
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เฟซบุ๊กของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมพร ช่วยอารีย์ นักวิจัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เผยแพร่ภาพพร้อมข้อเสนอชวนคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการเมืองหาดใหญ่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยตั้งคำถามว่า การย้ายคนออกจากเมืองหาดใหญ่จะใช้เวลาเร็วที่สุดกี่ชั่วโมง ทั้งในภาวะปกติและภาวะคับขัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมพร ช่วยอารีย์ ระบุว่า โจทย์สำคัญของเมืองหาดใหญ่อาจไม่ได้มีเพียงการแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่รวมถึงการเตรียมแผนอพยพประชาชนในภาวะคับขัน เช่น หากทราบล่วงหน้าว่าจะเกิดน้ำท่วมในอีก 10 ชั่วโมง เมืองควรมีกระบวนการบริหารจัดการการเดินทางอย่างไร เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบ ลดปัญหาการจราจรติดขัด และไม่เกิดการแย่งกันออกจากเมือง

ทั้งนี้ ได้เสนอให้มีการจำลองสถานการณ์ เช่น อีกกี่ชั่วโมงน้ำจะมาถึง ประชาชนจะสามารถอพยพออกจากเมืองได้ทันหรือไม่ และควรเริ่มอพยพตั้งแต่เวลาใด โดยข้อมูลที่ใช้จำลองเบื้องต้นอ้างอิงจากการเก็บระดับความลึกสูงสุดของเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมพร ช่วยอารีย์ เสนอว่า หากระบบการจัดการยังไม่พร้อม แนวทางหนึ่งคือการบริหารจัดการการเดินทางออกจากเมืองก่อนเกิดเหตุและเมื่อระดับน้ำลดลงจึงค่อยกลับเข้ามาทำความสะอาดพื้นที่ ส่วนบ้านที่มีมากกว่าสองชั้นอาจใช้แนวทาง"บ้านพี่เลี้ยง" กระจายรองรับประชาชนซึ่งเป็นการจัดการอีกระดับหนึ่ง
%20(1).png)
สำหรับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อไม่ให้น้ำท่วมเมืองทั้งหมดนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและต้องใช้งบประมาณสูง จึงควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทางของน้ำ ทั้งการชะลอน้ำตามธรรมชาติ การดูแลป่าต้นน้ำ สวนต้นน้ำ พื้นผิวต้นน้ำ การจัดการเส้นทางน้ำเข้าสู่เมือง การระบายน้ำลงทะเลสาบและทะเลรวมถึงต้องคำนึงถึงปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกเมืองมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วม
.jpg)
นอกจากนี้ ยังเปรียบเทียบว่า อาคารบ้านเรือนในเมืองเสมือนภูเขาที่ไม่มีต้นไม้ ส่วนถนน ตรอก และซอย เปรียบเสมือนคลองทางไหลของน้ำ ขณะที่ตัวอาคารก็เป็นสิ่งกีดขวางการไหลของน้ำ พร้อมยกตัวอย่างว่าบ้านชั้นล่างที่ไม่มีสิ่งกีดขวางจะช่วยให้น้ำไหลผ่านได้ดีกว่า เช่นเดียวกับบ้านใต้ถุนสูงในอดีต ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมพร ยังเสนอให้พิจารณาปรับลดโครงสร้างที่ขวางทางน้ำ เช่น เส้นทางรถไฟหรือถนน เพื่อให้น้ำสามารถไหลด้วยแรงโน้มถ่วงได้ดีขึ้น ลดความจำเป็นในการสูบน้ำ และตั้งข้อสังเกตถึงโครงการถนนวงแหวนที่มีการกล่าวถึงว่า
.jpg)
หากก่อสร้างแล้วอาจกลายเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำเมื่อเกิดฝนตก จึงควรมีการศึกษาและจำลองผลกระทบอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการ ท้ายที่สุด ได้ฝากกำลังใจให้ทุกภาคส่วนร่วมกันบริหารจัดการทั้งการจราจรของรถ การไหลของน้ำ และการบริหารความเสี่ยง โดยย้ำว่าการจัดการน้ำในเมืองหาดใหญ่จำเป็นต้องคำนึงถึงประชาชนรอบเมืองและพื้นที่ปลายน้ำ รวมถึงการให้ความรู้ประชาชนในการเตรียมรับมือ ซึ่งบางครัวเรือนอาจเลือกเดินทางไปพักในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวเมื่อทราบความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อลดความสูญเสีย ก่อนปิดท้ายด้วยแนวคิด "นโยบายตายเป็นศูนย์" เพื่อผลักดันการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างรอบคอบ และระบุว่าแนวคิดดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมืองอื่น ๆ ได้เช่นกัน
ขอบคุณภาพและข้อมูลข่าว : Somporn Chuai-Aree
หาดใหญ่ | เทียบน้ำท่วม 2553 VS 2568
7 กรกฎาคม 2569 | 4,564ระโนด | เร่งสูบน้ำช่วยนาปรัง หนุนต้นข้าว(ระยะเจริญเติบโต-แตกกอ)
7 กรกฎาคม 2569 | 3,372สงขลา | ม.ทักษิณ ติดอันดับโลกคว้าอันดับ 79 ของโลก
26 มิถุนายน 2569 | 4,026หาดใหญ่ | ก้าวครั้งใหญ่การแพทย์ไทย! คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ผนึกกำลัง
24 มิถุนายน 2569 | 3,894สงขลา | "ผศ.ดร.สมพร ช่วยอารีย์"
22 มิถุนายน 2569 | 8,267พัทลุง | ตื่นตา! นกเงือกกรามช้างปากเรียบ รวมฝูงใหญ่กว่า 400 ตัว
17 มิถุนายน 2569 | 3,531หาดใหญ่ | เปิดโลกพืชสมุนไพร่ป่า "กระดึงเพียก"
6 มิถุนายน 2569 | 3,393หาดใหญ่ | อัญมณีมีชีวิตแห่งผืนป่า "จักจั่นงวงดำ"
4 มิถุนายน 2569 | 3,495