หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

สงขลา | พบเหยื่อรายที่ 5 เป็นเด็กอายุ 14 ปี โดนกลุ่มวัยรุ่นรุมฟันเส้นเอ็นขาด 3 เส้น
15 กันยายน 2568 | 11,673
สงขลา | พบเหยื่อรายที่ 5 เป็นเด็กอายุ 14 ปี โดนกลุ่มวัยรุ่นรุมฟันเส้นเอ็นขาด 3 เส้น

วันที่ 14 กันยายน 2568 จากกรณีมีวัยรุ่นชายจำนวน 4 ราย ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากใช้อาวุธมีดรุมฟัน เข้าที่ศีรษะ แขนซ้ายขวา และแผ่นหลัง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งวัยรุ่นที่ได้รับบาดเจ็บนั้นแต่ละคนต่างอยู่คนละพื้นที่ ก่อนจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมด 4 สถานีตำรวจ มีสภ.บางกล่ำ สภ.คอหงส์ สภ.หาดใหญ่ และสภ.เมืองสงขลา โดยกลุ่มผู้บาดเจ็บไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุแต่อย่างใด หลังมีการเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ ต่อมาวันที่ 12 กันยายน 2568 ว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ หรือ ทนายชัช พร้อมกลุ่มทนายใจดี ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้ง 4 ราย ในการติดตามคดีและเป็นทนายช่วยว่าความเอาผิดกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมกันก่อเหตุโดยการใช้อาวุธมีดรุมฟัน 

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางสาววรรณา  อายุ 42 ปี ว่า ลูกชายของตนอายุ 14 ปี เป็นเหยื่อของกลุ่มวัยรุ่นรายที่ 5 หลังกลุ่มวัยรุ่นได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดรุมฟันเข้าที่แขนซ้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเอ็นขาด 3 เส้น หลังรับแจ้งผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ บริเวณวงเวียนเช็คชื่อ ริมหาดชลาทัศน์ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยจุดดังกล่าวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชายหาดเป็นจำนวนมากในช่วงวันหยุด และได้พบกับ นางสาววรรณา (แม่) พร้อมนายนิพนธ์ คงเรือง อายุ 57 ปี (พ่อ) และน้องปอน อายุ 14 ปี (ลูกชาย) ซี่งอยู่ในสภาพแขนซ้ายถูกฟันเส้นเอ็นขาด 3 เส้น ต้องดามเฝือกล็อคไม่ให้แขนขยับเขยื่อนเพื่อให้เส้นเอ็นที่ขาดนั้นให้สมานบาดแผลและเส้นเอ็นต่อติดกันให้สนิท ก่อนจะมอบหลักฐานภาพเป็นภาพแขนซ้ายที่มีรอยเย็บบาดแผลซึ่งถูกอาวุธมีดฟัน ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

จากการสอบถามน้องปอน ได้เล่าว่าช่วงวันเกิดเหตุ  วันที่ 2 กันยายน 2568 เวลา 23.30 น. ตนเองและเพื่อนๆ ประมาณ 6-7 คน กำลังขี่รถกลับบ้านพักจึงได้ไปเที่ยวงานสองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ก่อนจะกลับบ้านเพื่อนๆของตน ได้ขี่รถจยย. วนเข้าไปที่สวนหย่อมซึ่งเป็นทางผ่านกลับบ้านพัก และระหว่างขี่รถวนเข้าไป บริเวณลานจอดรถของสวนหย่อม พอได้เห็นวัยรุ่นกลุ่มใหญ่นั่งอยู่จากนั้นเพื่อนของตนซึ่งนั่งอยู่อีกคันก็ได้รีบขี่รถจยย. ตนจึงหันกลับไปมองด้านหลัง เห็นกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้รีบสตาร์ทรถจักรยานยนต์รีบขี่ไล่ตามหลังมา ซึ่งตนนั่งซ้อนสามกันมาและตนนั่งซ้อนท้าย เพื่อนของตนเห็นท่าไม่ดีก็ได้รีบบอกเพื่อนของตนที่เป็นคนขี่รีบขี่รถหนี

แต่จังหวะนั้นตนได้หันไปอีกทีและเห็นรถของกลุ่มวัยรุ่น ขี่จี้ท้ายมาแล้วพร้อมกับบีบแตร 3 ครั้ง ให้เพื่อนของตนจอดรถและเป็นจังหวะเดียวกัน ก็มีรถจยย. 2 คัน ขี่มาดักหน้าและรถที่เหลือขี่มาขนาบข้างซ้ายขวาและดักด้านหลัง ก่อนชักอาวุธมีดขึ้นมารุมฟันทันที ตนพยามเอาแขนยกขึ้นมาป้องกันไม่ให้โดนศรีษะ แต่คมมีได้ฟันเขาแขนซ้ายหลายครั้งส่วนคนขี่โดนปลายมีดต้องเย็บถึง 4 เข็ม ช่วงระหว่างที่โดนรุมฟันตนก็ได้ร้องขอชีวิต ว่า ’ขอโทษครับ ขอโทษครับ ขอโทษครับ‘ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าพวกตนทำผิดอะไรจึงได้ขอโทษไปก่อนโชคดีที่รถจักรยานยนต์ไม่ล้มหากล้มพวกตนโดนรุมฟันเละแน่นอน ก่อนที่คน ขี่รถจยย.ขี่หลบหนีออกมาได้แล้วก็วัยรุ่นอีกคันขี่ไล่ตามหลังแล้วก็ฟันอีกแต่ไม่โดน ตนอยากจะถามกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุว่าตนผิดอะไรทำไมต้องรุมฟันตนด้วย ตอนนั้นต้นเห็นกลุ่มวัยรุ่น ประมาณ 6-7 คน พกมีดทุกคน บางคนก็เหน็บมีดไว้ที่เอวแล้วชักออกมา บางคนก็ชักมีดถือมาแต่ไกลเลย ส่วนคนที่ก่อเหตุฟันตนคนแรกนั้นตนจำได้ชัดเจนว่าใส่เสื้อสีดำกางเกงสีดำชื่อนายเคเป็นฟันคนแรก ตนอยากถามว่า ‘ตนผิดอะไรทำไมต้องมารุม ฟันตนด้วย’ 

ทางด้าน นางสาววรรณา อายุ 42 ปี (แม่) ได้เล่าว่า หลังเกิดเหตุตนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าลูกชายของตนอยู่โรงพยาบาลได้รับบาดเจ็บจากการถูกอาวุธมีดฟัน จากนั้นตนจึงได้รีบเดินทางและเห็นลูกชายนอนอยู่บนเตียงในสภาพแขนซ้ายมีผ้าพันแผลพันอยู่รอบแขนและนอนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ระหว่างรอเข้าห้องผ่าตัดเพื่อเย็บบาดแผล เบื้องต้นลูกชายถูกเย็บทั้งหมด 11 เข็ม ซึ่งตอนนั้นตนไม่อยากดูเลยเพราะแผลลึกมาก ส่วนที่ศรีษะโชคดีปลายมีดแค่เฉี่ยวเป็นแผลถลอก ตนไม่คิดเลยว่าลูกชายจะต้องมาโดนแบบนี้ตนรู้สึกเสียใจมาก ส่วนอาการล่าสุดทางแพทย์ผู้รักษาและแจ้งว่าหลังจากถอดเฝือกออกแล้วก็จะเข้าสู่กายภาพบำบัดโดยการขยับนิ้วว่าใช้การได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนเรื่องหวาดกลัวตอนนี้น้องยังมีอาการหวาดกลัวอยู่ ถ้ามีใครมาด้านหลังจะเกิดอาการผวาทั้นที ขณะตนก็ยังกลัวอยู่เลยตนรู้สึกโกรธมากๆที่กลุ่มวัยรุ่นมารุมฟันลูกชายของตนแบบนี้ตนอยากฝากถึง กลุ่มวัยรุ่นให้รีบเข้ามามอบตัวรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นและอย่าฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวมาทั้งหมด เพื่อไม่ให้ไปทำแบบนี้กับใครอีก 

ล่าสุดช่วงค่ำ (14 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีวัยรุ่นชายซึ่งอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุใช้อาวุธมีดไล่ฟัน ได้เดินทางเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ทราบชื่อว่า นายเค อายุ 17 ปี โดยพ่อของนายเคพาเข้ามอบตัวก่อนที่ชุดสืบสวน ควบคุมตัวนายเคไปที่บ้านพัก ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา  เพื่อตรวจยึดอาวุธมีดยาว รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเทาดำ ทะเบียน 2กญ-2091 สงขลา เสื้อผ้ากางเกงสีดำที่ใส่ใช้ก่อเหตุในวันเกิดเหตุ ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ได้พบกับพ่อนายเค อายุ 65 ปี ซึ่งมีอาการเคร่งเครียดก่อนที่จะให้สัมภาษณ์สื่อ

จากการสอบถาม พ่อของนายเค ได้เล่าว่า ที่ผ่านมาตนไม่ค่อยได้ทราบข่าวว่าลูกชายไปก่ออะไรมาบ้างซึ่งในทุกๆวัน ตนกลับจากทำงานประมาณ 2 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม พอถึงบ้านตนก็อาบน้ำนอนเลย ซึ่งตนมาทราบข่าวจากภรรยาว่ามีตำรวจชุดสืบสวนได้โทรศัพท์มาบอกว่า เอาอีกแล้ว ลูกชายได้ไปก่อเหตุอีกแล้ว รีบโทรศัพท์หาตำรวจทันที 

ตอนนั้นนั้นคิดว่าเป็นเหตุทะเลาะวิวาทชกต่อยกับเพื่อนธรรมดา จากนั้นจึงได้โทรศัพท์หาเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้บอกตนว่าหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์หาลูกชายว่าขอเบอร์โทรศัพท์ตนและลูกชายก็ได้ให้เบอร์โทรศัพท์ไป โดยบอกว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของตนซึ่งเจ้าหน้าที่ได้โทรติดต่อหลายครั้งแต่ไม่มีใครรับและมาทราบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของลูกชายซึ่งลูกชายก็เลยไม่รับสาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เบอร์โทรศัพท์ภรรยาของตนและได้โทรมาแจ้งก่อนจะโทรหาตน ซึ่งตนไม่ได้ดูข่าวหรือติดตามอะไรเลยจึงไม่รู้ว่าลูกชายได้ไปก่อเหตุใช้อาวุธมีดไปฟันลูกเค้า จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงให้ตนพาลูกชายเข้ามอบตัวทันที

ที่ผ่านมาตนให้ออกจากวิทยาลัย เนื่องจากตอนช่วงไปเรียนได้ 1 เดือน ก็พาเพื่อนไปรุมฟันเค้าถึงแผนกและก็โดนศาลลงทัณฑ์บนไว้ จึงให้ลูกชายลาออกพักสัก 1 ปีและมาทำงานกับตน เป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ของบริษัทที่ตนทำอยู่ เพื่อหาเงินเอง และมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

ตนเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะไปคบและเชื่อเพื่อนข้างบ้าน มีประมาณ 3-4 คน จึงพากันไปก่อเหตุดังกล่าวขึ้นแน่นอน ตนก็ยอมรับว่าลูกชายมีนิสัยเกเร ตนรู้สึกเสียใจมากและอยากจะขอโทษผู้บาดเจ็บทุกคนถ้าหากเจอหน้าและถ้าหากเจรจาไกล่เกลี่ยจ่ายค่าเสียหายกันได้ พอรอให้ชุดสืบสวนควบคุมตัววัยรุ่นที่ร่วมกันก่อเหตุทั้งหมดมาก่อนแล้วก็หารร่วมกันจ่ายค่าเสียหาย ซึ่งมีวัยรุ่นที่ก่อเหตุ เกือบ 30-40 คน ที่ร่วมกันถ้าให้ตนรับผิดชอบคนเดียวไม่ไหวแน่นอน เพราะตนทำงานหาเช้ากินค่ำ

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง