หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

หาดใหญ่ | สาวชุมพร เปิดห้องโรงแรมหาดใหญ่ ผวาชายงัดประตูดันโซ่คล้องตอนตี4 ผู้ก่อเหตุชาย 22 ปี เมาจำอะไรไม่ได้
19 สิงหาคม 2569 | 3,822
หาดใหญ่ | สาวชุมพร เปิดห้องโรงแรมหาดใหญ่ ผวาชายงัดประตูดันโซ่คล้องตอนตี4 ผู้ก่อเหตุชาย 22 ปี เมาจำอะไรไม่ได้

วันที่ 19 ส.ค. 69 ผู้ใช้ TikTok “เจ้าสัวรถลาก” โพสต์คลิปวิดีโอจำนวน 2 คลิป พร้อมเล่าประสบการณ์ขณะเข้าพักโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ขณะที่กำลังอยู่ในอาการสะลึมสะลือ ก่อนมีชายรายหนึ่งพยายามเปิดและดันประตูเข้ามาภายในห้องพัก

ซึ่งคลิปดังดกล่าวมีการเข้าดูถึง 1.7 M และแชร์ออกไปจำนวนมาก ผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “โรงแรมหนึ่งในหาดใหญ่ ความปลอดภัยอยู่ตรงไหน มีคนพยายามเข้ามาในห้อง เราเข้าพักโรงแรมคนเดียว กลัวมาก สติหลุด” พร้อมระบุว่า ทางโรงแรมเสนอจะมอบ Gift Voucher เป็นที่พักฟรี แต่สาเหตุที่นำเรื่องราวมาเผยแพร่ เพราะต้องการให้ผู้ที่เดินทางและเข้าพักโรงแรมเพียงลำพัง โดยเฉพาะผู้หญิง เพิ่มความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย ซึ่งในคลิป ผู้โพสต์เล่าเหตุการณ์ว่า ชายคนดังกล่าวพูดว่า “ห้องผม ผมจะเข้าไป” ก่อนที่เจ้าตัวจะบอกว่า “ไม่ใช่ ผิดห้องแล้วค่ะ” แต่ชายรายดังกล่าวยังพยายามดันประตูเข้ามา ทำให้เกิดความหวาดกลัวอย่างมาก

ล่าสุด หญิง อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดชุมพร เปิดใจกับผู้สื่อข่าว เล่าว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนเดินทางจากจังหวัดชุมพร มาทำงานที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้เปิดห้องพักเป็นเตียงแบบเตียงเดี่ยว นอนพักคนเดียวภายในโรงแรมแห่งหนึ่งที่ ถนนธรรมนูญวิถี อำเภอหาดใหญ่ ก่อนจะนอนพักผ่อน กระทั่งช่วงตี 4 วันที่ 17 สิงหาคม ขณะที่ตนกำลังนอนหลับ ก็ได้ยินเสียงคนพยายามเปิดประตูห้องพักของตน จากนั้นก็ล้วงมือเข้าไปในห้อง พยายามจะเลื่อนปลดโซ่คล้องประตู จังหวะนั้น ตนตกใจมาก และนึกถึงหน้าลูก อายุ 2 ขวบ พ่อแม่ และสามี เพราะเห็นข่าวมาเยอะ กลัวว่าจะโดนข่มขืนหรือทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต และเมื่อตั้งสติได้ ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายนาทีเกิดเหตุไว้ หวังแค่ว่า หากผู้ก่อเหตุเข้าไปในห้องได้ แล้วก่อเหตุร้าย ก็จะมีหลักฐานอยู่ในโทรศัพท์ 

ซึ่งช่วงที่ชายคนดังกล่าว ซึ่งภายหลังพบว่า อายุประมาณ 20 ปี พยายามปลดโซ่คล้องประตูนั้น ตนก็ตะโกนบอกแล้วว่า ผิดห้อง แต่ชายคนดังกล่าวก็ยังมีความพยายามจะเปิดประตูห้องให้ได้ สุดท้ายตนรีบโทรศัพท์ไปแจ้งพนักงานต้อนรับ และเมื่อพนักงานต้อนรับขึ้นมายังห้องพักที่ตนพักอยู่ ก็พบว่า ชายผู้ก่อเหตุ เปิดห้องพักผิดห้องจริง โดยห้องพักของชายคนดังกล่าว อยู่ติดกับห้องที่ตนพัก ทั้งนี้ตนก็ไม่รู้ว่า ชายผู้ก่อเหตุนำกุญแจที่ไหนมาเปิดประตูห้องพักของตนได้ และหลังเกิดเหตุ ก็ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.คอหงส์ แล้ว โดยตำรวจและโรงแรม พยายามจะไก่เกลี่ย ซึ่งโรงแรมก็เยียวยาโดยมอบบัตรกำนัลห้องพักให้ มูลค่า 1,000 บาท แต่ตนยืนยันว่าไม่รับ และยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ เพราะเป็นการกระทำที่สร้างอันตรายร้ายแรง และไม่สามารถยอมรับได้ ขณะที่ผู้ก่อเหตุ ที่ได้สติในช่วงเช้า ก็ได้มาขอโทษตน พร้อมอ้างว่าเมาจนไม่ได้สติ 

ทั้งนี้เหตุที่เกิดขึ้นทำให้ตนได้อุทรหรณ์การเข้าพักโรงแรมคนเดียว ต้อง แต่งตัวมิดชิด โดยระมัดระวังการแต่งกายเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะของโรงแรม รวมทั้งต้องสังเกตสิ่งรอบตัว คอยสอดส่องดูซ้ายดูขวาและสังเกตบุคคลน่าสงสัยอยู่เสมอ และตรวจสอบระบบล็อกและคล้องโซ่ประตูห้องพักทุกครั้ง  เพราะประตูลูกบิดหรือคีย์การ์ดอาจถูกงัดแงะหรือไขเข้ามาได้ แต่สายคล้องโซ่จะช่วยชะลอการเปิดประตู และทำให้ผู้ก่อเหตุทำงานได้ไม่สะดวก

ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยเซฟชีวิตได้ขณะที่ช่วงเย็นวันนี้ ตำรวจนำผู้เสียหาย ไปชี้จุดเกิดเหตุภายในโรงแรมที่เกิดเหตุ โดยห้ามสื่อมวลชนไม่ให้เข้าไปบันทึกภาพภายใน สามีของผู้เสียหายเปิดเผยความรู้สึกว่า ในฐานะครอบครัวตนรู้สึก “ไม่โอเคอย่างมาก” กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตั้งคำถามถึงระบบรักษาความปลอดภัยของสถานประกอบการว่า เหตุใดบุคคลภายนอกจึงสามารถไขกุญแจเข้ามาในห้องพักของลูกค้าได้

"เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมา 2-3 ครั้งแล้ว แต่เขาก็ยังเพิกเฉย จนสุดท้ายต้องมีคนไปแจ้งความจริงๆ ถึงจะเริ่มดำเนินคดีกัน ไม่งั้นก็ต้องปล่อยผ่านอยู่แบบนี้ ต้องให้เกิดอีกสักกี่เคส โรงแรมถึงจะยอมรับผิดชอบ? นี่ถ้าเกิดเขาเข้าไปในห้องได้จริงๆ คิดว่าเขาจะทำอะไรภรรยาผม?" สามีผู้เสียหายกล่าวด้วยความอัดอั้น

เมื่อถามถึงการเยียวยาและแสดงความรับผิดชอบจากทางโรงแรม สามีผู้เสียหายระบุว่า ทางโรงแรมไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ ต่อครอบครัว ทำเพียงแค่ให้ความร่วมมือในการส่งมอบภาพจากกล้องวงจรปิดให้ตำรวจเท่านั้น แต่ไม่มีการติดต่อเข้ามาพูดคุยหรือแสดงความเสียใจเลย

ตนจึงเห็นว่าจำเป็นต้องนำเรื่องนี้ออกมาตีแผ่ผ่านสื่อมวลชน เพื่อให้สังคมได้รับรู้และกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยที่สุดทางโรงแรมจะได้หันมาลงทุนยกระดับมาตรการความปลอดภัย เช่น การจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) เข้ามาดูแลความเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญกับผู้เข้าพักรายอื่นอีก


เรื่องที่เกี่ยวข้อง