หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

ด่านนอก | ด่านนอกต้องไปต่อ! กมธ.กฎหมายฯ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชน หลังเปิดด่านศุลกากรแห่งใหม่ กระทบเศรษฐกิจหายกว่า 70% เร่งหาทางออกระยะสั้นระยะยาว
19 สิงหาคม 2569 | 2,292
ด่านนอก | ด่านนอกต้องไปต่อ! กมธ.กฎหมายฯ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชน หลังเปิดด่านศุลกากรแห่งใหม่ กระทบเศรษฐกิจหายกว่า 70% เร่งหาทางออกระยะสั้นระยะยาว

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางลงพื้นที่ ด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา ชายแดนไทย-มาเลเซีย ร่วมกับคณะกรรมาธิการฯ

โดยในช่วงเช้า ได้เดินสำรวจความเห็น ความรู้สึกจริง ของพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการ บริเวณหน้าด่านศุลการกรเก่า พบว่า บรรยากาศเป็นด้วยความเงียบเหงา ทุกคนสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า นักท่องเที่ยวและรายได้ หายไปกว่า 70 % ภายหลังจากการเปิดด่านศุลการกรแห่งใหม่

ต่อจากนั้น ในช่วงสาย ได้ร่วมเวทีรับฟังความเห็นจากผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดด่านแห่งใหม่ ณ ศาลพระโพธิสัตว์กวนอิม โดยมี ว่าที่นายกเทศบาลเมืองด่านนอก ภาคเอกชน ภาคประชาชน เข้าร่วมกว่า 100 คน

ช่วงบ่าย เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนชาวด่านนอก ในเบื้องต้น ได้มีการประชุม ณ ห้องประชุมด่านศุลการกรแห่งใหม่ระหว่างคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ อาทิเช่น ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (ที่ปรึกษานายกอบจ.ปฏิบัติหน้าที่แทน) นายอำเภอสะเดา ผู้แทนผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา (รองผู้กำกับเข้าร่วมแทน) นายด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา เป็นต้น

โดย ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา แจ้งว่า ที่ผ่านมา อบจ.พยายามช่วยเหลือในการทำงานอยู่ตลอดหากมีการประสานความร่วมมือมา ซึ่งทางหน่วยงานก็เห็นด้วยที่จะส่งเสริมให้มีการเดินทางไปยังด่านผ่านแดนเดิม (ด่านนอก) ด้วย รวมถึงประเด็นของการทำวงเวียนหรือเกือกม้าด้วย

- ถนนเส้น Connecting route นั้น คาดว่าจะเสร็จเดือน มีนาหรือเมษาปีหน้า เนื่องจากติดเรื่องการเวนคืนพื้นที่ระยะสุดท้ายจำนวน 135 กว่าเมตร

- เรื่องถนน Connecting route นั้นแบ่งเป็นสองเส้น คือเส้นระยะสิบเมตร กับระยะกิโลกว่า ซึ่งระยะสิบเมตรกำลังประมูลด้วยงบแปดล้านของท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถหาผู้รับเหมาได้ โดยคาดว่าจะเสร็จเดือนเมษา ส่วนระยะกิโลกว่าที่เป็นถนนสี่เลนนั้น จะเสร็จประมาณเดือนกันยายนนี้

นายอำเภอสะเดา แจ้งว่า ที่ผ่านมาทางอำเภอมีการเสนอแล้วที่จะให้ทางมาเลเซียให้ความร่วมมือในการรับเรื่อง และดำเนินการย้ายเลนซ้ายให้เป็นรถยนต์ทั่วไป เพื่อเลี้ยวซ้ายไปด่านเก่าได้ และให้รถบรรทุกใช้ช่องทางขวา อีกทั้งยังได้ประสานความร่วมมือให้ถนน Connecting route เสร็จสิ้นให้ทันภายในเดือนกันยายน

- ประเด็นความซบเซาในพื้นที่ด่านนอกนั้น ทางหน่วยงานพยายามรับฟังประชาชนในพื้นที่อยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์เศรษฐกิจในพื้นที่นั้นดีขึ้น โดยตอนนี้กำลังประชุมกันภายในวงเล็กเพื่อหาข้อสรุปในการแก้ไขและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

ผู้แทนผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา แจ้งว่า ทางหน่วยงาน ตม. แจ้งว่าที่ผ่านมามีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์มายังด่านใหม่แล้ว ถ้าจะย้ายเครื่องมือกลับไปดำเนินงานที่ด่านเก่านั้นต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการเป็นระยะเวลาซักระยะหนึ่ง ซึ่งยังให้คำตอบไม่ได้ อาจจะต้องมีการหารือภายในก่อน ซึ่งงบประมาณที่ใช้ในการย้ายจากด่านเก่ามาด่านใหม่นั้น ครั้งที่ผ่านมาใช้งบไปราว 600,000 บาท

นายด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา แจ้งว่า จะเน้นไปที่ประเด็นการเปิดจุดผ่านแดนถาวรใหม่ โดยถึงแม้จุดผ่านแดนสะเดาแห่งใหม่จะเปิดใช้งานแล้ว แต่ก็ยังเกิดด่านศุลกากรด่านนอกเดิมไว้อยู่ ข้อมูลทางสถิติอัตราส่วนคือ คนผ่านแดนเข้าออกโดยเฉลี่ยต่อวัน ด่านเก่า 33% หรือ 5500 กว่าคน และด่านใหม่ 67% จำนวน 11,000 กว่าคน

