หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

หาดใหญ่ | "อภิสิทธิ์" นำคณะ สส. ประชาธิปัตย์ ยื่น 4 ข้อเสนอเร่งด่วนต่อรัฐบาล จี้สางปมเยียวยา-แก้อุทกภัยหาดใหญ่ หวั่นซ้ำรอยระเบิดเวลาเศรษฐกิจใต้
16 กรกฎาคม 2569 | 2,949
หาดใหญ่ | "อภิสิทธิ์"  นำคณะ สส. ประชาธิปัตย์ ยื่น 4 ข้อเสนอเร่งด่วนต่อรัฐบาล จี้สางปมเยียวยา-แก้อุทกภัยหาดใหญ่ หวั่นซ้ำรอยระเบิดเวลาเศรษฐกิจใต้

วันที่ 15 ก.ค. 69 ที่อาคารรัฐสภา เวลา 15.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรค ได้เข้ายื่นหนังสือข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัย การเยียวยาประชาชน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ให้กับ นายภราดร ปริศนานันกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งต่อไปยังนายกรัฐมนตรี ณ บริเวณหน้าห้องประชุมงบประมาณ อาคารรัฐสภา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังการยื่นหนังสือว่า สืบเนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงพื้นที่จัดประชุมสัมมนา สส. ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้เชิญภาคส่วนต่าง ๆ มาพูดคุยเกี่ยวกับมาตรการรองรับอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าทั้งภาคธุรกิจและทุกภาคส่วนค่อนข้างมีความวิตกกังวล และไม่ค่อยมั่นใจว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนปีที่แล้วหรือไม่ ทั้งนี้ สิ่งที่พรรคได้รวบรวมมาให้รัฐบาลเป็นข้อเสนอที่อยากจะเน้นย้ำสั้น ๆ เป็น 2 เรื่องหลัก

เรื่องที่ 1 คือเรื่องของงบประมาณระบายน้ำ ที่ผ่านมาอาจจะมีการสื่อสารหรือประสานงานที่ตีความเข้าใจผิดกันไปบ้าง แต่ข้อเท็จจริงพบว่า ปัจจุบันในพื้นที่ของเทศบาลนครหาดใหญ่ ไม่มีเงินสะสมเหลือเพียงพอที่จะนำมาใช้ดำเนินการขุดลอกคูคลอง ซ่อมแซม หรือจัดซื้ออุปกรณ์ระบายน้ำที่เสียหายไปเมื่อปีที่แล้วได้ ซึ่งจากการสอบถามประเมินตัวเลขคร่าว ๆ พบว่าต้องใช้เงินประมาณ 270 ล้านบาท โดยรายละเอียดต้องสอบถามทางเทศบาลนครหาดใหญ่เพิ่มเติม ซึ่งหากไม่ได้รับงบประมาณตัวนี้ลงไปช่วยเหลือ ก็จะมีความสุ่มเสี่ยงอย่างมากในการป้องกันและรองรับปัญหาภัยพิบัติที่จะตามมา

เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องที่ไม่ต้องใช้เงิน คือระบบการเตือนภัยและการเตรียมพร้อมในปัจจุบัน ซึ่งชุมชนและประชาชนโดยทั่วไปยังคงไม่ทราบว่า หากเกิดเหตุการณ์อุทกภัยขึ้น ระบบการอพยพหรือแหล่งพักพิงที่พวกเขาจะต้องเดินทางไปคือที่ไหนอย่างเป็นระบบ ซึ่งทุกภาคส่วนเห็นพ้องต้องกันว่า อยากให้ทางจังหวัดเข้ามาเป็นเจ้าภาพหลักในการเริ่มจัดการสิ่งเหล่านี้ เพื่ออย่างน้อยที่สุดจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังได้เน้นย้ำถึงประเด็นข้อเสนอเรื่องสินเชื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ (Soft Loan) ที่ระบุไว้ในหนังสือ เพื่อขอให้รัฐบาลกลับไปทบทวนตัวเลขและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เนื่องจากมาตรการที่รัฐบาลอนุมัติมานั้น ในภาคปฏิบัติยังติดเงื่อนไขการอนุมัติ ทั้งปัญหาเรื่องเครดิตบูโร รวมถึงกรอบเวลามาตรการปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนที่หมดลงแล้ว และมาตรการปลอดเงินต้น 1 ปีที่กำลังจะครบกำหนดในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงฤดูมรสุมพอดี ทำให้ผู้ประกอบการกังวลว่ากำลังซื้อจะลดฮวบลงทันที จึงเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาช่วยมอนิเตอร์ดูแลในเรื่องสินเชื่อและโครงสร้างหนี้เหล่านี้ด้วย

สำหรับเรื่องงบกลาง นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ตนเข้าใจว่าในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานของกรมชลประทาน มีส่วนที่ท่านนายกรัฐมนตรีอนุมัติไปแล้ว 99.5 ล้าน และยังมีส่วนที่ยังไม่ได้อนุมัติ ซึ่งอยากให้นำมารวมกันและรวบรวมพื้นที่ที่ยังตกหล่นตามที่พรรคเสนอเข้าไป เพื่อช่วยตรวจสอบให้ข้อมูลสมบูรณ์ที่สุดก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ประชาชนทุกคนเกิดความสบายใจ ส่วนเนื้อหาของหนังสือ “ข้อเสนอ แนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัย การเยียวยาประชาชน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เขตพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา” ที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นต่อรัฐบาลในวันดังกล่าว มีรายละเอียดทั้งหมดระบุไว้ดังต่อไปนี้

ข้อความในหนังสือข้อเสนอแนะฉบับเต็มที่ ปชป. ๖๙๙๑๐๐๒๑๔ / ๒๕๖๙ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เรื่อง ข้อเสนอ แนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัย การเยียวยาประชาชน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เขตพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

กราบเรียน นายกรัฐมนตรี เนื่องด้วย พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดการประชุมสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 โดยได้เปิดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นและถอดบทเรียนร่วมกับภาคีเครือข่ายหลากมิติ ทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ เอกชน นักวิชาการ และผู้แทนเยาวชนในพื้นที่ เพื่อสะท้อนสภาพปัญหาจริงจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2568 และประมวลความต้องการในการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูมรสุมที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

พรรคประชาธิปัตย์ตระหนักดีว่าปัญหาน้ำท่วมส่งผลต่อการซบเซาทางเศรษฐกิจของหาดใหญ่ จากข้อเท็จจริงและเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในวันดังกล่าว พรรคฯ จึงขอเสนอแนวทางเชิงนโยบายเพื่อโปรดพิจารณาและสั่งการเร่งด่วนใน 4 ประเด็นหลัก ดังต่อไปนี้

1. มาตรการฟื้นฟูเยียวยาประชาชนที่ตกหล่น

แม้ว่าในภาพรวมภาครัฐจะดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ แต่จากการตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันยังมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาอีกกว่า 4,000 รายที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ในจำนวนนี้มีประชาชนในเขตอุทกภัยที่ยื่นคำร้องอุทธรณ์เนื่องจากติดขัดเงื่อนไขทางข้อกฎหมายและกรอบเวลาอยู่อีกประมาณ 1,000 กว่าราย จึงขอให้ภาครัฐเร่งรัดกระบวนการสะสางและพิจารณาคำร้องอุทธรณ์ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

2. การผ่อนปรนเกณฑ์และขยายเวลาสินเชื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ (Soft Loan)

ขณะนี้บรรยากาศการค้าและการท่องเที่ยวในพื้นที่ยังคงซบเซาและกำลังซื้อหดหายอย่างรุนแรง ขณะที่กรอบเวลาตามมาตรการพักชำระดอกเบี้ยเดิมที่กำหนดไว้เพียง ๕ เดือนได้สิ้นสุดลงแล้ว และการพักชำระเงินต้น ๑ ปี กำลังจะครบกำหนดในห้วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงฤดูมรสุม สภาวะดังกล่าวอาจกลายเป็นระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจทุบซ้ำผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรมและเอสเอ็มอี (SMEs) จึงขอเสนอให้รัฐบาลประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ เพื่อผ่อนปรนหลักเกณฑ์การตรวจสอบเครดิตบูโร รวมถึงพิจารณาขยายระยะเวลาการพักชำระหนี้และมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำออกไป เพื่อต่อลมหายใจให้ภาคธุรกิจในพื้นที่

3. การสนับสนุนงบประมาณเร่งด่วนแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ปัจจุบันเทศบาลนครหาดใหญ่มีภารกิจที่ต้องขุดลอกคูคลองระบายน้ำ ซึ่งไม่มีงบประมาณหรือเงินสะสมเพียงพอ อีกกว่า 100 กิโลเมตร ตลอดจนการซ่อมแซมยานพาหนะ เครื่องจักรและระบบระบายน้ำที่เสียหายจากปี พ.ศ.2568 รวมประมาณ 270 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและการพร่องน้ำ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดซื้อเครื่องสูบน้ำและเร่งรัดงานขุดลอกคลองสายหลักให้แล้วเสร็จทันท่วงทีก่อนฝนแรกจะมาถึง

4. การบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมกับการบริหารจัดการน้ำยั่งยืน

ตามที่กระทรวงคมนาคมมีแผนเร่งพัฒนาโครงข่ายถนนในพื้นที่ภาคใต้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เช่น โครงการถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ พรรคฯ มีข้อห่วงใยและขอเสนอแนะว่า การก่อสร้างเมกะโปรเจกต์คมนาคมและการยกระดับทางหลวงสายใต้ จะต้องออกแบบให้สอดคล้องกับทิศทางการไหลของกระแสน้ำ (ทางน้ำผ่าน) และคำนึงถึงมิติการระบายน้ำยามเกิดภัยพิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งก่อสร้างใหม่กลายสภาพเป็นเขื่อนขวางทางน้ำอันจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพื้นที่ในระยะยาว

นอกจากนี้ ในมิติการบริหารจัดการวิกฤตการณ์ พรรคฯ ขอตั้งข้อสังเกตว่าหาดใหญ่เป็นศูนย์รวมของสรรพกำลังและเครื่องมือระบายน้ำที่พร้อมที่สุดในภาคใต้ ปัญหาที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนยุทโธปกรณ์ แต่มีข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการและการขาดเจ้าภาพที่บูรณาการร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ

พรรคฯ จึงขอเสนอให้มีการมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งเป็นประธานหลักในการบัญชาการเหตุการณ์ และเร่งรัดจัดทำประชาสัมพันธ์เส้นทางอพยพและระบบการเตือนภัยล่วงหน้า ซึ่งทราบว่าทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มีการศึกษาไว้แล้ว ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ เครือข่ายภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ หน่วยกู้ภัย และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ให้มีความชัดเจน โปร่งใส เข้าใจร่วมกันและเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม

พรรคประชาธิปัตย์หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อเสนอแนะที่กลั่นกรองจากความเดือดร้อนที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ข้างต้น จะได้รับการพิจารณาและนำไปสู่การสั่งการเชิงนโยบายจากท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างความอุ่นใจ สบายใจ และหลักประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องชาวใต้ต่อไป

 

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง