หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

หาดใหญ่ | ปภ.สงขลา พร้อมรับฤดูฝน 6 ด้าน ลงลึกระดับชุมชน ระบบแจ้งเตือนภัย-เตรียมศูนย์พักพิง 197 แห่ง ครอบคลุม 16 อำเภอ พร้อมแผนจุดจอดรถ
1 ตุลาคม 2569 | 2,478
หาดใหญ่ | ปภ.สงขลา พร้อมรับฤดูฝน 6 ด้าน ลงลึกระดับชุมชน ระบบแจ้งเตือนภัย-เตรียมศูนย์พักพิง 197 แห่ง ครอบคลุม 16 อำเภอ พร้อมแผนจุดจอดรถ

วันนี้ (1 ตุลาคม 2569) ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา วิทยาลัยอาชีวศึกษาบริหารธุรกิจวิทยาสงขลา (บธว.) ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ปี 2569

โดยกล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดสงขลากำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูกาลและเข้าสู่ฤดูฝนของภาคใต้ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนธันวาคม ประกอบกับขณะนี้สถานการณ์ฝนในหลายพื้นที่ของประเทศไทยได้เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จึงทำให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดสงขลา มีความกังวลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดังนั้น สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการเตรียมความพร้อมของประชาชน ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ

นายโสภณ ทองไสย กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย สิ่งสำคัญประการแรก คือการเตรียมความพร้อมของประชาชน โดยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยง เส้นทางการอพยพ แนวทางการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัย รวมถึงการดูแลกลุ่มเปราะบาง ซึ่งจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่สร้างความรู้ความเข้าใจถึงระดับชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

ในส่วนของการวางแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการจัดทำและสอดคล้องกับแผนในทุกระดับ ทั้งระดับชาติ ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจุดเน้นสำคัญของปีนี้คือ การยกระดับการจัดทำแผนระดับชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ เพื่อให้แผนสามารถตอบสนองต่อสภาพพื้นที่จริง ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 16 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาอุทกภัยหรือเคยเป็นพื้นที่ซ้ำซาก เพื่อนำบทเรียนที่ผ่านมาปรับปรุงแผนและลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด โดยสรุปการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยเป็น 6 ด้าน ดังนี้

1.ด้านระบบการแจ้งเตือนภัย

จังหวัดสงขลา ได้จัดตั้งคณะกรรมการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและระบบการแจ้งเตือน เพื่อบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยา ชลประทาน ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรธรณี ปภ. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน มูลนิธิ และผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ โดยนำข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาประมวลผลร่วมกัน เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดระดับการแจ้งเตือนให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนทราบล่วงหน้า

ทั้งนี้ ระบบการแจ้งเตือนภัย จะต้องอาศัยทั้งข้อมูลส่วนกลางและข้อมูลจากสถานการณ์จริงในพื้นที่ โดยเมื่อส่วนกลางมีการแจ้งข้อมูลหรือคาดการณ์แนวโน้มของสถานการณ์ พื้นที่จะต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีฝนตกหนัก ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น หรือมีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่เสี่ยง หรือพื้นที่ลาดเชิงเขา จะมีการรายงานข้อมูลกลับไปยังระดับอำเภอ จังหวัด และส่วนกลาง เพื่อประกอบการพิจารณายกระดับการแจ้งเตือนให้ตรงกับสถานการณ์จริง

ในปัจจุบันมีระบบการแจ้งเตือน Cell Broadcast Service (CBS) ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มาใช้ควบคู่กับระบบแจ้งเตือนในพื้นที่ รวมทั้งได้มีการเตรียมติดตั้งระบบแจ้งเตือนเพิ่มเติม ในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนประชาชน ขณะเดียวกันยังคงใช้ช่องทางที่ประชาชนคุ้นเคย เช่น เสียงตามสาย หอกระจายข่าว รถประชาสัมพันธ์ และธงสัญลักษณ์เตือนภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ลุ่มน้ำอู่ตะเภา และเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ตามความเสี่ยงของสถานการณ์น้ำ เพื่อให้สามารถสื่อสารกับประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

สำหรับช่องทางอื่น ๆ ที่มีบทบาทมากขึ้น คือการสื่อสารผ่านกลุ่มสื่อสังคมออนไลน์ของชุมชน ทั้งกลุ่มเฟซบุ๊กและไลน์ ซึ่งประชาชนและผู้นำชุมชนจัดตั้งขึ้นเอง โดยสามารถใช้เป็นช่องทางในการรับข้อมูลจากหน่วยงานราชการและส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในระดับชุมชน และทำให้ประชาชนมีความตื่นตัวต่อสถานการณ์มากยิ่งขึ้น

2. ด้านการเตรียมความพร้อมทรัพยากรและช่วยเหลือประชาชน

จังหวัดสงขลา ได้สำรวจพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ กำจัดขยะและสิ่งกีดขวางตามท่อระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับให้ทุกพื้นที่ดำเนินการและรายงานความก้าวหน้าเป็นประจำทุกเดือน ขณะเดียวกัน ทุกหน่วยงานได้บูรณาการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรและอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือประชาชน ทั้งเรือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือกู้ชีพ-กู้ภัย จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต หน่วยงานชลประทาน ทหาร มูลนิธิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถระดมสรรพกําลังและนำเครื่องมือเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

3. ด้านการจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว

จังหวัดสงขลา ได้สำรวจและเตรียมพื้นที่รองรับประชาชน ครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ รวม 197 แห่ง แบ่งเป็นศูนย์พักพิงในระดับชุมชน ศูนย์พักพิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และศูนย์พักพิงระดับเมือง โดยจะพิจารณาเปิดใช้ตามระดับความรุนแรงและสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

สำหรับในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ มีการเตรียมระบบพักพิงหลายระดับ เริ่มจาก “บ้านพี่เลี้ยง” ซึ่งเป็นบ้านหรืออาคารที่ประชาชนเจ้าของพื้นที่ยินยอมให้ใช้เป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราว นอกจากนี้ยังมีศูนย์พักพิงที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเตรียมไว้ เช่น โรงเรียนและสถานที่สาธารณะ และหากสถานการณ์รุนแรงจนจำเป็นต้องอพยพประชาชนจำนวนมาก จะยกระดับไปสู่ศูนย์พักพิงระดับเมือง โดยมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นหน่วยสำคัญในการรองรับผู้อพยพ

จากบทเรียนที่ผ่านมา ในส่วนของการจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารในศูนย์พักพิง จังหวัดได้จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และห้างร้านที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดหาและกระจายวัตถุดิบให้เพียงพอ สำหรับประกอบอาหาร เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม

4. ด้านการเตรียมระบบฐานข้อมูล

จังหวัดสงขลา อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ “หาดใหญ่โมเดลพลัส” และระบบ Smart Shelter เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ มีข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งข้อมูลน้ำ ข้อมูลศูนย์พักพิง และข้อมูลกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะการกำหนดนิยามของ “กลุ่มเปราะบาง” ให้มีความชัดเจน เพื่อให้การช่วยเหลือมุ่งเน้นไปยังบุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้หรือจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ และกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนย้าย ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนอพยพและการจัดศูนย์พักพิง

5. ด้านการเตรียมจุดจอดรถสำหรับประชาชน

จังหวัดสงขลา ได้ประสานตำรวจภูธรและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดระบบการจราจรและเตรียมพื้นที่จอดรถ เนื่องจากบทเรียนในปีที่ผ่านมา พบว่าการนำรถไปจอดในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม อาจเป็นอุปสรรคต่อการนำเครื่องมือกู้ชีพ-กู้ภัย เข้าไปช่วยเหลือประชาชน

สำหรับในปีนี้ มีการเตรียมพื้นที่รองรับรถยนต์ของประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ไว้หลายจุด อาทิ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งสามารถรองรับได้ 5,000 คัน มณฑลทหารบกที่ 42 ประมาณ 1,000 คัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ประมาณ 4,000 คัน รวมถึงการจัดเตรียมพื้นที่อื่น ๆ โดยรอบ อาทิ บริเวณพื้นที่สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ พุทธมณฑลสงขลา ทัพเรือภาคที่ 4 และพื้นที่ในอำเภอเมืองสงขลา ซึ่งจะมีสถานที่ราชการ โรงเรียน มหาวิทยาลัย และพื้นที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่สามารถใช้เป็นจุดจอดรถได้ตามความเหมาะสม โดยทาง ปภ. จะมีการหารือกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง หากเกิดสถานการณ์

6. ด้านการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน

ในปีนี้รัฐบาล ได้มีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยนำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เข้ามาช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความทั่วถึงในการเยียวยา โดยมาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ตามมาตรการดังกล่าว รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณกลางจำนวน 15,500 ล้านบาท เพื่อจัดทำระบบประกันภัยพิบัติสำหรับประชาชนประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมภัยพิบัติสำคัญ

ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยเมื่อเกิดภัยและเข้าเงื่อนไขการได้รับความคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากอุทกภัยจะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 10,000 บาท ขณะที่กรณีวาตภัยหรือแผ่นดินไหวจะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 5,000 บาท จากนั้นจะมีการตรวจสอบและประเมินความเสียหายจริงตามหลักเกณฑ์ เพื่อพิจารณาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม โดยวงเงินความคุ้มครองรวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อครัวเรือน สำหรับกรณีมีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติ จะมีมาตรการด้านการประกันภัยและการเยียวยาเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด รายละ 2 ล้านบาท เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา กล่าวต่อว่า นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยเป็นอย่างมาก และได้กำหนดแนวทางในการอุดช่องว่างการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยมีการจัดตั้งคณะทำงาน จำนวน 12 คณะ เพื่อเข้ามาเสริมศักยภาพการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอ ในกรณีที่พื้นที่มีขีดความสามารถในการบริหารจัดการไม่เพียงพอ เพื่อเข้าไปสนับสนุนรับช่วงต่อและเสริมกำลังให้กับฝ่ายปฏิบัติในระดับอำเภอ ครอบคลุมหลายด้าน ทั้งการบริหารจัดการและเร่งระบายน้ำ การจัดเตรียมจุดพักพิง การจัดหาและบริหารอาหารสำหรับประชาชน ตลอดจนการดูแลด้านการสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะระบบประปาและไฟฟ้า เพื่อให้สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง

หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา กล่าวในช่วงท้ายว่า การเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาชน ผู้นำชุมชน และอาสาสมัคร โดยขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก แต่ควรเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการและช่องทางที่น่าเชื่อถือ และหากมีการแจ้งเตือนหรือคำสั่งให้อพยพ ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลัก “ความปลอดภัยต้องมาก่อน” เพื่อร่วมกันลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

 

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลาภาพ-ข่าว


เรื่องที่เกี่ยวข้อง