- ประเด็นการนำเสนอความร่วมมือให้ทางรถจากมาเลเซีย รถเล็กสามารถเลี้ยวซ้ายไปยังด่านนอกเก่าได้นั้น ทางมาเลเซียขอสงวนท่าที เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยไม่ให้กระทบกับประชาชนของทางมาเลเซีย

- ทางกรมศุลกากรสะเดาของไทยจึงเสนอให้รถที่ต้องการกลับไปด่านนอก (จุดผ่านด่านเก่า) นั้นต้องเดินรถไปให้ถึงวงเวียน เพื่อวนกลับไปยังเส้นเลี้ยวเพื่อกลับไปยังเส้นเลียบด่าน และมุ่งตรงไปทางด่านนอกได้

- ทางด่านศุลกากร พร้อมที่จะนำเครื่องไม้เครื่องมือกลับไปที่ด่านศุลกากรเดิม ไม่ติดขัดอย่างใด

- นายด่านฯ แจ้งว่า อยากให้ทำสะพานข้ามเพื่ออ้อมกลับไปยังพื้นที่ด่านนอกเก่ามากกว่า มากกว่าทำเป็นวงเวียน

- ทำไมพื้นที่ตรงนั้นตอนนี้ใช้แบริเออร์สีส้ม เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ สามารถแก้สถานการณ์ได้ง่ายกว่า

- ตอนนี้ยังถือว่าโชคดีที่ที่ทางมาเลเซียเลือกที่จะปรับขาออกของเขาให้เหลือช่องทางเดียว จากเดิมที่เคยจะทำทั้งหมด 3 ช่องทาง ทำให้ปัจจุบันรถเล็กยังมีโอกาสที่จะเลี้ยวซ้ายเพื่อให้วนไปยังด่านนอกได้

ภายหลังการนำเสนอข้อมูลของผู้มาชี้แจง คณะกรรมาธิการจึงได้ซักถามและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ดังนี้

1. ปัจจุบันปัญหาที่สำคัญที่สุดคือประเด็นการซบเซาของเศรษฐกิจในพื้นที่ด่านผ่านทางเก่า (บ้านด่านนอก) ซึ่งประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก

- การแสตมป์ประทับตราเข้า-ออก

- การสร้างวงเวียน

- ถนนเชื่อม (Connecting route)

- การปรับปรุงทางเท้า

2. ประเด็นตอนสร้างด่านศุลกากรนี้นั้น ประสงค์ให้สร้างเพื่อรองรับรถบรรทุก รถขนส่ง (Logistics) มากกว่าประชาชนทั่วไป แต่เมื่อเปิดการข้ามแดนจริง เกิดการใช้ด่านใหม่ในการดำเนินการทั้งหมด จึงกระทบต่อพี่น้องประชาชนพ่อค้าแม่ขายที่อยู่บริเวณหน้าด่านเก่า ซึ่งในประเด็นนี้ทางหน่วยงานในพื้นที่รับไปแก้ไข

3. การสร้างวงเวียนที่อยู่ติดกับด่านของทางมาเลเซียเพื่อให้ใกล้กับการเดินทาง ซึ่งได้เคยเสนอแนะไปแล้วให้กับหน่วยงานราชการ

4. การทำสะพานข้ามนั้น จะเกิดประเด็นเรื่องจุดสูงข่มของพื้นที่ ซึ่งกระทบเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงได้

5. เน้นย้ำในเรื่องสำคัญก่อนการก่อสร้างด่านใหม่นี้ว่า หลักการที่ว่า “สินค้าด่านใหม่ คนด่านเก่า” นั้น ยังคงต้องให้ความสำคัญอยู่ เนื่องจากกระทบกับประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ด่านนอก และเป็นปัญหาเร่งด่วน เพราะประชาชนได้รับกระทบเป็นอย่างยิ่ง และเป็นการป้องกันอารมณ์ของประชาชนหากเกิดการประท้วงปิดด่านในอนาคต

6. อยากแบ่งการแก้ปัญหาเป็นสองระยะ ระยะสั้นสามารถทำตามที่นายด่านว่าได้ แต่ระยะยาวจะแก้ปัญหาเป็นสะพานเกือกม้า หรืออะไรก็ได้ที่ยั่งยืนและเป็นระบบมากกว่า

7. ประเด็นสอบถามเกี่ยวกับ Connecting route นั้นว่าควรให้ความสำคัญ เนื่องจากตอนนี้เลื่อนการเปิดใช้ไปเป็นช่วง พฤศจิกาแล้ว จากเดิมเปิดใช้เดือนกรกฎาคม ซึ่งถนนเส้นนี้สามารถช่วยให้รถบัส รถทัวร์ วนกลับไปพื้นที่ของด่านนอกได้

8. กรณีการบีบบังคับให้รถที่ต่อคิวใช้ด่านเดิม เพื่อไปใช้ด่านใหม่ เกิดจากอะไร และจะแก้ปัญหาได้อย่างไร

9. ป้ายบอกทางว่าไป Customs กับเขตเศรษฐกิจพิเศษ นั้นชี้แจงให้ชัดเจนกว่าเดิม เพราะประชาชนโดยเฉพาะประชาชนนั้นไม่เข้าใจว่าอันไหนเป็นพื้นที่ด่านนอก // ซึ่งทางหน่วยงานจะรับนำไปประสานเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ครับ

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม คณะกรรมาธิการฯ จะสรุปบันทึกการประชุม ส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ในระยะสั้น ส่วนในระยะยาวจะได้ประสานงานไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมศุลกากร เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพข้อมูล : เพจRangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง