หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

เทพา | พิพัฒน์” ลงพื้นที่เทพา ติดตามสร้างกำแพงหินทิ้ง 70 ล้านป้องกันน้ำกัดเซาะทางหลวง 43 รับมือมรสุม
30 สิงหาคม 2569 | 3,369
เทพา | พิพัฒน์” ลงพื้นที่เทพา ติดตามสร้างกำแพงหินทิ้ง 70 ล้านป้องกันน้ำกัดเซาะทางหลวง 43 รับมือมรสุม

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา ติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขและป้องกันน้ำกัดเซาะทางหลวงหมายเลข 43 หลังพื้นที่ได้รับผลกระทบจากมรสุมและฝนตกหนักสะสมต่อเนื่อง ส่งผลให้คันทางสไลด์และผิวจราจรทรุดตัว พร้อมเร่งเสริมความแข็งแรงของเส้นทางด้วยการวางหินทิ้ง ระยะทางรวม 1,500 เมตร ใช้งบประมาณกว่า 70 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามโครงการแก้ไขและป้องกันน้ำกัดเซาะทางหลวงหมายเลข 43 ช่วง กม.51+060 – 54+640 ด้านซ้ายทาง ในพื้นที่ ต.เทพา อ.เทพา จ.สงขลา โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พลตรี ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมผู้บริหารกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานความคืบหน้าโครงการทางหลวงหมายเลข 43 ถือเป็นเส้นทางสายหลักที่มีความสำคัญต่อการเดินทางและการขนส่งในพื้นที่ภาคใต้ โดยเชื่อมโยงการคมนาคมไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งยังเป็นเส้นทางสำคัญด้านการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้า

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากมรสุมและฝนตกหนักสะสม ทำให้เกิดปัญหาน้ำกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง โดยแนวชายฝั่งถูกกัดเซาะเข้ามาเฉลี่ยประมาณ 5 เมตรต่อปี และมีจุดที่ถูกกัดเซาะลึกเข้ามารวมประมาณ 105 เมตร ส่งผลกระทบต่อไหล่ทางและโครงสร้างชั้นทาง หากไม่มีมาตรการป้องกัน อาจกระทบต่อช่องจราจรและความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง

กรมทางหลวงร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงเร่งดำเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการนำหินทิ้งมาวางเป็นแนวป้องกันน้ำกัดเซาะ ระยะทางรวม 1,500 เมตร เพื่อช่วยลดแรงปะทะของกระแสน้ำและชะลอการกัดเซาะบริเวณแนวทางหลวง โดยโครงการมีกรอบงบประมาณประมาณ 70 ล้านบาท และกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 240 วัน

เมื่อโครงการแล้วเสร็จ คาดว่าจะช่วยเพิ่มความมั่นคงแข็งแรงให้กับโครงสร้างทางหลวง ลดความเสี่ยงต่อความเสียหายจากน้ำกัดเซาะ และยกระดับความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้เส้นทาง รวมถึงช่วยให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าสามารถดำเนินต่อเนื่องได้ในทุกฤดูกาล

นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงลดภาระงบประมาณในการซ่อมแซมโครงสร้างทางหลวงครั้งใหญ่ในอนาคต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่ริมทางหลวงให้เป็นระบบมากขึ้น ภายหลังการติดตามโครงการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำกัดเซาะบริเวณด้านหลังสำนักงานหมวดทางหลวงเทพาหลังเก่า เพื่อรับทราบปัญหาและติดตามแนวทางแก้ไขในระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับเส้นทางและประชาชนในช่วงฤดูมรสุม

ขอบคุณภาพข่าว : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา


เรื่องที่เกี่ยวข้อง