
วันที่ 1 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณหลังโรงเรียนปากจ่าวิทยา ป่าพรุเสม็ด หมู่ 6 ตำบลควนโส อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา หลังเกิดไฟป่าปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยพบพื้นที่ป่าสวนปาล์มน้ำมันในหมู่ 6, 8, 10 และ 11 ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้ ขณะที่เจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิงจำนวน 3 คันเข้าฉีดน้ำควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด

โดยมีนายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสั่งการเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

นางรุ่งตะวัน รัตฉวี อายุ 49 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ไฟเริ่มไหม้มาตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม โดยเมื่อวานไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ส่งผลให้สวนปาล์มของชาวบ้านได้รับความเสียหายหลายไร่ และมีเจ้าของสวนประมาณ 2–3 รายได้รับความเสียหาย

ส่วนวันนี้ไฟยังคงปะทุและลุกไหม้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณป่าพุเสม็ดด้านบน ซึ่งมีไฟคุกรุ่นและลุกไหม้เป็นระยะมานานเกือบเดือนแล้ว ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าลมที่พัดแรงและเปลี่ยนทิศทางทำให้ไฟลุกลามไปตามแรงลม จึงต้องมีเจ้าหน้าที่และรถบรรทุกน้ำเข้ามาดับไฟและเฝ้าระวังเป็นประจำ

นางรุ่งตะวันยังกล่าวด้วยว่า ผลกระทบจากควันไฟทำให้เริ่มมีอาการไอ เจ็บคอ และหายใจไม่สะดวก จึงกังวลเรื่องสุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่ ด้านนายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เหตุไฟไหม้เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในเบื้องต้น แต่ล่าสุดเกิดลมกรรโชกแรง ส่งผลให้เปลวเพลิงปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

ขณะนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และรถดับเพลิงจากอำเภอควนเนียง อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมควบคุมเพลิง พร้อมนำเครื่องจักรและเครื่องฉีดน้ำระยะไกลจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 เข้ามาสนับสนุน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นป่าเสม็ดคล้ายป่าพุ ทำให้การเข้าถึงและดับไฟเป็นไปด้วยความยากลำบาก

สำหรับสาเหตุของไฟไหม้ เบื้องต้นมีการสันนิษฐานไว้ 2 แนวทาง ได้แก่ การสะสมของซากไม้และซากอินทรียวัตถุใต้ดินจนเกิดความร้อน เมื่อสภาพอากาศแห้งและมีแสงแดดจัดจึงเกิดการปะทุขึ้นมา และอีกกรณีอาจเกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น ผู้เข้าไปหาของป่าและมีอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดไฟตกหล่น จนทำให้เกิดประกายไฟและลุกลาม

ส่วนความเสียหายเบื้องต้น หน่วยงานในพื้นที่รายงานว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ 250–300 ไร่ จากพื้นที่ป่าพุทั้งหมดประมาณ 6,000 ไร่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามเข้าสู่พื้นที่สวนปาล์มและบ้านเรือนของประชาชน

เจ้าหน้าที่เน้นเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงที่มีลมกรรโชก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไฟปะทุและลุกลาม โดยจะใช้เครื่องฉีดน้ำระยะไกลเข้าควบคุมและเฝ้าระวังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ให้คำแนะนำแก่ประชาชน พร้อมแจกหน้ากากอนามัยให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพและป้องกันการสูดดมควันไฟในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย
ขอบคุณภาพมุมสูง : ณัฐ โดรนอะโลน
หาดใหญ่ | “คืนทางเท้าให้ประชาชน คืนถนนให้สังคม” ขอความร่วมมือร้านค้า
2 กันยายน 2569 | 1,182หาดใหญ่ | รพ.หาดใหญ่ เดินหน้าสร้างอาคารผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยใน 300
2 กันยายน 2569 | 1,333ปัตตานี | รวบหนุ่มยะรังวัย 33 ปี ชิงสร้อยทอง 5 บาท
2 กันยายน 2569 | 1,352หาดใหญ่ | “รมต.ศุภมาส” ลงพื้นที่หาดใหญ่ ตรวจเข้มธุรกิจเช่ารถ
2 กันยายน 2569 | 1,448หาดใหญ่ | “อนุทิน”บุกแก้มลิง อัปเกรดเตรียม รับน้ำ 7.8 แสน ลบ.ม.ของบ
1 กันยายน 2569 | 3,384จะนะ | ตำรวจทางหลวงชุมพร สกัดรถตู้ขน 5 ชาวจีนลอบเข้าเมือง
1 กันยายน 2569 | 3,309ปัตตานี | ป่วนปัตตานี! วางเพลิงรถแม็กโคร
1 กันยายน 2569 | 3,267หาดใหญ่ | ม็อบพรึบ 3 กลุ่ม รับ ครม.สัญจร
1 กันยายน 2569 | 3,381