หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

หาดใหญ่ | คืบหน้าร้องสื่อถูกเพื่อนบ้านพ่อลูกถือมีดบุกทำร้าย เจ็บ 3 ราย เผยปมขัดแย้งสะสม นัดสอบปากคำชี้เจุดเกิดเหตุ วันนี้ 17 ก.ย. 69
17 กันยายน 2569 | 1,368
หาดใหญ่ | คืบหน้าร้องสื่อถูกเพื่อนบ้านพ่อลูกถือมีดบุกทำร้าย เจ็บ 3 ราย เผยปมขัดแย้งสะสม นัดสอบปากคำชี้เจุดเกิดเหตุ วันนี้ 17 ก.ย. 69

วันนี้ 17 ก.ย. 69 ผู้สือข่าวลงพื้นที่ หมู่ 4 ตำบลฉลุง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังได้รับการร้องเรียนจากครอบครัวหนึ่ง กรณีเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันบริเวณหน้าบ้าน เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา โดยผู้ร้องเรียนระบุว่ามีการใช้อาวุธมีดพร้าและคัตเตอร์ ทำให้พี่ชาย 2 คนได้รับบาดเจ็บ และตนเองถูกทำร้ายจนหมดสติ

ที่บ้านเกิดเหตุ ผู้สื่อข่าวพบ นางสาวฮอลีย๊ะ หนูสง หรือ “ลี” อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวคนที่ 3 ของครอบครัว โดยได้พาผู้สื่อข่าวไปดูบริเวณจุดเกิดเหตุบนถนนคอนกรีตข้างบ้าน พร้อมเปิดคลิปวิดีโอเหตุการณ์ รวมถึงคลิปก่อนเกิดเหตุที่ครอบครัวระบุว่า มีปัญหากระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้านมาเป็นเวลานาน

นางสาวฮอลีย๊ะ ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟัง ผู้ที่ครอบครัวกล่าวถึงว่าเป็นคู่กรณี คือ นายสมพร อารมสิทธิ์ หรือ “เพล้ง” อายุ 58 ปี และนายพงศธร อารมสิทธิ์ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นพ่อลูกกัน โดยบ้านพักอยู่ท้ายซอย ห่างจากบ้านของครอบครัวประมาณ 50 เมตร ขณะที่วันที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ทั้งสองไม่ได้อยู่ที่บ้าน

นางสาวฮอลีย๊ะ เล่าว่า ปัญหาระหว่างสองครอบครัวสะสมมาประมาณ 2-3 ปี โดยอ้างว่าในอดีตนายพงศธรเคยพยายามล่วงละเมิดทางเพศน้องสาวของตน ขณะน้องสาวกำลังให้นมลูกอยู่ภายในบ้าน ก่อนน้องสาวจะอุ้มลูกวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากครอบครัว และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายพงศธรมีอาการคล้ายคนหลอนยา และนำอาวุธปืนมาจี้บริเวณเอวของพ่อและพี่ชาย พร้อมขู่ว่าจะยิง ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้พร้อมอาวุธปืนและกระสุน 6 นัด และถูกดำเนินคดีจนต้องโทษจำคุกประมาณ 2 ปี ตามคำบอกเล่าของนางสาวฮอลีย๊ะ

หลังพ้นโทษออกมา นางสาวฮอลีย๊ะอ้างว่า นายพงศธรยังมีพฤติกรรมหาเรื่องกับครอบครัวเป็นระยะ ทั้งการขี่รถจักรยานยนต์เข้าใกล้น้องสาวที่กำลังอุ้มลูก รวมถึงขี่รถเข้าใกล้เด็กที่กำลังเล่นอยู่บริเวณบ้าน จนทำให้ครอบครัวรู้สึกหวาดระแวง กระทั่งวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา นายพงศธรขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณที่นายมูหัมหมาด พี่ชายคนโต กำลังขุดดินอยู่ข้างบ้าน พร้อมเบิ้ลเสียงท่อรถ ก่อนมีการพูดด่าทอกัน จากนั้นนายพงศธรขี่รถกลับไปที่บ้านและพูดคุยกับผู้เป็นพ่อ

นางสาวฮอลีย๊ะ กล่าวว่า หลังจากนั้นตนได้เตือนพี่ชายให้ระมัดระวัง เนื่องจากเห็นว่านายสมพรนั่งดื่มสุราอยู่ กระทั่งต่อมา นายสมพรและนายพงศธรได้เดินออกมาจากบ้านพร้อมอาวุธ โดยนายสมพรถือมีดพร้า ส่วนนายพงศธรถือคัตเตอร์ ก่อนเดินตรงเข้ามาหาพี่ชายที่กำลังขุดดินอยู่ ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยพี่ชาย ก่อนเกิดเหตุชุลมุนตามที่ปรากฏในคลิป โดยตนถูกทำร้ายจนหมดสติ และมารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุหลังเกิดเหตุครอบครัวได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ตนระบุว่ายังไม่ได้รับการเรียกเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม จึงตัดสินใจร้องเรียนผ่านสื่อ เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมยอมรับว่าปัจจุบันตนและครอบครัว รวมถึงลูกอีก 3 คน ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง

“ที่ออกมาร้องสื่อ เพราะไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหน และกังวลเรื่องความปลอดภัยของคนในครอบครัว อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเร่งดำเนินการ และหาทางออกให้เรื่องนี้ยุติลง” นางสาวฮอลีย๊ะกล่าว ต่อมาผู้สื่อข่าวพบกับพี่ชาย 2 คน ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้แก่ นายมูหัมหมาด หนูสง หรือ “บังดน” อายุ 43 ปี พี่ชายคนโต มีบาดแผลจากคัตเตอร์บริเวณท้ายทอย โหนกแก้มขวา แขนขวา ซึ่งต้องเย็บ 6 เข็ม รวมถึงบริเวณหน้าขาขวาและหัวเข่าทั้งสองข้าง

ส่วน นายสะมาแอ หนูสง หรือ “บังแอ้” อายุ 37 ปี พี่ชายคนที่ 2 ถูกมีดพร้าฟันเข้าที่ฝ่ามือซ้ายจนได้รับบาดเจ็บ ต้องเย็บ 8 เข็ม นายมูหัมหมาด เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังขุดดินอยู่ริมถนน ก่อนนายพงศธรขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาและเบิ้ลเสียงท่อ จากนั้นมีการพูดด่าทอกัน ก่อนนายพงศธรจะขี่รถกลับไปที่บ้าน

ต่อมาไม่นาน นายสมพรและนายพงศธรถืออาวุธเดินเข้ามา ตนเห็นนายสมพรถือมีดพร้าหัวตัด จึงคิดว่าอาจนำมาเพื่อข่มขู่ แต่เมื่อทั้งสองเดินมาถึงกลับเกิดการทำร้ายกันขึ้นทันที นายมูหัมหมาด กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุมีการชุลมุนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันจนจำรายละเอียดบางช่วงไม่ได้ และเพิ่งมาทราบภายหลังว่าตนได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง โดยมองว่าสาเหตุไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ครั้งเดียว แต่เป็นปัญหาที่สะสมกันมาหลายปี

ด้านนายสะมาแอ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังนอนอยู่ในบ้าน ก่อนจะได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย จึงออกมาดูและพบว่านายมูหัมหมาดกับน้องสาวกำลังถูกทำร้าย จึงวิ่งเข้าไปช่วย นายสะมาแอ ระบุว่า ขณะนั้นเห็นนายสมพรกำลังจะใช้มีดฟันศีรษะน้องสาว จึงวิ่งเข้าไปรับมีดแทนด้วยมือซ้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ฝ่ามือ โดยขณะเกิดเหตุยังไม่รู้สึกตัวว่าถูกฟัน จนกระทั่งมีชาวบ้านเข้ามาช่วยห้ามและพบว่ามีเลือดออก ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยจะเดินทางมาถึงและนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.ภูวรา แก้วพารัตน์ ผกก.สภ.ทุ่งตำเสา เพื่อสอบถามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว โดยภายหลังรับทราบเรื่องได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งตำเสา ลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้ผู้เสียหายทั้งหมดชี้จุดเกิดเหตุ และนัดสอบปากคำเพิ่มเติมในวันที่ 17 กันยายน 2569

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง