
วันนี้ 6 ก.ค. 69 เฟซบุ๊กคุณ Attawit Sukkho ได้โพสต์ข้อความสะท้อนปัญหาน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ และแผนรับมือในช่วงหน้าฝนอันใกล้จะถึงนี้ว่า ฝนรอบที่แล้วหนักสุดในรอบ 300 ปี แต่งบขุดลอกคลองเพิ่งจะมาปี 2570 แปลว่าปีนี้เราต้อง "รับมือ" ด้วยตัวเอง ภายหลังการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจังหวัดสงขลา ผู้ประกอบการในพื้นที่หาดใหญ่ได้เผยแพร่ข้อเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์

เสนอแนวทางรับมือน้ำท่วม 8 ประการ พร้อมระบุว่า แม้ภาครัฐจะเร่งดำเนินมาตรการป้องกัน แต่หลายโครงการยังไม่แล้วเสร็จ และงบประมาณขุดลอกคลองจะเริ่มดำเนินการในปี 2570 ซึ่งไม่ทันต่อการรับมือฤดูฝนปีนี้

ผู้ประกอบการระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2568 ถือเป็นบทเรียนสำคัญ และหากปีนี้เกิดฝนตกในระดับใกล้เคียงกัน หาดใหญ่อาจต้องเผชิญสถานการณ์ไม่แตกต่างจากเดิม จึงเห็นว่าถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องปรับแนวคิดจากการ “ป้องกัน” เพียงอย่างเดียว มาเป็นการเตรียม “รับมือ” อย่างเป็นระบบ ทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังน้ำลด
ข้อเสนอประกอบด้วย 8 แนวทางสำคัญ
1. การสื่อสาร
- รอบที่แล้วข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่มีช่องทางหลัก ควรใช้เพจที่คนในพื้นที่ติดตามอยู่แล้วเช่น HATYAIZ HatyaiFocus - หาดใหญ่โฟกัส, หรือเพจสภาพอากาศดังๆ ทีลมฟ้าอากศ เป็นช่องทางกระจายข้อมูลจากราชการ เพราะมีแอดมินดูแลเกือบ 24 ชม. เข้าถึงคนได้เร็วกว่า เป็นวงกว้างกว่าเพจหน่วยงานเอง
- ถามว่าตอนนี้ ถ้ามีเรื่องฉุกเฉินในพื้นที่ที่ตัวเองอยู่าศัย เรารู้กันหรือยังว่าจะติดต่อหน่วยงานไหนที่เบอร์อะไร รอบที่เเล้ว โทรกันสายไหม้เเต่ไม่ได้อะไรเลย
เลยเป็นคำถามให้เตรียมการในข้อถัดไป
2. การซักซ้อม
- แผนที่มี ไม่เเน่ใจว่าเคซ้อมกันหรือไม่ ใช้ได้จริงเเค่ไหน
ควรซ้อมอย่างน้อย 3 ครั้ง ซ้อมภายในหน่วยงานเอง, ซ้อมร่วมกับประชาชน, และซ้อมโดยจำลองสถานการณ์จริง เช่น ไฟดับหรือผู้สั่งการไม่อยู่จะทำอย่างไร
- การซ้อมจะได้เห็นว่า เเผนที่มี ดีพอเเล้วหรือยัง ยังขาดอุปกรณ์อะไรอีกบ้าง, ประชาชน เเละ เอกชน ก้จะได้มีส่วนร่วม เหมือนเราซ้อมหนีไฟ คนที่ผ่านการซ้อมจะสามารถทำได้ดีกว่ามาก
3. รับมือไฟฟ้าดับ รอบที่แล้วพอไฟดับก็สื่อสารกันไม่ได้เลย
- ทุกหน่อยมีการเตรีมงาน วิทยุเครื่องเเดง วิทยุ สื่อสาร เเต่ไม่ทราบว่า มีการเตรียมเครื่องป่นไฟกันไว้หรือไม่
- เราควรให้ทุกหมู่บ้านมีเครื่องปั่นไฟพกพา ไว้ชาร์จอุปกรณ์สื่อสารและให้แสงสว่างตามจุดสำคัญ
- ถ้ารัฐบาลไม่มีงบ ในเรื่องนี้ ภาคเอกชน สามารถเข้ามาช่วยเหลือได้ ผมคิดว่ามีหลายท่านต้องการจะมีส่วน่วมเเต่ไม่ทราบว่าต้องช่ยอะไรบ้าง
4. จุดอพยพ ชาวบ้านต้องรู้ล่วงหน้าก่อนน้ำมา ว่าจุดอพยพอยู่ที่ไหน รับได้เท่าไหร่ ไปอย่างไร บ้านที่เสี่ยงท่วมหนักควรอพยพตั้งแต่เนิ่นๆ

5. จุดจอดรถหนีน้ำ รอบที่เเล้วยานพาหนะเสียหายถึง 80–90% คนแห่เอารถไปจอดบนสะพานจนขวางการกู้ภัย เทศบาลควรประกาศล่วงหน้าว่าแต่ละพื้นที่จอดรถตรงไหนได้ รับได้กี่คัน โดยเลือกที่สูงที่ไม่กีดขวางเส้นทางหลัก
- มีหลายพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วม หลายหมู่บ้าน ที่มีพื้นที่สำหรับจอดถได้/ ห้าง ต่างๆ จอดได้หรือไม่
- เอาถไปจอดหนีน้ำเเล้ว ในจุดที่เเนะนำ เค้าจะกลับมาบ้าน หรือ ศูนย์ต่างๆอย่างไร มีรถรับส่งตามสายให้ได้หรือไม่ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน
6. ยา น้ำ อาหาร ช่วงไม่มีไฟทำอาหารสดไม่ได้ ควรเตรียมอาหารแห้งพลังงานสูงในหีบห่อกันน้ำ (เช่น แครกเกอร์ ขนมปัง นม) เตรียมเครื่องกรองน้ำ/เก็บน้ำฝนไว้ดื่ม และแจกยาฝากไว้กับผู้นำชุมชนหรือบ้านที่มีผู้ป่วยล่วงหน้า
7. กลุ่มเปราะบาง ทำทะเบียนผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้พิการ ไว้ล่วงหน้าว่าอยู่บ้านไหน เพื่อให้ทีมกู้ภัยเข้าถึงและอพยพคนกลุ่มนี้ก่อน อย่าให้ต้องนย้ากันตอนน้ำท่วม
8. หลังน้ำลด เตรียมน้ำสะอาด ยาสามัญ และแผนจัดการขยะ/ซากเสียหายไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เมืองฟื้นตัวเร็วและลดโรคที่มากับน้ำ

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น โดยใช้อาคารสูง เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน เป็นจุดจอดรถหนีน้ำและศูนย์พักพิงชั่วคราว หากจังหวัดกำหนดหลักเกณฑ์และขึ้นทะเบียนไว้อย่างชัดเจน ก็พร้อมสนับสนุนได้ทันที

ผู้เสนอแนวคิดย้ำว่า ข้อเสนอทั้งหมดใช้งบประมาณไม่มาก แต่ต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมเสนอความคิดเห็น และช่วยกันผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณา เพื่อให้จังหวัดสงขลามีความพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้
ล่าสุดทางด้าน คุณทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ทุกประเด็นที่พูดมา จริง ๆ หลายเรื่องหน่วยงานภาครัฐมีการเตรียมการไว้แล้ว แต่สิ่งที่ยังเป็นช่องว่างสำคัญคือ การสื่อสารให้ประชาชนรับรู้ที่ผ่านมา คนที่ได้รับข้อมูลส่วนใหญ่คือผู้เข้าร่วมประชุมและหน่วยงานราชการ ขณะที่ประชาชนทั่วไปแทบไม่ทราบว่ามีการเตรียมอะไรไว้บ้าง ผมเคยเสนอในที่ประชุมหลายครั้งว่า ควรสื่อสารข้อมูลให้คนหาดใหญ่รับรู้มากกว่านี้ แต่ด้วยรูปแบบการทำงานของระบบราชการ ก็ยังเป็นไปตามแนวทางเดิม

อีกประเด็นคือ การเชิญภาคเอกชนเข้าร่วมประชุม แม้จะเปิดโอกาส แต่การประชุมใช้เวลานาน หลายครั้งและต่อเนื่องหลายรอบ ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถสละเวลาเข้าร่วมได้หากต้องการให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมจริง ๆ ก็ต้องมีผู้ที่พร้อมเสียสละเวลาเข้ามาร่วมประชุม ซึ่งหากต้องการ ผมก็สามารถเสนอรายชื่อผู้ที่พร้อมเข้าร่วมได้

โดยธรรมชาติของภาคเอกชน เราไม่อยากเสียเวลาไปกับการประชุมที่ยืดเยื้อ หลายคนจึงเลือกแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดียมากกว่า แต่ท้ายที่สุด การแก้ปัญหาน้ำท่วมให้เกิดผลจริง จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันกับภาครัฐ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจ มีบุคลากร และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน จึงต้องช่วยกันหาวิธีเชื่อมการทำงานของทั้งสองฝ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก Attawit Sukkho
หาดใหญ่ | ชลประทานแจงไม่ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งซ่อมคลองระบายน้ำ ร.1
6 กรกฎาคม 2569 | 1,976สงขลา | กกต.ยกคำร้อง “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” นายกอบจ.สงขลา
6 กรกฎาคม 2569 | 2,107หาดใหญ่ | ไม่ปล่อยผ่าน! จราจรคอหงส์รวบเก๋งมาเลย์แต่งซิ่งท่อดัง
6 กรกฎาคม 2569 | 3,619สงขลา | รับมือมรสุมใต้ “สรรเพชญ” สั่งเร่งขุดลอกคลองสะกอม–ตูหยง
6 กรกฎาคม 2569 | 2,060รัตภูมิ | ตัดวงจรโจรลักสายไฟ "เดชอิศม์" มอบรางวัลนำจับ
5 กรกฎาคม 2569 | 3,489หาดใหญ่ | ชาวบ้านร้องเร่งแก้! ซากดินพังใต้สะพานแม็คโคร (คลองหวะ)
5 กรกฎาคม 2569 | 3,534นราธิวาส | รวบทันควันคาสนามบิน จับทัวร์เถื่อนลอยแพผู้แสวงบุญ
5 กรกฎาคม 2569 | 3,627รัตภูมิ | คืบหน้าข่มขืนเด็กหญิง 14 ปี จนตั้งท้อง
5 กรกฎาคม 2569 | 3,864