หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

สิงหนคร | ชาวประมงในพื้นที่สิงหนคร รวมตัวคัดค้านการรื้อถอนโพงพาง เรียกร้องความเป็นธรรม
7 สิงหาคม 2568 | 9,120
สิงหนคร | ชาวประมงในพื้นที่สิงหนคร รวมตัวคัดค้านการรื้อถอนโพงพาง เรียกร้องความเป็นธรรม

วันนี้ (7 สิงหาคม 2568) ตั้งแต่เวลาประมาณ 12.00 น. ชาวประมงในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ราว 200 คน รวมตัวกันนำรถจักรยานยนต์และรถสามล้อพ่วงข้างปิดล้อมบริเวณทางเข้า-ออกของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (ปตท.สผ.) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลสาบสงขลา เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

คัดค้านการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้ารื้อถอนโพงพางในบริเวณปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลาเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.สิงหนคร ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 และชุดสืบสวนจังหวัดสงขลา เข้ามาควบคุมพื้นที่และอำนวยความสะดวก เพื่อป้องกันเหตุรุนแรง ด้านตัวแทนจากฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียมของบริษัท ปตท.สผ. ได้ออกมาเจรจากับผู้ชุมนุมเพื่อขอเปิดทางให้รถขนส่งน้ำมันสามารถเข้า-ออกคลังสินค้าได้ตามปกติ แต่ชาวบ้านยังคงยืนยันปักหลักปิดทางต่อเนื่อง โดยล่าสุดทาง เจ้าหน้าที่จากฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียมของบริษัท ปตท.สผ. ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังการเจรจาไม่เป็นผล

. สาเหตุของการชุมนุมครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานได้บูรณาการกำลังเข้ารื้อถอนโพงพาง ซึ่งเป็นเครื่องมือทำประมงพื้นบ้าน บริเวณปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลาในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทะเลสาบ และเพื่อเปิดทางเดินเรือให้เกิดความปลอดภัยต่อเรือประมงพื้นบ้านและเรือขนส่งสินค้า

โดยชาวประมงให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกเสียใจและไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะไม่ได้รับการเชิญประชุมหรือแจ้งให้ทราบก่อน อีกทั้งยังรู้สึกว่าตนเองถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำลายระบบนิเวศทะเลสาบ ทั้งที่ในความเป็นจริง ยังมีปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบมากกว่า เช่น การก่อสร้างท่าเทียบเรือประมงแห่งใหม่ที่อาจส่งผลให้ร่องน้ำตื้นเขินและรบกวนวงจรวางไข่ของสัตว์น้ำนอกจากนี้ ชาวบ้านยังเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาชดเชยค่าเสียหายจากการรื้อถอนโพงพาง เพื่อให้นำเงินไปประกอบอาชีพใหม่ เนื่องจากการสูญเสียเครื่องมือประมงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของครอบครัว และอาจทำให้หลายครอบครัวขาดแคลนรายได้จนไม่สามารถเลี้ยงชีพหรือส่งบุตรหลานเรียนหนังสือได้

. ชาวบ้านยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาเคยมีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและชาวบ้าน โดยมีตัวแทนจากชาวบ้านจำนวน 6 เข้าร่วมเป็นคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐเพื่อหาทางออก แต่จนถึงปัจจุบันกลับไม่มีความเคลื่อนไหวหรือการประชุมใดๆ เกิดขึ้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว แสดงถึงความไม่จริงใจของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้อธิบดีกรมประมงเดินทางลงพื้นที่มารับฟังปัญหาโดยตรงจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมร่วมกันต่อไป

ขณะที่จังหวัดสงขลา ได้ชี้แจงกรณีการรื้อถอนโพงพางบริเวณร่องน้ำทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่บริเวณหัวพญานาคถึงท่าเทียบเรือประมงใหม่ (ท่าสะอ้าน) ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จำนวน 13 แถว รวม 159 ช่อง โดยยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้มาตรการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล รวมถึงการจัดระเบียบการเดินเรือในพื้นที่ โดยเครื่องมือประมงประเภทโพงพางถือเป็นเครื่องมือที่ห้ามใช้ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งระบุว่าการใช้เครื่องมือดังกล่าวเป็นความผิดทางกฎหมาย และไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 แม้ว่าบุคคลจะมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ แต่เสรีภาพดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือขัดต่อประโยชน์สาธารณะโดยรวม

 นอกจากนี้ จังหวัดยังได้เน้นย้ำถึงพฤติกรรมที่อาจเป็นความผิดเพิ่มเติมระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เช่น การดูหมิ่นเจ้าพนักงาน การต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ การข่มขู่ หรือการลักทรัพย์และชิงทรัพย์ของกลางที่เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้ ซึ่งล้วนมีบทกำหนดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งในรูปแบบจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของการกระทำ โดยจังหวัดสงขลายืนยันว่าการดำเนินการรื้อถอนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และคืนความสมดุลให้กับระบบนิเวศของทะเลสาบสงขลา เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนโดยรวมในระยะยาว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา /ข่าว - ภาพ


เรื่องที่เกี่ยวข้อง