หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวอาชญากรรม

คลองหอยโข่ง | แม่ร้องสื่อลูกชายวัย 18 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้ไม้เบสบอลไม้หน้าสามรุมตีจนบาดเจ็บ ถนนหลังรพ.คลองหอยโข่ง
7 กันยายน 2568 | 9,273
คลองหอยโข่ง | แม่ร้องสื่อลูกชายวัย 18 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้ไม้เบสบอลไม้หน้าสามรุมตีจนบาดเจ็บ ถนนหลังรพ.คลองหอยโข่ง

วันที่ 7 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รัยการร้องทุกข์จาก นางสาวณัฐมน  ลูกชายตนเองถูกกลุ่มวัยรุ่นของเพื่อนหลอกให้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์และอ้างว่าไปขี่รถเล่น และเมื่อมาถึงถนนหลังโรงพยาบาล ซึ่งเป็นถนนเส้นเปลี่ยวและมืดก็ได้มีการจอดรถ ก่อนใช้ไม้เบสบอลและไม้หน้าสามรุมตีจนได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนหลังโรงพยาบาลคลองหอยโข่ง ตำบลคลองหอยโข่ง อำเภอ คลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ก่อนจะมีการเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรคลองหอยโข่ง ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 จนถึงตอนนี้คดียังไม่คืบ จึงเป็นสาเหตุที่มีการร้องทุกข์สื่อเข้ามา เพื่อขอความเป็นธรรม

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนนสงขลา 5057 ด้านหลัง โรงพยาบาลคลองหอยโข่ง ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา จากการตรวจสอบบริเวณริมถนนตรงจุดเกิดเหตุพบกอหญ้าล้มระนาบเป็นวงกว้าง ลักษณะคล้ายการต่อสู้ โดยถนนเส้นดังกล่าวเปลี่ยวไม่ค่อยมีรถสัญจรผ่านไปมา หากเป็นช่วงเวลากลางคืนจะเงียบและมืดสนิท  จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้านพัก เลขที่ 19/1 หมู่ 7 ตำบลวัดขนุน อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ซึ่งได้พบกับ  นางสาวณัฐมน หรือ แม่พ่วง อายุ 41 ปี (แม่) และ นายธีรเดช หรือ นายเฟิร์ส อายุ 18 ปี (ลูกชาย) ซึ่งอยู่ในสภาพดามแขนขวา เนื่องจากถูกรุมตีจนกระดูกร้าว พร้อมมอบหลักฐานคลิปวิดีโอให้กับผู้สื่อข่าว ซึ่งเป็นคลิปช่วงขณะเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายลูกชาย 

จากการสอบถาม นายธีรเดช ปันใจ หรือ นายเฟิร์ส อายุ 18 ปี ได้เล่าว่า ตนเองไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับคนที่ก่อเหตุซึ่งมีอยู่คนเดียวในกลุ่มชื่อนายวายุซึ่งช่วงก่อนเกิดเหตุตอนนั้น ตนและกลุ่มผู้ก่อเหตุนั่งกันอยู่ที่ขนำซึ่งนายวายุได้เห็นมีดวางอยู่ จากนั้นนายวายุได้ขอมีด กับตนได้ไหม ตนจึงตอบว่าไม่ได้ ต่อมากลุ่มนายวายุก็พูดอีกว่ามีดนี้แทงเจ้าของได้ไหม ซึ่งตนคิดว่ากลุ่มนายวายุพูดเล่นตนจึงตอบกลับไปแบบเล่นเล่น ว่ามีดนี้แทงเจ้าของไม่ได้ แต่แทงพวกนายวายุได้ หลังจากพูดคุยก็ได้มีการชวนกันไปขี่รถเล่นกัน โดยให้ตนนั่งท้ายรถจยย. กับเพื่อนของนายวายุซึ่งตนเองไม่ได้รู้จัก ระหว่างที่ขี่รถเล่นและได้มีการเลี้ยวไปทางเด้านหลังของโรงพยาบาล จู่ๆรถจักรยานยนต์ที่ตนเองนั่งท้ายนั้นก็ได้จอดกลางถนน จากนั้นนายวายุก็เดินเข้ามาต่อยพร้อมกับใช้ไม้ตีเข้าที่หน้า ส่วนนายบอยก็ถือไม้เบสบอลวิ่ง มาจากด้านหลังก่อนจะตีเข้าที่ท้ายทอย จนตนเองหล่นจากรถกระเด็นกลิ้งลงไปในร่องน้ำข้างทาง ตอนนั้นตนเองพยายามจะยืนแต่ยังอยู่ในอาการมึนงงแบะกลุ่มของนายวายุวิ่งเข้ามารุมกระหน่ำ ข้าวเหนียว ทั้งตีทั้งเตะทั้งต่อย 

 

เบื้องต้นตนได้รับบาดเจ็บที่โหนกแก้มขวา เพราะโดนตีก่อนครั้งแรก แล้วก็ได้รับบาดเจ็บที่ท้ายทอยเพราะดนตรีจากด้านหลัง แล้วก็บริเวณซี่โครงด้านหลังทางขวา ซึ่งเป็นแผลถลอก ก่อนที่กลุ่มนักวายุจะไปก็ได้พูดว่าห้ามไม่ให้ลุกขึ้นมาถ้าหากขี่รถเวียนมาเจอว่าลุกขึ้นมาอีกก็จะรุมตี หลังจากที่กลุ่มนายวายุขี่รถออกไปตนก็ได้ลุกขึ้นวิ่งเข้าไปในป่ายางซึ่งได้เจอกับชาวบ้านกำลังกรีดยางอยู่ก่อนขอความช่วยเหลือให้ส่งโรงพยาบาล ซึ่งตนเองไม่ได้รู้จักเพื่อนของนายวายุรู้จักแต่เพียงนายวายุแค่คนเดียว หลังเข้ารับการรักษาตนเองได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรคลองหอยโข่ง ในช่วงเช้าวันที่ 1 กันยายน จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด


ทางด้าน นางสาวณัฐมน  หรือ แม่พ่วง อายุ 41 ปี เปิดเผยว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุตนได้กรีดยางอยู่หลังบ้านและก็ได้มีฝนตกลงมาก่อนที่ตนเองจะเดินกลับมาที่บ้าน  จากนั้นก็ได้มีชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาที่บ้านและก็บอกตนว่าลูกชายของตนถูกรุมตีจนได้รับบาดเจ็บซึ่งได้พาส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาแล้วให้ตนเองรีบไปที่โรงพยาบาลด่วน หลัง ไปถึงโรงพยาบาลภาพแรกที่เห็นลูกชายตนเองนอนอยู่บนเตียงในสภาพสะลึมสะลือและชาวบ้านที่มาส่งได้ใข้ผ้าดามแขนเอาไว้ ซึ่งกลัวว่าแขนจะหัก ส่วนบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัวมีรอยช้ำ ตนได้ถามว่ารู้จักคนที่มากระทืบไหมซึ่งลูกชายบอกว่าไม่รู้จัก รู้จักแค่คนเดียวชื่อ นายวายุ ส่วนสาเหตุที่โดนรุมกระทืบนั้นลูกชายก็ไม่รู้ว่าเกิดมาจากสาเหตุอะไรจากนั้นพอลูกชายตั้งสติได้ได้เล่าเหตุการณ์ให้ตนเองฟังและบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นแค่เรื่องไม่ชอบขี้หน้ากัน ซึ่งมีปัญหาเรื่องแค่นั้น ส่วนคลิปวิดีโอที่ลูกชายถูกรุมกระทืบตนได้ดูแค่นิดเดียวเพราะทนเห็นและรับไม่ได้แล้วก็ปิดเลย ซึ่งตอนแรกที่ตนเห็นสภาพร่างกายของลูกชายว่าโดนรุมกระทืบแบบไหนตนเองก็คิดภาพออกว่าลูกชายโดนยังไง ซึ่งในคลิป 1 คน ต่อ  5-6 คน ที่รุมทำร้ายลูกชายมันไม่ไหวรับไม่ได้  

ส่วนประวัติกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ที่ผ่านมาเคยมีประวัติยกตัวอย่างนายเต้ได้ ตีเค้าและรุมฟันเค้า ก็ยังมีคดีอยู่ที่สถานีตำรวจอยู่ ส่วนนายบอยก็มีคดีทะเลาะวิวาทรุมตี ตนเองยืนยันลูกชายไม่ได้รู้จักกลุ่มที่มารุมทำร้ายแต่ในมีเพียงคนเดียวคือนายวายุที่รู้จักและตนเองไม่การันตีว่ากลุ่มเกเรอย่างไรแค่ทราบประวัติจากตำรวจเล่าให้ฟังก็พอจะเดาออกว่ามีพฤติกรรมอย่างไร ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องตนเองได้พาลูกชายเข้าแจ้งความและสอบปากคำในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุซึ่งทางตำรวจแจ้งว่าเดี๋ยวจะดำเนินการไปตามขั้นตอน ตนมีความรู้สึกว่าคดีมันเงียบ ต่อมาตนเองนำคลิปวิดีโอที่ลูกชายโดนรุมทำร้ายไปมอบให้เจ้าที่ตำรวจก็กระเตื้องขึ้นมาหน่อยนึง แต่พอหลังจากนั้นเงียบหายไปเลยจนกระทั่งล่าสุดถึงตอนนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ฝากถึงคนทำที่รุมทำร้ายน้องทำไมต้องทำถึงขนาดนี้คุยกันดีดีก็ได้ถ้าคิดว่าตนเองมีความเป็นมนุษย์อยู่ จนมองว่าไม่สมควรทำอย่างนั้น ส่วนอาการกลัวของน้องตอนนี้ยังมีอาการผวาและกลัวอีกหรือไม่ ซึ่งตอนนี้น้องก็ยังกลัวและผวาอยู่เมื่อตอน 6 โมงเช้าน้องละเมอเป็นเรื่องราวประมาณว่า อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา อย่าทำร้ายผม อะไรประมาณนี้ ตนมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะฝังอยู่ในหัว จึงเป็นสาเหตุทำให้น้องยังเกิดอาการขวัญผวาและกลัวอยู่ หลังจากนี้ตนเองยืนยันว่าไม่ยอมความในเรื่องคดีแน่นอน 

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ชาวบ้านว่า ตนเองมี หลานชายซึ่งตกเป็นเหยื่อของกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งโดนกลุ่มว้ยรุ่นกลุ่มนี้รุมทำร้ายร่างกาย พร้อมกับใช้ไม้เบสบอลตีที่ท้ายทอยจนเลือดอาบและใช้อาวุธมีด ฟันเข้าที่หน้าขาหลานชายแต่คมมีดไม่เข้าเนื้อทำให้ขาดแค่กางเกงที่ใส่ ก่อนจะรุมกระทืบจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะมีการเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรคลองหอยโข่ง ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 จนกระทั่งตอนนี้ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด้เช่นกัน ส่วนกลุ่มวัยรุ่นยังคงก่อเหตุขี่รถจยย.รุมทำร้ายร่างกายวัยรุ่นที่ไม่รู้จักกันไปเรื่อย

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพัก ตำบลบ้านทุ่งลาน อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ซึ่งได้พบกับ นายดนัยทร ถิ่นนุกูล หรือ น้าอาร์ม อายุ 37 ปี เป็นน้าชายของนายปฐพี คำเทศ หรือ เมฆ อายุ 18 ปี (หลานชาย) พร้อมกับมอบหลักฐานภาพหลานชายนั่งได้รับบาดเจ็บ ในวันเกิดเหตุบริเวณสนามหญ้าที่หน้าบ้านเช่าหลังหนึ่ง  จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอยถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

จากการสอบถาม นายปฐพี คำเทศ หรือ เมฆ อายุ 18 ปี (หลานชาย) ได้เล่า มีวัยรุ่นชายที่ชื่อบอสทักแชทข้อความมาที่ผมและมีการท้าต่อยตัวต่อตัวกัน จากนั้นได้ทักแชทข้อความส่วนตัวไปที่แฟนของตนอีกด้วย บอกว่าจะมาหาที่หน้าบ้าน ตนจึงอนุญาตให้มาที่หน้าบ้าน ซึ่งตอนนั้นแฟนของตนก็เอะใจขึ้นมาว่า โดยปกตินายบอสเขียนหนังสือไม่เป็นและพิมพ์ข้อความ เพราะส่วนมากจะพูดอัดเสียงส่งมามากกว่า แฟนของตนคิดว่าน่าจะเป็นนายฟิวแน่นอนที่พิมพ์ข้อความส่งมา จากนั้นกลุ่มนายฟิวก็จอดรถหน้าบ้านและตนได้เดินออกไปหน้าบ้านจึงได้ถามนายฟิวว่าท้าชกใคร ผมก็ได้ถามนายบอสอีกครั้งและนายฟิวรับว่ามีคนสั่งมาให้ท้าชกส่วนแฟนก็เหลือบไปเห็นกลุ่มเพื่อนของนายฟิว ประมาณ 6-7 คน เดินมาในความมืดพร้อมกับอาวุธมีดยาวและไม้เบสบอลถือมาด้วย จากนั้นแฟนของตนก็ได้วิ่งหนี เข้าไปในบ้าน  ส่วนตนไม่ได้หันไปดูกลุ่มเพื่อนของนายฟิวที่เดินตรงมาหาตน ตนจึงได้วิ่งหนี ส่วนนายบอสที่ขี่รถมาจอดหน้าบ้านก็วิ่งไล่ตามผม ส่วนนายฟิวและนายต้นก็วิ่งเข้าไปในบ้านจะรุมทำร้ายแฟนของตนอีกด้วย และแฟนของตนก็ร้องขอชีวิตว่าอย่าทำ  นายฟิวก็เลยบอกกับแฟนต้นว่าให้พาตนมาคุยกัน ตนจึงได้ดั่งใจวิ่งไปที่บ้านเข่า ซึ่งเป็นนเดียวกันที่กลุ่มนายฟิวออกมาพอดีก็เลยโดนทำร้ายตรงนั้นเลย 

จากการสอบถาม นายดนัยทร หรือ น้าอาร์ม อายุ 37 ปี (น้าชาย) ได้เล่าว่า ซึ่งช่วงเกิดเหตุตนเองนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้านและพ่อก็ได้โทรศัพท์เข้ามาบอกว่าหลานชายโดนทำร้ายร่างกาย และให้ตนช่วยโทรศัพท์ตามรถกู้ชีพ ตนจึงได้สอบถามว่าใครโดนอะไรและเป็นอะไร พ่อจึงได้ต่อว่าหลานชายของตนโดนรุมทำร้ายร่างกาย จากนั้นตนได้วางโทรศัพท์และรีบเดินทางไปที่ตรงจุดเกิดเหตุซึ่งก็พบหลานชายของตน ได้รับบาดเจ็บตรงศรีษะมีรอยแผลแตก บริเวณขาข้างซ้ายเป็นรอยฟันไม่เข้าแต่มีอาการขาชา ส่วนสาเหตุตนก็ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไรกันที่ได้มีการทะเลาะวิวาทขึ้น  ทราบว่าคนก่อเหตุที่จำชื่อได้มี นายฟิว นายบอสและนายต้น ทั้งสามคนอยู่กลุ่มเดียวกันกับนายเต้และนายวายุ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนมองว่าเป็นอันตรายต่อชาวบ้านและสังคม สิ่งตนไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดกับลูกใครอีกและเป็นภัยสังคม จึงอยากฝากเจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ถ้าหากกลุ่มวัยรุ่นสามารถปรับตัวได้ก็ให้ปรับปรุงตัวถ้าหากปรับตัวไม่ได้พูดเลยว่ามันไม่คุ้ม พฤติกรรมไม่ดีมันเป็นอันตพาล ส

คลิปวิดีโอเป็นช่วงเหตุการณ์ที่นายเฟิสกำลังนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ไปตามเส้นริมถนนชลประทาน หลังโรงพยาบาลคลองหอยโข่งซึ่งมี นายเต้ นายวายุ นายบอส นายเปา นายฟิวและนายบอย กำลังขี่ตามหลังมา จากนั้นคนขี่รถจักรยานยนต์ที่นายเฟิสนั่งซ้อนท้าย ได้แกล้งทำเป็นรถน้ำมันหมดจอดริมทก่อนที่นายวายุลงจากรถและเดินตรงไปที่นายเฟิสพร้อมกับไม้หน้าสามตีเข้าไปที่หน้า ก่อนที่นายบอยถือไม้เบสบอล ตีไปที่ท้ายทอยของนายเฟิสจนตกรถและกลิ้งลงร่องน้ำริมถนน เป็นจังหวะเดียวกัน นายเฟิสพยายามจะลุกขึ้นแต่ถูกนายวายุถีบซ้ำลงไป ก่อนที่นายต้นจะนำไม้เบสบอลตีสามลงไปหลายครั้ง จนทำให้นายเฟิสต้องร้องขอชีวิตและขอโทษกลุ่มนายวายุว่า ‘ตนผิดไปแล้ว’ (แต่ในความจริงไม่ทราบว่าผิดอะไร) จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็ได้รุมเตะต่อยพร้อมทั้งใช้ไม้เบสบอลตีซ้ำไปหลายครั้ง นายเฟิสก็พยามใช้แขนปกป้องใบหน้าตนเอง จนกระทั่งนายบอยก็เข้ามารวมหมัดไม่ยั้งและสั่งห้ามไม่ให้นายเฟิสลุกขึ้นมาก่อนที่คลิปจะตัดจบ


เรื่องที่เกี่ยวข้อง