หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวอาชญากรรม

สิงหนคร | สิ้นสุดการรอคอยเก็บศพนาน 4 ปี ศาลสงขลาตัดสินจำคุกดาบตำรวจตลอดชีวิต หลังก่อเหตุยิงเจ้าของร้านคาราโอเกะดับ เหตุไม่พอใจโดนทวงค่าเหล้า
17 สิงหาคม 2569 | 2,270
สิงหนคร | สิ้นสุดการรอคอยเก็บศพนาน 4 ปี  ศาลสงขลาตัดสินจำคุกดาบตำรวจตลอดชีวิต หลังก่อเหตุยิงเจ้าของร้านคาราโอเกะดับ  เหตุไม่พอใจโดนทวงค่าเหล้า

วันที่ 16 สิงหาคม 2569จากกรณีเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 ช่วงเวลากลางดึก  ด.ต.สันติภาพ  ตำรวจสังกัดสถานีตำรวจภูธรสิงหนคร จังหวัดสงขลาได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืน 9 มม. (ปืนประจำกาย) ยิง นายประเนตร เจือละออง อายุ 55 ปี เจ้าของร้านคาราโอเกะ จนเสียชีวิต โดยกระสุนปืนเข้าที่ศีรษะและขา รวม 2 นัด เหตุเกิดหลังร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา สาเหตุดาบตำรวจสันติภาพ ไปใช้บริการร้านคาราโอเกะ เมาแล้วชักดาบค่าเหล้า 800 บาท หลังโดนทวงค่าเหล้าและไม่พอใจเด็กเสิร์ฟที่ทวงเงิน จึงได้มีการเรียกเจ้าของร้านคาราโอเกะมาคุยหลังร้าน ก่อนซักอาวุธปืนขึ้นมาจ่อยิง 2 นัด เสียชีวิตคาที่

ต่อมา ดาบตำรวจสันติภาพเข้ามอบตัวกับทางพนักงานสอบสวน สภ.สิงหนคร พร้อมดำเนินการสอบปากคำ ก่อนมีการแจ้งข้อกล่าวหา ด.ต.สันติภาพ ทั้งหมด 2 ข้อหา ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และ ข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในสาธารณะ จากนั้นทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ทางญาติผู้เสียชีวิตกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเก่ากลัวว่าจะมีการช่วยเหลือกัน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เดินทางเข้าพบ ว่าที่ร้อยตรีชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ หรือ ทนายชัช พร้อมมอบอำนาจและหลักฐานต่างๆ ให้เป็นทนายส่วนตัวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ศาลจังหวัดสงขลาได้อ่านพิพากษาตัดสินสั่งจำคุก ดาบตำรวจสันติภาพ ฤทธิ์อิทธิพัทธ์ โทษจำคุกตลอดชีวิตและให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนกว่า 2 ล้านบาท ให้กับทางญาติผู้เสียชีวิตทันที

หลังศาลจังหวัดสงขลาได้ให้ความเป็นธรรมกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิต ได้มีการเคลื่อนย้ายร่าง นายประเนตร เจือละออง ผู้เสียชีวิต (เจ้าของร้านคาราโอเกะ) ออกจากที่เก็บศพในวัดสว่างอารมณ์ ตำบลป่าขาด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา มาบำเพ็ญกุศลศพเป็นเวลา 3 วัน และเตรียมฌาปนกิจศพในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 หลังทางครอบครัวได้เก็บร่างนายประเนตรไว้ที่เก็บศพภายในวัดสว่างอารมณ์ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 จนถึง วันที่ 14 สิงหาคม 2569 รวมระยะเวลาทั้งหมด 4 ปี ที่ทางครอบครัวเก็บร่างนายประเนตรไว้ยังไม่มีการเผาศพแต่อย่างใดเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม 

โดยทาง ว่าที่ร้อยตรีชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ หรือ ทนายชัช ประธานกลุ่มทนายใจดี เปิดเผยว่า คดีนี้นะครับต่อสู้กันมาตั้งแต่เกิดเหตุปี 2565 แล้ว จนคดีสิ้นสุดในปี 2569 ซึ่งผู้กระทำความผิดได้ถูกตัดสินลงโทษศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต และชดใช้ค่าเสียหายของครอบครัวผู้เสียชีวิตซึ่งรวมระยะในการดำเนินคดีรวมทั้งหมด 4 ปี ตั้งแต่ 2565-2569 ส่วสในคดีนี้เป็นคดีตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งทางครอบครัวใช้กระบวนการของการตามกฎหมาย อย่างเต็มที่ตั้งแต่การสืบพยานล่วงหน้า ซึ่ง คดีนี้ พยานหลักฐานอะไรต่างๆ รวบรวมไว้ล่วงหน้า จนถึงการต่อสู้คดีจนถึงศาลฎีกา และศาลฎีกาก็ได้พิพากษาคดีดังกล่าวแล้ว ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ได้รับค่าชดเชยทางฝั่งผู้กระทำความผิด แต่ได้รับค่าชดเชย ทางรัฐแล้วจากกระทรวงยุติธรรมแล้วตามกฎหมาย


ซึ่งคดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่อุทาหรณ์เป็นไปตามกระแสสังคมหน้าปัจจุบันถึงแม้เรื่องจะเกิดเมื่อปี 2565 เรื่องของการใช้อาวุธปืนโดยเฉพาะเรื่องการใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอยู่นอกเวลาราชการ ก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐด้วยว่า ควรหรือไม่ที่เจ้าพนักงานของรัฐ เช่น ตำรวจ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองพกพาอาวุธปืนเข้าไปในที่สาธารณะเข้าไปในที่อโคจรต่างๆจนทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งในคดีนี้วันนั้น ถ้าหากว่าตัวผู้กระทำความผิดไม่ได้พกอาวุธปืนไปเหตุรุนแรงคงไม่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ ซึ่งทางตนทำอย่างเต็มที่และฝากบอกประชาชนด้วยว่า การใช้อาวุธปืนต่างๆไม่ว่าเป็นบุคคลธรรมดา หรือ เจ้าหน้าที่รัฐ ขอใช้ตาม กฎหมายที่ให้อำนาจของเราไว้ อย่าใช้ ไปในทางสร้างพลังให้กับตัวเอง แล้วไปก่อเหตุกระทำความผิดและก็เป็นอุทาหรณ์อีกคดีที่เป็นอุทาหรณ์ให้กับประชาชนได้

สุดท้ายกราบขอบพระคุณอันดับแรก ซึ่งวันนี้ต้องยอมรับประชาชนอาจจะเข้าถึงขบวนการยุติธรรมได้ยาก แต่คดีนี้เป็นตัวอย่างสื่อมวลชนที่มีศักยภาพเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ทางครอบครัวได้เข้ามาหากลุ่มทนายใจดี เข้ามาหาสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งทางเราต่อสู้กับครอบครัวนี้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ตั้งแต่เริ่มต้น ภายหลังจากที่มีข่าว ทางสื่อมวลชนและพี่น้องสื่อมวลชนได้มีการติดต่อประสานงานเข้ามาทางกลุ่มทนายใจดีและทางเราก็เข้าช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มต้นจนจบคดี และทางเราก็ไม่ทิ้ง ซึ่งตนเชื่อว่าวันนี้ถ้าประชาชนสามารถเข้าไปถึงกระบวนการทางกฎหมายได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะช่องทางสื่อมวลชนก็ดี หรือหน่วยงานราชการที่พร้อมที่จะช่วยเหลือเค้าอย่างเต็มที่ ต้นเชื่อว่าความยุติธรรมก่อให้เกิดได้ในอนาคต

ส่วนทาง นางจารุวรรณ เจือละออง เปิดเผยว่า อยากขอบคุณสื่อมวลชนทุกสื่อ ที่ได้มาทำข่าวแต่วันแรกที่พี่เนตรเสียชีวิต และขอบคุณโหนกระแสที่เชิญไปออกรายการโหนกระแส ของพี่หนุ่มกรรชัยด้วย ที่สำคัญตนอยากขอบคุณทีมทนายใจดีมากๆ ซึ่งทีมทนายใจดีได้เข้ามาช่วยเหลือในการดำเนินคดีตรงนี้ ภูมิใจมากซึ่งเข้ามาดูแลและซัพพอตดีมาก ซึ่งหลังศาลตัดสินตนและครอบครัวได้รับความเป็นธรรมแล้ว 

ส่วนสาเหตุ ที่ยังไม่มีการเผาร่างของพี่เนตร ในตอนนั้นทั้งที่พี่เนตรได้เสียชีวิตมาประมาณสี่ปีแล้ว เพราะอยากให้พี่เนตรรับความเป็นธรรมก่อนจึงจะเผาร่างพี่เนตรได้ หลังศาลตัดสินและได้รับความเป็นธรรมแล้วพี่เนตรได้มาเข้าฝัน มาให้เห็นและบอกกับตนว่า ตอนนี้สบายแล้วได้รับความเป็นธรรมแล้ว วันนี้ได้นำร่างของพี่เนตรมาทำพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลทั้งหมด 3 คืน และจะทำการฌาปนกิจในวันที่ 17 สิงหาคมนี้

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง