หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

หาดใหญ่ | คืบหน้าอดีตแฟนทหารยศจ่า เปิดใจอดีตแฟนสาวเหตุกระโดดตึกหนีเอาชีวิตรอด ล่าสุด ผกก.หาดใหญ่ เตรียมออกหมายจับ
23 สิงหาคม 2569 | 2,246
หาดใหญ่ | คืบหน้าอดีตแฟนทหารยศจ่า เปิดใจอดีตแฟนสาวเหตุกระโดดตึกหนีเอาชีวิตรอด ล่าสุด ผกก.หาดใหญ่ เตรียมออกหมายจับ

วันที่ 22 สิงหาคม 2569จากกรณีหญิงสาวกระโดดตึกชั้น 5 หลังโดนอดีตแฟนทหารทำร้ายร่างกาย ก่อนติดค้างอยู่บนกันสาดชั้น 2 ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง ถนนรัถการ ซอย 9 เทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา 

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพักของนางสาวปนัดดา อายุ 36 ปี พี่สาวของผู้บาดเจ็บส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ นางสาวณัฐพรรณ  หรือ เบียร์ อายุ 32 ปี ซึ่งทางนางสาวปนัดดาได้พานางสาวณัฐพรรณมานอนพักฟื้นรักษาตัวที่บ้าน เนื่องจากเกรงความไม่ปลอดภัยจากผู้ก่อเหตุเกรงจะวกกลับมาที่อพาร์ตเม้นทำร้ายร่างกายนางสาวณัฐพรรณซ้ำ บวกกับทางแพทย์โรงพยาบาลหาดใหญ่อนุญาตให้กลับบ้านได้ เบื้องต้นนางสาวณัฐพรรณนั่งปวดเมื่อยตามร่างกาย เนื่องจากสภาพร่างกายเขียวช้ำไปทั้งตัวและมีแผลแตกที่ศรีษะ แผลแตกภายในช่องปากและแผลแตกหลังใบหู ยังคงไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้ตามปกติ

จากการสอบถาม นางสาวณัฐพรรณ ได้เล่าว่า ในช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่ตนได้ออกไปตรวจสอบที่สต๊อกสินค้า และกลับมาที่ห้องพักซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุในช่วง 6 โมงเช้า ซึ่งในตอนที่มาถึงหอพักตนก็เห็น จ่าเอก ผู้ก่อเหตุ (นามสมมติ จ.ส.อ.วรเชษฐ์  อายุ 40 ปี ) เป็นทหารบกสังกัดแห่งหนึ่งในจังหวังสงขลา (กองพลพัฒนาที่ 4 ค่ายรัตนพล ตำบลคลองหอยโข่ง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา)   ซึ่งเป็นอดีตแฟนหนุ่มที่เลิกกันมาเกือบ 10 ปีแล้ว มาดักรออยู่ที่บริเวณหน้า อพาร์ตเมนต์ดังกล่าว ในตอนนั้นตนก็ไม่ได้คิดอะไรและขึ้นไปบนห้องเพื่อที่จะพักผ่อนแต่ก็ไม่คิดว่า จ่าเอก ผู้ก่อเหตุเดินตามหลังตนเองขึ้นไปบนห้องพัก พร้อมอาวุธมีดและปืน และได้พูดคุยอ้างว่าตนเองไปกลั่นแกล้ง ทั้งที่ตนไม่เคยไปกลั่นแกล้งใครหลังจากนั้นก็ได้มีการข่มขู่และทำร้ายโดยการต่อยใบหน้าไปที่ของตนหลายครั้งจนหน้าบวมและช้ำ 

หลังจากนั้น นางสาวณัฐพรรณ  ผู้เสียหาย ได้คิดหาทางเอาชีวิตรอดโดยการอาศัยจังหวะที่ จ่าเอก ผู้ก่อเหตุ เข้าห้องน้ำ ตนเลยใช้จังหวะนี้ในการหนีเอาชีวิตรอด โดยการกระโดดตึกชั้นห้าจาก ระเบียง ห้องพัก และมาติดค้างอยู่ที่บริเวณกันสาดชั้นสองของอพาร์ตเมนต์ จนได้รับบาดเจ็บทั่วร่างกาย  โดย เฉพาะบริเวณเข่าและ ขาข้างซ้ายมีอาการปวดและ ต้องมีคนพยุงเดิน ซึ่งในตอนนั้นตนก็รู้สึกว่าต้องหนียังไงก็ได้เพื่อที่จะเอาชีวิตรอด เพราะโดนจ่าเอก ผู้ก่อเหตุ ข่มขู่ว่าจะเอาถึงชีวิต  

นางสาวณัฐพรรณ ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมอีก ว่าตนเคยคบกับ จ่าเอก  ผู้ก่อเหตุมาประมาณ 4-5 ปี และมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ก่อนที่จะเลิกรากันไป จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาประมาณ 10 ปีแล้ว ซึ่ง ในปัจจุบันตนก็ได้มีครอบครัวใหม่ไปแล้ว ส่วน จ่าเอก  ผู้ก่อเหตุ ก็มีครอบครัวใหม่เช่นกัน  และเพิ่งกลับมาติดต่อกันในช่วงที่ทางด้านจ่าเอก มาขอ เอกสารข้อมูลและผลการเรียนของลูกที่มีด้วยกันเพื่อขอสิทธิ์การรักษา เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา

หลังจากเกิดเหตุทางคนดูแลหอในพูดกับตนเองว่า จ่าเอก  ผู้ก่อเหตุ ได้หลบหนีลงจากอพาร์ทเม้นท์โดยอาศัยจังหวัดช่วงชุลมุนและได้มาเจอกับคนดูแลหอซึ่งได้คุยกับคนดูแลหอว่า “ ผมกลับแล้วนะ“ หลังจากนั้นก็เดินไปที่รถและขับออกไปจากที่เกิดเหตุ  ทั้งนี้ตนก็ได้ฝากถึงผู้บังคับบัญชา ให้เอาเรื่องกับจ่าเอก ให้ถึงที่สุด

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 จากกรณีหญิงสาวกระโดดตึกชั้น 5 หลังโดนอดีตแฟนทหารทำร้ายร่างกาย ก่อนติดค้างอยู่บนกันสาดชั้น 2 ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง ถนนรัถการ ซอย 9 เทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่อพาร์ตเม้นอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบจุดที่นางสาวณัฐพรรณกระโดดตึกมาค้างอยู่บนหลังคากันสาดเพื่อหนีเอาชีวิตรอดจากอดีตแฟนทหาร โดยจุดดังกล่าวทางคนดูแลอพาร์ตเม้นได้พาผู้สื่อข่าวจุดที่ตกลงมาซึ่งอยู่ด้านหลังสำนักงานของอพาร์ตเม้น เบื้องต้นพบหลังคากันสาดได้รับความเสียหายพังยุบจนผิดทรง

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางชลมัย  อายุ 50 ปี แม่บ้าน ของอพาร์ทเม้นท์จุดเกิดเหตุ ซึ่งได้เล่านาทีที่ได้ยินเสียงนางสาวณัฐพรรณ ผู้เสียหายตะโกนขอความช่วยเหลือบริเวณกันสาดชั้นหนึ่ง หลังจากที่พลัดตกตกลงมาจากห้องพักบริเวณระเบียง ชั้นห้า

โดยทางนางชลมัย ได้เล่ากับทีมข่าวว่า ในช่วงที่เกิดเหตุตนได้นั่งแพ็คของอยู่ที่บริเวณออฟฟิศของอพาร์ทเม้นท์ซึ่งอยู่ชั้น 1 จะพักได้ยินเสียงเหมือนของตกใส่กันสาด ซึ่งเป็นเสียงที่ดังมาก จนตนนึกว่าแมวตกลงมา สักพักก็ได้ยินเสียงโอ้ย ของนางสาวเบียร์  ตนก็เลย เข้าไปดูที่บริเวณหลังออฟฟิศ ยังพบว่านางสาวเบียร์นอนอยู่ที่บริเวณกันสาดชั้นหนึ่ง และกำลังตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

หลังจากนั้นตนได้ไปแจ้งนางยมลภัทร ซึ่งเป็นคนที่ดูแลอพาร์ทเม้นท์ให้มาดูนางสาวณัฐพรรณหลังจากนั้นก็ช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย 1669 มาในที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือนางสาวณัฐพรรณ โดยในระหว่างที่เป็นช่วงชุลมุนในการช่วยเหลือนางสาวณัฐพรรณออกมา จากกันสาด เพื่อที่จะขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ไปที่โรงพยาบาล ด้าน จ่าเอก ผู้ก่อเหตุได้เดินลงจากอพาร์ทเม้นท์และมาพูดกับตนว่า “ผมกลับแล้วนะ” ก่อนที่จะขึ้นรถกระบะและขับออกจากที่เกิดเหตุทันที ซึ่งในตอนนั้นตนก็ไม่คุ้นหน้าจ่าเอก และคาดว่าเป็นแฟนหนุ่มของนางสาวณัฐพรรณและมีรูปร่างคล้ายทหาร

ตนก็เลยถามพี่สาวของนางสาวณัฐพรรณว่าใช่แฟนหนุ่มของนางสาวเบียร์ไหม ทางพี่สาวก็ได้ตอบว่าใช่และบอกว่าเป็นทหาร หลังจากนั้นทางพี่สาวของนางสาวณัฐพรรณได้บอกว่านางสาวณัฐพรรณและจ่าเอกได้มีเรื่องกันมาก่อนแล้วประมาณ 10 วันที่แล้ว แต่ทางด้านพี่สาวของนางสาวณัฐพรรณไม่ได้บอกว่าทะเลาะเรื่องอะไรกัน ตนเลยคาดว่า จ่าเอกจะมาขอคืนดีนางสาวณัฐพรรณแต่นางสาวเบียร์ไม่ยอมจึงได้ทำร้ายร่างกาย

โดยในช่วงที่เกิดเหตุตนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยจนกระทั่งนางสาวณัฐพรรณพัดตกระเบียงจากชั้นห้าลงมาจนจึงได้ยินเสียงเพราะมีเสียงที่ดังมาก ส่วนตัวจ่าเอก ผู้ก่อเหตุ ด้านเจ้าหน้าที่รปภ.ของอพาร์ทเม้นท์เคยเล่าให้ตนฟังว่า เคยเห็นรถกระบะของจ่าเอกมาจอดอยู่ที่บริเวณหน้า อพาร์ทเมนท์อยู่ครั้งหนึ่ง ส่วนตนก็เพิ่งเจอจ่าเอกเป็นครั้งแรก ในครั้งที่เกิดเหตุ ดังกล่าว 

ในส่วนเรื่องคดีผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง พ.ต.อ.มาชา แก้วทอง ผกก.สภ.หาดใหญ่ กับความคืบหน้าคดีทหารทำร้ายอดีตแฟนสาว จนแฟนสาวต้องโดดตึกหนีตายจากชั้น 5 และมาติดอยู่ที่ระเบียงชั้น 2 ได้รับบาดเจ็บ ที่อพาร์ตเม้นแห่งหนึ่ง  ถนนรัถการ ซอย 9 เทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา 

โดยทาง พ.ต.อ.มาชา และให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่าเบื้องต้นได้รู้ตัว ทหารผู้ก่อเหตุแล้ว และได้ประสานไปที่ต้นสังกัดพบว่าทหารรายดังกล่าวหลังจากก่อเหตุก็ไม่ได้กลับไปทำงาน และ ไม่ได้ กลับที่บ้าน ซึ่งในตอนนี้อยู่ในระหว่างการติดตามตัวทหารรายนี้มาสอบปากคำ และอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และผลใบรับรองแพทย์ เพื่อที่ออกหมายจับ


เรื่องที่เกี่ยวข้อง