หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

สะเดา | ผู้ใหญ่บ้าน-ผอ.-ครูขวัญ เปิดใจปมคลิปว่อนโซเชียล ย้ำทำตามหน้าที่ หลังครูสาวถูกคุกคามจากอดีตสามี ครูขวัญเผยศาลตัดสินคดีชู้สาวแล้ว
1 กรกฎาคม 2569 | 6,013
สะเดา |  ผู้ใหญ่บ้าน-ผอ.-ครูขวัญ เปิดใจปมคลิปว่อนโซเชียล ย้ำทำตามหน้าที่ หลังครูสาวถูกคุกคามจากอดีตสามี ครูขวัญเผยศาลตัดสินคดีชู้สาวแล้ว

วันนี้ 1 ก.ค. 69 จากเหตุการณ์ วันที่ 30 มิถุนายน 2569  ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากเจ้าของร้านดอกไม้ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ว่า ขณะที่ตนเองได้ไปรับแฟนสาวซึ่งเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนบ้านหน่ำฮั่วพื้นที่หมู่ 3 ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ได้ถูกผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 และพวกปิดประตูทางออกใช้อิทธิพลข่มขู่

ใช้ถ้อยคำหยาบคายในการพูดคุยอีกทั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพยายามจะเข้ามาทำร้ายร่างกาย แต่โชคดีแฟนสาวที่เป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนได้เข้ามาห้ามไว้ทัน ต่อมาทราบว่าสาเหตุที่ผู้ใหญ่บ้านและพวกใช้อิทธิพลข่มขู่นั้นมาจากสาเหตุไม่พอใจที่ตนเปิดกระจกรถมองหน้าหาเรื่อง ซึ่งขณะนั้นตนเปิดกระจกรถเพื่อสูบบุหรีเท่านั้นไม่ได้มองหน้าแต่อย่างใด จนกระทั้งมีการคุกคามไปที่ทำงานของแฟนสาวจึงเป็นสาเหตุที่ร้องทุกข์สื่อเข้ามาเพื่อขอความเป็นธรรม

ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง หมู่ 3 ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามข้อเท็จจริงกรณีคลิปโต้เถียงระหว่างผู้ใหญ่บ้านกับชายรายหนึ่งที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยได้พูดคุยกับ นายปรัชญศักดิ์ วิสุทธกุลพันธ์ หรือ “ผู้ใหญ่เอ๋” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 พร้อมด้วย นางธนิยา  ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง และ นางสาวสุภาพร หรือ “ครูขวัญ” เจ้าหน้าที่ธุรการของโรงเรียน ซึ่งนำเอกสารและหลักฐานมาแสดงต่อผู้สื่อข่าว เพื่อยืนยันว่าการดำเนินการต่าง ๆ มีสาเหตุมาจากการคุกคามครูและผู้อำนวยการโรงเรียน

นายปรัชญศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการโรงเรียนว่ามีชายต้องสงสัยมาจอดรถเฝ้าบริเวณหน้าโรงเรียน และเกรงว่าจะกระทบต่อความปลอดภัยของครูและนักเรียน ตนจึงจัดตั้งชุดเฉพาะกิจร่วมกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเฝ้าระวังบริเวณโรงเรียน  ผู้ใหญ่บ้านเล่าว่า ในช่วงแรกได้เข้าไปสอบถามชายคนดังกล่าว แต่เจ้าตัวเพียงจอดรถอยู่เฉย ๆ ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะพบรถคันเดิมวนเวียนอยู่หน้าโรงเรียนอีกครั้ง จึงร่วมกับผู้ช่วยโบกรถเพื่อขออนุญาตตรวจสอบ

ส่งผลให้เกิดการโต้เถียงกันตามคลิปที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ “ผมยอมรับว่าหลุดใช้อารมณ์และมีปากเสียงจริง แต่ไม่มีการทำร้ายร่างกาย อีกทั้งยังห้ามคนอื่นไม่ให้เข้ามาร่วมโต้เถียงหรือทำให้เหตุการณ์บานปลาย” นายปรัชญศักดิ์ กล่าวก่อนถูกฝ่ายปกครองเรียกตักเตือน และต่อมาศูนย์ดำรงธรรมได้เชิญทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ย จนสามารถยุติเรื่องและจับมือปรับความเข้าใจกันได้

ผู้ใหญ่บ้านยังชี้แจงว่า กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้พาครูขวัญไปพบผู้บริหารเทศบาลสะเดาเพื่อกดดันการรับครูรายหนึ่งเข้าทำงานนั้น ไม่เป็นความจริง โดยตนเพียงประสานโทรศัพท์นัดหมายวันและเวลาให้นายกเทศมนตรีพบครูขวัญเท่านั้น และไม่ได้ร่วมเข้าพบหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการร้องเรียนแต่อย่างใด

ด้าน นางสาวสุภาพร หรือ “ครูขวัญ” เปิดเผยว่า ต้นเหตุของเรื่องเกิดจากการที่อดีตสามีของตนแอบมีความสัมพันธ์กับครูหญิงซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและทำงานอยู่โรงเรียนเดียวกัน โดยตนไม่เคยระแคะระคาย เนื่องจากทั้งสามคนไปมาหาสู่และสนิทสนมกันมาตลอด

เมื่อทราบเรื่องในช่วงปี 2567 จึงแจ้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนรับทราบ ก่อนมีการเรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุย แต่ต่างปฏิเสธข้อกล่าวหา ทำให้โรงเรียนส่งเรื่องให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการตรวจสอบ และภายหลังพบว่ามีมูล จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง

ครูขวัญกล่าวว่า ระหว่างการสอบสวน อดีตสามีได้แยกตัวออกจากบ้าน และเกิดเหตุคุกคามอย่างต่อเนื่องทั้งกับตนเอง ผู้อำนวยการโรงเรียน และบุคลากรในโรงเรียน จึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นฟ้องต่อศาลควบคู่กับกระบวนการสอบสวนทางวินัย โดยระบุว่า ปัจจุบันศาลมีคำพิพากษาแล้วว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์ในลักษณะชู้สาว ขณะที่ผลการสอบสวนวินัยของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายังอยู่ระหว่างดำเนินการ

ครูขวัญยังกล่าวถึงกรณีครูหญิงคู่กรณีลาออกจากราชการและเข้าทำงานในโรงเรียนสังกัดเทศบาลสะเดาว่า ตนเพียงต้องการสอบถามข้อเท็จจริงว่าเหตุใดจึงมีการรับเข้าทำงาน ทั้งที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยยืนยันว่าไม่ได้ให้ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปกดดันหรือแทรกแซง เพียงขอให้ช่วยประสานนัดหมายเข้าพบนายกเทศมนตรีเท่านั้น

ทั้งนี้ครูขวัญย้ำว่า ประเด็นเรื่องการมาทำงานสายไม่ใช่สาระสำคัญของคดี แต่เชื่อว่ามีความพยายามนำเรื่องดังกล่าวมาโจมตีตน หลังจากคดีชู้สาวมีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้ว และยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นไปเพื่อปกป้องสิทธิของตน รวมถึงความปลอดภัยของบุคลากรและนักเรียนภายในโรงเรียน.

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง