
วันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ศาลหลักเมืองจังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลาและที่ทำการปกครองจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ตรวจนับเงินบริจาคและทรัพย์สินภายในตู้เซฟนิรภัยของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา จำนวน 12 ตู้ โดยนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะประธานคณะทำงานฯ นำทีมลงพื้นที่สังเกตการณ์ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และสามารถตรวจสอบได้ พร้อมเปิดโอกาสให้คณะกรรมการศาลเจ้า ผู้เกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วมเป็นสักขีพยานและสังเกตการณ์ในทุกขั้นตอน

โอกาสนี้มี นายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา นายวินิจ เทพนิต นายอำเภอเมืองสงขลา นางสาวจิตพิสุทธิ์ ไกรประสิทธิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา นางสาวนิธิวดี ประกอบกิจ คลังจังหวัดสงขลา นางสาวฐิติรัตน์ แก้วขาว เสมียนตราจังหวัดสงขลา นายอภิรักษ์ ทิมมณี ป้องกันจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยานและสังเกตการณ์กระบวนการตรวจนับ

การดำเนินการครั้งนี้ สืบเนื่องจากการบริหารจัดการกิจการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาที่มีข้อคิดเห็นและแนวทางการดำเนินงานแตกต่างกัน ส่งผลให้การบริหารจัดการและการดำเนินงานบางประการไม่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง จังหวัดสงขลาจึงแต่งตั้งคณะทำงานตรวจนับเงินบริจาคและทรัพย์สินภายในตู้เซฟนิรภัยของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ตามคำสั่งลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้การดูแลและคุ้มครองทรัพย์สินของศาลเจ้าเป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยอาศัยอำนาจตามกฎเสนาบดีว่าด้วยศาลเจ้า พ.ศ. 2463 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเงินของศาลเจ้า พ.ศ. 2520 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับกระบวนการตรวจนับ กำหนดให้ตรวจนับเป็นรายตู้ รวมทั้งหมด 12 ตู้ โดยแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานออกเป็น 6 จุด ได้แก่ จุดนำเงินออกจากตู้และตรวจนับ จุดคัดแยกเงิน จุดนับและมัดเงิน จุดตรวจสอบและจัดเก็บ จุดตรวจสอบโดยธนาคาร และจุดส่งมอบให้อำเภอ เพื่อให้ทุกขั้นตอนมีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ โดยเจ้าหน้าที่จะคัดแยกธนบัตรและเหรียญ เรียงธนบัตรตามชนิด นับเป็นมัด มัดละ 100 ใบ พร้อมบันทึกจำนวนและยอดเงิน ก่อนส่งต่อให้ธนาคารตรวจนับด้วยเครื่องอีกครั้ง เพื่อยืนยันความถูกต้อง

นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาและที่ทำการปกครองจังหวัดสงขลา ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ออกใบอนุญาตและกำกับดูแลกิจการศาลเจ้า ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างคณะกรรมการศาลเจ้ากับกรมการปกครอง เพื่อให้การบริหารกิจการศาลเจ้าเป็นไปตามระเบียบและเกิดความเรียบร้อย โดยวันนี้ตนมาทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์ในการตรวจนับเงินและทรัพย์สิน ซึ่งจังหวัดได้เตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง การลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ และการเตรียมคณะทำงาน เพื่อให้การตรวจนับเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน เข้ามาเป็นสักขีพยานและสังเกตการณ์ได้ หากพบว่าขั้นตอนใดไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ สามารถทักท้วงได้

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวเพิ่มเติมว่า ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเป็นสถานที่สำคัญและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของประชาชน อีกทั้งตั้งอยู่ใจกลางเมืองสงขลาบนถนนนางงาม มีทั้งประชาชนชาวสงขลา นักท่องเที่ยวชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศมาเลเซียเดินทางมากราบไหว้เป็นจำนวนมาก จึงต้องการให้ศาลเจ้าแห่งนี้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างเรียบร้อย เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องมีความรักและความสามัคคีกัน หากสามารถบริหารกิจการศาลเจ้าได้ด้วยความเรียบร้อย เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนทั้งในและนอกจังหวัด รวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เกิดความเชื่อมั่นและเดินทางมาเยี่ยมชมมากขึ้น จังหวัดจึงต้องการให้การดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างโปร่งใสและอยู่ภายใต้ระเบียบกฎหมาย ทั้งนี้ ภายหลังการตรวจนับ เงินบริจาคจะดำเนินการตามระเบียบ โดยนำส่งให้อำเภอ ก่อนส่งต่อจังหวัด และจังหวัดส่งต่อกรมการปกครองตามลำดับ เพื่อให้การบริหารจัดการเงินเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด

ด้าน นางสาวสุธิดา พันธนียะ จิ้วจันทร์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ ที่ทำการปกครองจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การบริหารจัดการเงินของศาลเจ้าจะดำเนินการตามขั้นตอนของกระทรวงมหาดไทย โดยศาลเจ้าจะนำส่งเงินให้อำเภอ จากนั้นอำเภอจะนำส่งจังหวัด และจังหวัดจะส่งต่อให้กรมการปกครองตามลำดับ โดยในส่วนของเงินที่นำส่งจังหวัด จังหวัดสามารถเก็บไว้ได้ 5,000 บาท เช่นเดียวกับอำเภอ เพื่อสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและมีวงเงินไม่เกิน 5,000 บาท โดยไม่ต้องดำเนินการเบิกจ่ายผ่านกรมการปกครองทุกครั้ง ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิน 5,000 บาท จะต้องดำเนินการเบิกจ่ายตามขั้นตอน คือ ศาลเจ้าเบิกผ่านอำเภอ อำเภอส่งต่อจังหวัด และจังหวัดส่งให้กรมการปกครองตามระเบียบ

สำหรับการบริหารจัดการตามปกติ ศาลเจ้าจะต้องนำส่งเงินให้อำเภอเดือนละ 1 ครั้ง ขณะที่อำเภอจะนำส่งจังหวัด และจังหวัดจะนำส่งกรมการปกครองเดือนละ 1 ครั้งเช่นเดียวกัน โดยศาลเจ้าสามารถเบิกจ่ายเงินเพื่อใช้ในกิจการต่าง ๆ ตามระเบียบได้ ทั้งการบูรณะ ซ่อมแซม พัฒนา การเช่าหรือซื้อที่ดิน ตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร

นางสาวสุธิดา กล่าวอีกว่า จังหวัดและอำเภอมีหน้าที่กำกับดูแลให้ศาลเจ้าดำเนินการตามระเบียบราชการ ส่วนประเด็นความขัดแย้งระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลถือเป็นเรื่องส่วนตัว ขณะที่หน่วยงานภาครัฐจะเข้ามาดูแลเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามระเบียบ เพื่อให้การบริหารจัดการกิจการศาลเจ้าเป็นไปอย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ การตรวจนับครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการวางระบบให้ถูกต้องตามระเบียบ เพื่อให้สามารถเดินหน้าการบริหารกิจการศาลเจ้าได้อย่างเป็นขั้นตอน จังหวัดจะกำชับให้อำเภอดำเนินการตามระเบียบอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาสังเกตการณ์ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่น โดยมุ่งให้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเป็นสถานที่ที่ประชาชนให้ความเชื่อถือและศรัทธา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน..
ขอบคุณภาพข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
หาดใหญ่ | หนุ่มเปิดใจเมาขาดสติ "ไขห้องผิด"
19 สิงหาคม 2569 | 2,396หาดใหญ่ | ผกก.สภ.หาดใหญ่กำชับตำรวจจราจร
19 สิงหาคม 2569 | 2,360ด่านนอก | ด่านนอกต้องไปต่อ! กมธ.กฎหมายฯ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชน
19 สิงหาคม 2569 | 2,352สงขลา | แม่บุกวัดสระเกษ! ซัดข่าวมั่วโยงลูกก่อเหตุซ้ำ
19 สิงหาคม 2569 | 3,793หาดใหญ่ | สาวชุมพร เปิดห้องโรงแรมหาดใหญ่
19 สิงหาคม 2569 | 3,883สงขลา | กรมทะเลผนึกกำลังท้องถิ่น - จิตอาสา ลุยดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเล
18 สิงหาคม 2569 | 3,519นราธิวาส | นายอำเภอสุคิริน เตือนหยุดลักลอบดูดทอง
18 สิงหาคม 2569 | 3,777หาดใหญ่ | สาวหวาดผวาพักโรงแรมหาดใหญ่
18 สิงหาคม 2569 | 5,972