
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 จากรณีข่าวแรงงานพม่ากว่า 30 ราย ลูกจ้างโรงงานถุงมือ รวมตัวเข้าขอความช่วยเหลือ กรณีนายจ้างเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ไม่จ่ายค่าชดเชย ล่าสุดร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ หรือ ทนายชัช กลุ่มทนายใจดี ว่ามีกลุ่มแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวกว่า 100 คน รวมตัวเข้าร้องทุกข์ว่า โดนนายจ้างโรงงานผลิตและจำหน่ายถุงมือแพทย์แห่งหนึ่ง ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เลี่ยงที่จะจ่ายเงินค่าแรงและเงินชดเชยให้กับกลุ่มแรงงานคนไทย ส่วนกลุ่มแรงงานต่างด้าวก็พยายามหาช่องว่างจากหนังสือเดินทางเข้าประเทศไทยที่วีซ่าใกล้หมดอายุก่อนจะมีการยกเลิกสัญญาจ้างไม่จ่ายเงินค่าแรงในส่วนที่เหลือจำนวนหลายพันบาทต่อ 1 คน

ซึ่งที่ผ่านมาทางนายจ้างได้จ่ายเงินค่าแรงเพียง 2 พันบาทเท่านั้นให้กับกลุ่มแรงงานคนไทยและกลุ่มแรงงานต่างด้าวก่อนที่นายจ้างจะเงียบหายไป จึงทำให้กลุ่มแรงงานคนไทยและกลุ่มแรงงานต่างด้าวต้องได้รับผลกระทบในด้านการเงินซึ่งต้องนำมาใช้จ่ายในขีวิตประจำวัน แม้กระทั้งกลุ่มแรงงานต่างด้าวต้องนำเงินส่วนตรงนี้มาต่ออายุหนังสือเดินทางเข้าประเทศไทย ถ้าหากไม่มีการต่ออายุหนังสือเดินทางก็จะกลายเป็นบุคคลหลบหนีเข้าประเทศไทยทันที จึงเป็นสาเหตุกลุ่มแรงงานคนไทยและกลุ่มแรงงานต่างด้าง จึงเป็นสาเหตุที่มีการรวมตัวเข้าร้องทุกข์ว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ ทนายความกลุ่มทนายใจดี เพื่อขอความเป็นธรรม

ล่าสุดบริเวณหน้าสำนักงานกฎหมายของกลุ่มทนายใจดี ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้มีกลุ่มแรงงานคนไทยซึ่งเป็นพนักงานและอดีตพนักงานของโรงงานผลิตและจำหน่ายถุงมือแพทย์ ได้รวมตัวกันกว่า 30 คน ทยอยเข้าพบ ว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ ทนายความกลุ่มทนายใจดี พร้อมนำเอกสารต่างๆเพื่อขอความเป็นธรรม จากนั้นผู้สื่อข่าวได้มีการพูดคุยกับกลุ่มแรงงานคนไทยว่าได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง

จากการสอบถาม นางสาวเอ (นามสมมุติ) ได้เล่าว่า ตอนนี้ตนเองได้ลาออกจากโรงงานแล้วและที่ผ่านมาโรงงานเริ่มมีปัญหาจ่ายเงินค่าแรงมาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2567 ซึ่งตนจะรับเงินเป็นวีคมีทั้งหมด 2 วีค รวมเป็นเงินประมาณ 7 พันบาท ต่อมามีการจ้างออกจากโรงงานส่วนสาเหตุที่จ้างออกไม่รู้ว่ามาจากเรื่องเศรษฐกิจไหมนั้นตนก็ไม่รู้ จากนั้นทางโรงงานเริ่มมีปัญหาไม่จ่ายเงินค่าแรงพนักงานหนักขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 จนถึงตอนนี้ ส่วนกรณีของตนเป็นการจ้างออกเมื่อปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากโรงงานเลยซึ่งตามกฎหมายแรงงานมีการระบุไว้ ซึ่งทางโรงงานแจ้งว่าจะจ่ายเงินชดเชยให้เป็นวีค วีคละ 5 พันกว่าบาท ก่อนจะมีการผลัดจ่ายเงินจากวีคเป็นเดือนเท่ากับเดือนละหมื่นกว่าบาทก็ทั้งหมด 3 เดือน รวมเงินทั้งหมด 35,000 บาท เฉพาะของตน ส่วนพนักงานในกลุ่มของตนที่มีการจ้างออกและไม่ได้รับเงินชดเชยมีประมาณ 10 กว่าคน ตอนนี้ตนและเพื่อนก็ได้รับผลกระทบตกงานเหมือนกันกับตน

ส่วนทาง นางสาวบี (นามสมมุติ) ได้เล่าว่า ตนได้รับผลกระทบจากนายจ้างค้างจ่ายเงินค่าแรงและก็เงินประกันสังคมด้วย ซึ่งทางโรงงานมีการหักเงินประกันสังคมทุกวีค ต่อมาตนก็ได้ไปตรวจสอบที่ประกันสังคมเพราะไม่มีการส่งสลิปเงินที่หักไปมาให้ตนทราบว่าทุกครั้งหักเงินไปเท่าไรในการจ่ายค่าประกันสังคม ปรากฎว่าพอตรวจสอบทางโรงงานไม่มีการนำเงินที่หักไปไปจ่ายค่าประกันสังคมแม้แต่บาทเดียว ส่วนเรื่องเงินค่าแรงที่รับนั้นวีคนึงจะอยู่ประมาณ 3-4 พันกว่าบาท ทางโรงงานเริ่มมีปัญหาการจ่ายเงินค่าแรงเมื่อต้นปี 2567 มาหนักสุดช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 และตอนนี้ทางโรงงานพึ่งมาจ่ายเงินให้เมื่อช่วงเดือนที่แล้วมกราคม จ่ายแค่ 2 พันบาท และยังเหลืออีก 2 วีค ที่ยังไม่จ่าย

ซึ่งตอนนี้มีพนักงานทั้งโรงงานที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดมีประมาณเกือบ 500 คน ในจำนวนนี้ก็มีการลาออกมาแล้วและเหลือพนักงานที่ทำอยู่ในโรงงานตอนนี้ประมาณ 200 คน น่าจะได้และที่ไม่ลาออกนั้นเพราะไม่มีเงินเลยต้องทำงานต่อไปเรื่อยๆเพื่อรอเงินที่ทางโรงงานแจ้งว่าจะจ่ายให้แต่ไม่รู้ว่าจะจ่ายเมื่อไร วันนี้ที่ตนเดินทางมาที่บ้านทนายนั้นยังมีกลุ่มพนักงานที่ทำงานอยู่ในโรงงานตอนนี้จะร่วมสมทบกับกลุ่มของตนในวันนี้ด้วย แต่ทางหัวหน้างานพอรู้ว่าจะมีพนักงานเข้าร้องทุกข์เพิ่มกับทนาย หัวหน้าก็จะไม่เซ็นใบลางานให้พนักงานที่จะลางานซึ่งอ้างว่า ละเลยหน้าที่ ไม่รับผิดชอบงาน จะไม่เซ็นใบลางานให้และก็จะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินที่ค้างจ่ายให้ จึงทำให้พนักงานที่กลัวไม่ได้รับเงินก็ต้องฟังหัวหน้างาน ส่วนตนนั้นจะขอไม่ทนแล้วเพราะไม่รู้ว่าเค้าจะยื้อให้พนักงานอยู่เพื่ออะไร ไม่รู้ว่าเค้าคิดอะไรอยู่ บอกให้รอนายจ้างแต่พอรอ พอถึงเวลา กลับเงียบหายไปเลย พอทวงถามกลับไม่ได้คำตอบอะไร ตนมีภาระที่ต้องรับผิดชอบไหนค่ารถ ค่าหนี้ทางบ้าน ค่าลูกไปโรงเรียน ล่าสุดตอนนี้โรงงานสั่งปิด 20 กว่าวัน ตนก็รอ ตนจะหางานทำใหม่ก็ไปไม่ได้อีกเพราะยังไม่จบ เงินก็ยังไม่ได้

หลัง ว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ ทนายความกลุ่มทนายใจดี รับฟังเรื่องราวปัญหาทั้งหมดของกลุ่มแรงงานคนไทยที่มาเข้าพบในวันนี้ก็ได้ให้สมาชิกทนายความกลุ่มทนายใจดีรวบรวมเอกสารต่างๆทั้งหมดของกลุ่มแรงงานคนไทย ก่อนจะมีการเซ็นมอบอำนาจเพื่อดำเนินการประสานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลา พร้อมกับเตรียมดำเนินการเข้าแจ้งความและดำเนินขั้นตอนตามกฎหมาย เนื่องจากทราบว่าหัวหน้าของโรงงานมีการคุกคามและพูดข่มขู่เอาเรื่องพนักงานที่มาร้องทุกข์กับกลุ่มทนายใจดีอีกด้วย

ล่าสุดสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลา สาขาหาดใหญ่ ว่าที่ร้อยตรีชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ จากกลุ่มทนายใจดีพร้อมด้วยแรงงานชาวไทย ของบริษัทชื่อดังในเมืองหาดใหญ่ได้มาติดตามความคืบหน้าและรับฟังข้อเสนอแนะจากเจ้าหน้าที่พนักงานตรวจแรงงาน จังหวัดสงขลาซึ่งก่อนหน้านี้มีแรงงานทั้งชาวไทยและชาวต่างด้าวได้เข้ามายื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานไว้แล้วบางส่วน

ว่าที่ร้อยตรีชัชวาลย์ บำรุงวงศ์กล่าวว่า วันนี้ภายหลังจากที่ได้รับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือจากแรงงานทั้งชาวไทยและชาวต่างด้าวอาทิชาวพม่าและกัมพูชาในกรณีที่มิได้รับค่าจ้างและไม่ได้รับค่าชดเชยจากการบอกเลิกจ้าง ได้รับทราบว่ามีการร้องเรียนมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาและภายหลังได้รับการร้องเรียนและยื่นคำร้องแล้วก็ได้ดำเนินการโดยทันทีโดยได้เรียกให้กับนายจ้างมาชี้แจงเหตุแห่งการที่ไม่จ่ายค่าจ้างรวมไปถึงค่าชดเชยการเลิกจ้างให้กับแรงงาน ซึ่งเบื้องต้นก็ได้รับคำชี้แจงจากทางบริษัทชื่อดังซึ่งเป็นโรงงานว่าเนื่องจากบริษัทขาดสภาพคล่องทางการเงินจึงไม่มีเงินมาจ่ายให้กับแรงงานหรือลูกจ้าง จากนั้นพนักงานตรวจแรงงานจึงได้มีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าแรงค้างจ่ายให้กับลูกจ้างเต็มจำนวน แล้วโดยมีการแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือให้กับนายจ้างแต่ภายหลังพบว่าเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ที่ผ่านมานายจ้างก็ไม่ได้จ่ายค่าแรงให้กับลูกจ้างครบถ้วนทั้งหมด จึงถือว่าไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามกฎหมาย โดยในวันที่ 31 มกราคม 2568 ที่ผ่านมาจึงได้มีการดำเนินการสั่งให้ดำเนินคดีอาญากับนายจ้างรายนี้แล้ว และหากมิได้ดำเนินการในค่าแรงงวดถัดไปก็จะมีการแจ้งดำเนินคดีอาญากับนายจ้างรายนี้ตามกฎหมายต่อไป ทั้งฝ่ายตัวแทนลูกจ้างที่มาในวันนี้ได้รับฟังและเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นและยังมีความหวังที่จะได้รับเงิน จากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ในกรณีที่นายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าแรงหรือค่าชดเชยให้

ว่าที่ร้อยตรีชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ กล่าวถึงท้ายว่าวันนี้ได้รับคำชี้แจงและข้อเสนอแนะเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลาสาขาหาดใหญ่ทำให้ตัวแทนลูกจ้างที่มาในวันนี้เข้าใจและสามารถกลับไปอธิบายความให้กับเพื่อนๆแรงงานที่เหลืออีกกว่า 200 ชีวิตในโรงงานแห่งนี้ได้เข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ของตัวเองซึ่งเป็นสิทธิเฉพาะตัวของลูกจ้างแต่ละราย โดยในเบื้องต้นจะได้ไปแจ้งสิทธิต่อแรงงานที่เหลือที่ยังไม่ได้มายื่นเจตจำนงยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนในสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลาพร้อมให้คำแนะนำและดำเนินการอย่างรวดเร็ว และยังบอกผ่านไปยังลูกจ้างทุกๆรายว่าควรมาใช้สิทธิของตนเองโดยไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใดหรือจะทำการตั้งตัวแทนลูกจ้างมาดำเนินการแทนก็ได้เพราะการสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าแรงงานหรือค่าชดเชยต่างๆนั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัว

หากแรงงานคนใดไม่มายื่นคำร้องไว้เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้เพราะมีอำนาจมีขอบเขตจำกัดตามกฎหมาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลาสาขาหาดใหญ่แจ้งว่าโรงงานดังกล่าวมีพนักงานกว่า 200 รายแต่ปัจจุบันมีแรงงานประสงค์มาเรียกร้องค่าจ้างแรงงานหรือค่าชดเชยเพียง 60 กว่ารายเท่านั้นซึ่งเป็นคนไทยส่วนแรงงานต่างด้าวซึ่งก็มีสิทธิ์ภายใต้พรบคุ้มครองแรงงานด้วยเช่นกันยังไม่ได้มีการมายื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแต่อย่างใด โดยวันนี้ว่าที่ร้อยตรีชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ ซึ่งได้รับเรื่องจากทั้งแรงงานชาวไทยและชาวต่างด้าวไว้แล้วจะได้ร่วมกันดำเนินการตามสิทธิทางกฎหมายให้กับแรงงานชาวไทยและชาวต่างด้าวต่อไป
สงขลา | สงขลาเตรียมปรับค่าโดยสารรถสาธารณะ มีผล 6 เม.ย.นี้
3 เมษายน 2569 | 4,900หาดใหญ่ |…
3 เมษายน 2569 | 3,846นาหม่อม | บุกค้นบ้านรวบหนุ่ม 27 ซุกปืน-กระสุนเพียบ
3 เมษายน 2569 | 4,608สงขลา | เดินหน้าลุยยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติ
3 เมษายน 2569 | 4,011สงขลา | แจงข้อสงสัยเงินค่าซ่อมบ้าน "รองผู้ว่าสงขลา"
2 เมษายน 2569 | 4,891สิงหนคร | เตือนภัยโรคจิตขับรถตามยามวิกาล ก่อนจับหน้าอกสาวๆ
2 เมษายน 2569 | 4,569ภาคใต้-หาดใหญ่ | บขส. จัดรถโดยสารวันละ 7 พันเที่ยว+รถเสริม
2 เมษายน 2569 | 3,777หาดใหญ่ | จราจรหาดใหญ่เข้ม! ไล่กวดขันรถซิ่ง-ไร้ทะเบียน
2 เมษายน 2569 | 4,569