
วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 16.00 น. นายพงศ์ปราชญ์ มากแจ้ง เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง นายพลเทพ ธนโกเศศ ผู้อำนวยการกองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม นำคณะทำงานลงพื้นที่ไปยังด่านศุลกากรสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังข้อมูลด้านการขนส่งและการค้าชายแดนไทย–มาเลเซีย

เตรียมนำคณะเอกอัครราชทูต 12 ประเทศในทวีปยุโรปและเอเชีย พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนต่างชาติ เพื่อเรียนรู้และศึกษาดูงานศักยภาพของพื้นที่ ในระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2568 โอกาสนี้ นางสุนิสา รามแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา นางศศิเพ็ญ ละม้ายพันธุ์ วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา นายศักรินทร์ ปุรินทราภิบาล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสงขลา ร่วมติดตามภารกิจ โดยมีนายภาณุ ลิ้มวงศ์ยุติ นายด่านศุลกากรสะเดา และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลโดยละเอียด

นายพงศ์ปราชญ์ มากแจ้ง เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง เปิดเผยว่า กระทรวงต่างประเทศ ได้ดำเนินโครงการนำนักการทูตต่างประเทศลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ปีนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่เราจะนำนักการทูตจาก 12 ประเทศ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะกลุ่มประเทศจากยุโรป ซึ่งที่ผ่านมาอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับภาพรวมของจังหวัดสงขลาว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง (Red Zone) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของจังหวัด ทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และการศึกษาระหว่างประเทศ ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้ว มีเพียง 4 อำเภอเท่านั้นที่ถูกจัดอยู่ในเขตพื้นที่พิเศษตามประกาศของ กอ.รมน. ขณะที่พื้นที่สำคัญด้านเศรษฐกิจ เช่น อำเภอเมือง หาดใหญ่ และสะเดา ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยงแต่อย่างใด

เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการต่างประเทศ จึงได้ร่วมกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และจังหวัดสงขลา ผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ทบทวนคำแนะนำการเดินทาง ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้าพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดได้อย่างมั่นใจ ในส่วนของอำเภอสะเดา ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบที่ต้องการนำเสนอศักยภาพด้านการค้าชายแดนกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีปริมาณการค้าสูง มีระบบการผ่านแดนที่ปลอดภัยทั้งคนและสินค้า อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างด่านใหม่ ที่จะยกระดับขีดความสามารถของพื้นที่ในอนาคต

จากนั้นเวลาประมาณ 17.00 น. คณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมคลังสินค้า จุดตรวจคนเข้าเมือง และติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จังหวัดสงขลา กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ประเทศมาเลเซีย โดยฝั่งไทยดำเนินการก่อสร้างถนนระยะทางรวม 875 เมตร แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (575 เมตร) ซึ่งแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2567 และระยะที่ 2 (300 เมตร) อยู่ระหว่างการดำเนินงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในตุลาคม 2568

ทั้งนี้ ด่านศุลกากรสะเดา ถือเป็นด่านการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และมีบทบาทสำคัญด้านเศรษฐกิจ โดยในช่วงปีงบประมาณ 2568 (ตุลาคม 2567 – มิถุนายน 2568) มีมูลค่านำเข้า-ส่งออกรวมกว่า 349,932 ล้านบาท

โดยเฉพาะการส่งออกมีมูลค่าสูงถึง 187,150 ล้านบาท ในด้านการจัดเก็บรายได้ ด่านสามารถจัดเก็บได้รวม 7,015 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากศุลกากร 1,622 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 23% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.4

ณิชารีย์ - ธีรธรรม / ข่าว-ภาพสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
สงขลา | แถลงความคืบหน้า 2 โครงการใหญ่
8 กรกฎาคม 2569 | 4,656สงขลา | เปิดจุดขายกุ้งช่วยเกษตรกร หลังมาเลเซียระงับนำเข้า 5 ชนิด
2 กรกฎาคม 2569 | 6,152สงขลา | เครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งสงขลา ขอรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ
24 มิถุนายน 2569 | 3,666สะเดา | เดินหน้าเปิดด่านสะเดาใหม่เต็มรูปแบบ คาดเริ่มใช้งาน ก.ค. 69
18 มิถุนายน 2569 | 4,638สะเดา | นับถอยหลังเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ เตรียมต้อนรับ
14 มิถุนายน 2569 | 4,236สงขลา | “ไทยช่วยไทย พลัส” ดันตลาดทรัพย์สินสงขลาคึกคัก
2 มิถุนายน 2569 | 3,843สะเดา | เปิดด่านศุลกากรขาออกสะเดาแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ นำระบบ Fast
27 พฤษภาคม 2569 | 3,936หาดใหญ่ | ส่งสัญญาณดี รายอใหญ่มาเลย์โรงแรมลุ้นยอดพักอาจพุ่ง 90 %
11 พฤษภาคม 2569 | 5,272