หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

สงขลา | "พิพัฒน์" ติดตามแก้ปัญหาสะพานบ้านคลองอู่ตะเภา ดันโครงการอุโมงค์บาโรย - ทุ่งตำเสา เชื่อม 2 ฝั่งทะเล (สงขลา-สตูล) ลดระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร
7 มิถุนายน 2569 | 2,636
สงขลา | "พิพัฒน์" ติดตามแก้ปัญหาสะพานบ้านคลองอู่ตะเภา ดันโครงการอุโมงค์บาโรย - ทุ่งตำเสา เชื่อม 2 ฝั่งทะเล (สงขลา-สตูล) ลดระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร

วันที่ 7 มิถุนายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามการแก้ปัญหาสะพานชำรุด อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยมีนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายษฐา ขาวขำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดร.รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายกฤชณัทท พลรัตน์ นายอำเภอสะเดา พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงคมนาคม ตลอดจนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนร่วมให้การต้อนรับ

จุดแรก คณะได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์สะพานบ้านคลองอู่ตะเภา ช่วงคลองแงะ–บาโรย อำเภอสะเดา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บ้านคลองแงะ ตำบลพังลา และบ้านท่าโพธิ์ ตำบลท่าโพธิ์ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้บริเวณคอสะพานและผิวจราจรชำรุด กระทบต่อการสัญจรของประชาชนในพื้นที่

โดยแขวงทางหลวงสงขลาที่ 2 (นาหม่อม) และหมวดทางหลวงวังใหญ่ ได้เร่งดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้น พร้อมประสานศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 4 (นครศรีธรรมราช) ติดตั้งสะพานแบริ่งและปรับปรุงระบบระบายน้ำ เพื่อให้สามารถเปิดการจราจรได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณฟื้นฟูทางหลวงประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อก่อสร้างสะพานถาวรและบูรณะเส้นทางให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์โดยเร็ว

จากนั้น คณะได้เดินทางไปยังบริเวณอุโมงค์บาโรย–ทุ่งตำเสา อำเภอสะเดา เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปโครงการพัฒนาอุโมงค์บาโรย–ทุ่งตำเสา ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อม 2 ฝั่งทะเล ระหว่างฝั่งอันดามันและอ่าวไทย โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงระหว่างจังหวัดสตูล สงขลา และปัตตานี อันจะช่วยเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่ยังเป็นช่องว่างสำคัญ (Missing Link) ผ่านการเชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 4145 ตอนคลองแงะ–บาโรย จังหวัดสงขลา กับทางหลวงหมายเลข 4137 ตอนบ้านทุ่งตำเสา–แยกสวนเทศ จังหวัดสตูล

สำหรับโครงการดังกล่าว หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยลดระยะทางการเดินทางได้ประมาณ 50 กิโลเมตร และลดระยะเวลาเดินทางได้มากกว่า 40 นาที อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแนวเส้นทางบางช่วงพาดผ่านพื้นที่ป่า กรมทางหลวงจึงจำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสมของโครงการ รวมถึงจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างรอบด้าน ก่อนพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ถนนสายบาโรยเป็นเส้นทางที่ประชาชนทั้งจังหวัดสงขลาและสตูลเฝ้ารอการพัฒนาเชื่อมต่อกันมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยกระทรวงคมนาคมมุ่งผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้หลักการพัฒนาที่ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากผลการศึกษา EIA ผ่านการพิจารณา ก็จะสามารถดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมพื้นที่ตำบลคลองแงะ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ไปยังพื้นที่ทุ่งตำเสา อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูลได้

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชนทั้งสองจังหวัด รวมถึงผู้ที่เดินทางผ่านด่านชายแดนปาดังเบซาร์และสะเดา ลดระยะทางได้กว่า 50–60 กิโลเมตร อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะการเดินทางสู่ท่าเรือปากบารา ท่าเรือตำมะลัง ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสตูล อาทิ หมู่เกาะตะรุเตา หมู่เกาะเภตรา และเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจะเอื้อต่อการดึงดูดนักงเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและพื้นที่ใกล้เคียงได้มากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ยืนยันว่า แนวทางการพัฒนาโครงการจะคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยเน้นการก่อสร้างในรูปแบบอุโมงค์ เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดผ่านพื้นที่ป่าและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ พร้อมประสานความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังได้ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาสะพานบ้านคลองอู่ตะเภาที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย โดยยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะเร่งผลักดันการขอรับงบประมาณในปีงบประมาณ 2570 เพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานถาวรให้แล้วเสร็จตามแผน พร้อมคืนความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางแก่ประชาชนในพื้นที่โดยเร็วที่สุด

 

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา  ข่าว-ภาพ


เรื่องที่เกี่ยวข้อง