่วม สั่งทุกหน่วยพร้อมช่วยประชาชนทันที
7 ตุลาคม 2569 | 2,764
หาดใหญ่ | “รมว.กลาโหม” ลุยหาดใหญ่ ตรวจคลอง ร.1 เตรียมทัพรับมือน้ำท่วม สั่งทุกหน่วยพร้อมช่วยประชาชนทันที

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมต้อนรับ พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมราชการและติดตามการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติและดูแลความปลอดภัยของประชาชน

โอกาสนี้มี พลโท นรธิป โพยนอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.ต. อภินันท์ แจ่มแจ้ง รองแม่ทัพภาค 4 พลตรี ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 พันเอกธีรพันธ์ แพเรือง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสงขลา นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา นายสิทธิพร เพชรศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา สำนักงานชลประทานที่ 16 สงขลา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและเข้ารับฟังนโยบายการบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือประชาชน

เวลา 14.30 น. พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะคณะ ได้เดินทางมายังพื้นที่คลองระบายน้ำ ร.1 บริเวณประตูระบายน้ำหน้าควน (คลองภูมินาถดำริ) ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่และรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่

โดยนายสิทธิพร เพชรศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา สำนักงานชลประทานที่ 16 สงขลา ได้รายงานความคืบหน้าแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างเป็นระบบ ตามที่กรมชลประทานกำหนดโครงการซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 และอาคารประกอบ วงเงิน 400 ล้านบาท เป็นภารกิจเร่งด่วน ครอบคลุมการฟื้นฟูด้านโครงสร้างคลอง อาคารประกอบ ถนนเลียบคลอง และการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ รวม 66 โครงการ วงเงินกว่า 821 ล้านบาท 

ขณะเดียวกัน แผนระยะปานกลาง ปี 2571–2573 มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองสายหลักของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา มีโครงการสำคัญ อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลอง ร.3–ร.6 เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับรอบปีการเกิดซ้ำจาก 5 ปี เป็น 25 ปี การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองน้ำน้อย–คลองกำนัน ความยาว 6.8 กิโลเมตร การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองหวะ

ระยะที่ 2 ระบบระบายน้ำคลองท่าช้าง–ท่าเมรุ และการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองอู่ตะเภา ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา ส่วนแผนระยะยาว ตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไป จะมุ่งเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำและพัฒนาระบบผันน้ำ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาโครงการคลองผันน้ำเส้นใหม่ ซึ่งมีความสามารถในการระบายน้ำ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากบ้านบางศาลา อำเภอคลองหอยโข่ง ไปยังอำเภอบางกล่ำ ระยะทาง 53 กิโลเมตร 

นอกจากนี้ กรมชลประทานร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พัฒนาระบบพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยนำการจำลองสถานการณ์น้ำท่วมมาประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยี Machine Learning เพื่อสนับสนุนการประเมินสถานการณ์ การตัดสินใจ และการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม

 


หลังจากนั้น ในเวลา 15.10 น. ณ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังการบรรยายสรุปการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย มณฑลทหารบกที่ 42 ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก สำนักทรัพยากรน้ำที่ 8 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ร่วมบรรยายสรุป เพื่อให้คณะรับทราบข้อมูลสถานการณ์น้ำ การพยากรณ์อากาศ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตลอดจนแผนและแนวทางการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยของหน่วยงานในพื้นที่


พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการและการช่วยเหลือประชาชน โดยเน้นย้ำการเตรียมความพร้อม การบูรณาการทรัพยากร และการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ดังนี้

1. การจัดทำข้อมูลทรัพยากรและกำลังสนับสนุนในแต่ละจังหวัด ขอให้แต่ละจังหวัดสำรวจและจัดทำข้อมูลทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ เครื่องจักร ยานพาหนะ และหน่วยงานที่สามารถเข้ามาสนับสนุนภารกิจในช่วงเกิดสถานการณ์วิกฤติ เพื่อให้ทราบศักยภาพและทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างชัดเจน และนำข้อมูลไปหารือในระดับส่วนกลาง เพื่อวางแนวทางการประสานงานและสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2. การประกาศพื้นที่ประสบภัยและการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน เมื่อมีการประกาศพื้นที่ประสบภัยหรือประกาศสถานการณ์แล้ว ควรมีแนวทางที่ชัดเจนในการอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานสามารถเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้ทันที โดยเฉพาะกรณีที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลง เช่น มีการประกาศยุติสถานการณ์แล้ว แต่ภายหลังเกิดฝนตกหนักและสถานการณ์กลับมารุนแรงอีกครั้ง จึงควรพิจารณาขั้นตอนและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจน เพื่อให้สามารถปรับการดำเนินงานได้ทันต่อสถานการณ์

3. การป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชนในช่วงเกิดภัยพิบัติ ในช่วงเกิดวิกฤติหรือภัยพิบัติ ควรให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยเฉพาะการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า อาหาร และสิ่งของจำเป็น เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ประสบภัยมีความจำเป็นต้องใช้สิ่งของเหล่านี้ จึงควรมีมาตรการติดตาม ตรวจสอบ และกำกับดูแลราคา เพื่อป้องกันการค้ากำไรเกินควรและลดภาระของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

4. การสนับสนุนรถยกและการเคลื่อนย้ายยานพาหนะของประชาชน กรณีเกิดน้ำท่วมและมีประชาชนได้รับผลกระทบด้านยานพาหนะ กระทรวงคมนาคมได้เตรียมระดมรถยกจากพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายยานพาหนะของประชาชน หากจังหวัดใดมีความจำเป็น สามารถประสานขอรับการสนับสนุนได้ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

5. การบูรณาการทรัพยากรจากทุกภาคส่วน เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติ การช่วยเหลือไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะทรัพยากรของภาครัฐ แต่ควรบูรณาการทรัพยากรจากภาคเอกชน ผู้รับเหมา และผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่มีเครื่องมือ เครื่องจักร รถบรรทุก หรืออุปกรณ์ที่สามารถนำมาใช้สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ได้ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานด้านโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงภาคเอกชนและผู้รับเหมา ควรร่วมกันสนับสนุนการแก้ไขปัญหา เพื่อให้สามารถระดมทรัพยากรได้อย่างเพียงพอและทันต่อสถานการณ์



6. การเตรียมบัญชีทรัพยากรไว้ล่วงหน้า ขอให้จังหวัดวางแผนและจัดทำบัญชีทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้ในภาวะฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า ทั้งทรัพยากรของภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้เมื่อเกิดเหตุสามารถระดมและนำมาใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาในการสำรวจหรือประสานงานใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองต่อสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชน

7. การใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที เมื่อมีการประกาศพื้นที่ประสบภัยหรือเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ควรมีแนวทางให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถนำงบประมาณที่มีอยู่มาใช้ในการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ควรให้ขั้นตอนทางราชการเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือ ทั้งนี้ ควรบริหารและใช้งบประมาณที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับความจำเป็นและสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

8. การบริหารงบประมาณควบคู่กับการรับบริจาค ในบางพื้นที่อาจมีประชาชนและภาคเอกชนร่วมบริจาคสิ่งของหรือทรัพยากรเป็นจำนวนมาก จึงควรบริหารจัดการทรัพยากรที่ได้รับอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพิจารณาใช้งบประมาณของภาครัฐตามความจำเป็น เพื่อให้การช่วยเหลือมีความต่อเนื่อง ไม่ขาดช่วง และสามารถครอบคลุมความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง

9. การดูแลศูนย์พักพิงและการจัดหาอาหาร กรณีมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงหรือพื้นที่รองรับผู้ประสบภัย ขอให้ให้ความสำคัญกับการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอ โดยสามารถประสานผู้ประกอบการ ร้านค้า และผู้จำหน่ายอาหารในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหาอาหารให้แก่ประชาชน ทั้งยังเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติ

10. การเตรียมความพร้อมและการบูรณาการทุกภาคส่วน โดยภาพรวม ขอให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งด้านกำลังคน งบประมาณ เครื่องมือ เครื่องจักร ยานพาหนะ อาหาร และสิ่งของจำเป็น พร้อมจัดระบบการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจน เพื่อให้เมื่อเกิดสถานการณ์สามารถระดมทรัพยากรและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน และทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั่วถึง และทันต่อสถานการณ์

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นการติดตามความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย รวมถึงการประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาควิชาการ เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ

ภาพ-ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา 
 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง