
วันที่ 9 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์ มีคนร้ายเป็นหญิง รูปร่างไม่สูงมาก สวมผ้าคลุมฮิญาบ เข้ามาขโมยกระเป๋าสะพายซึ่งมีเงินสด 3 หมื่นบาท พร้อมสร้อยคอทองคำและพระเหลี่ยมทอง ตั้งอยู่บนโต๊ะเก็บเงินและคาดว่าคนที่เข้ามาก่อเหตุนั้น น่าจะเป็น 2 โจรหญิงอ้วนผอมซึ่งได้ก่อเหตุโชกโชนขโมยกระเป๋าเงินเจ้าของร้านอาหารและร้านค้าทั่วไปทั้งจังหวัดสงขลาในช่วงที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2567 เวลา 21.50 น. ภายในร้านครัวสวัสดีอีสานแซ่บ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านครัวสวัสดีอีสานแซ่บ ซึ่งได้พบกับเจ้าของร้านทราบชื่อ นางสาววิละศิล มุ้งอ้อมกลาง หรือ พี่เค้ก อายุ 47 ปี เจ้าของร้านครัวสวัสดีอีสานแซ่บ ถนทุ่งเสา 2 ซอย 5 ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ในอาการเซ็งและท้อก่อนจะพาผู้สื่อข่าวไปชี้จุดที่วางกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลและจุดที่คนร้ายเดินหมอบเข้ามาขโมยกระเป๋าสะพาย พร้อมมอบหลักฐานกล้องวงจรปิดขณะที่คนร้ายกำลังก่อเหตุ โดยคนร้ายเป็นหญิงสวมผ้าคลุมฮิญาปสีฟ้าอ่อน สวมแมสสีดำปิดหน้า สวมเสื้อยืดกีฬาสีดำ กางเกงขายาวสีขาวลายจุดดำ พร้อมเดินสะพายกระเป๋าสีดำ

จากการสอบถาม นางสาววิละศิล มุ้งอ้อมกลาง หรือ พี่เค้ก ได้เล่าว่า ตอนนั้นช่วงเกิดเหตุประมาณวามทุ่มกว่าๆเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว ตนกำลังเก็บร้านอยู่ซึ่งปกติแฟนจะนั่งเฝ้าอยู่ด้านหน้าแถวโต๊ะเก็บเงิน แค่วันนั้นแฟนบอกว่าเอาผ้าไปซักตนก็อยู่เก็บร้านคนเดียวส่วนหลานๆก็เก็บของอยู่ในครัว ปกติตนเองจะเป็นคนรอบคอบ ซึ่งวันนั้นตนก็เก็บกระเป๋าสะพายมาไว้ด้านหลังเพราะว่าที่เก็บกระเป๋านั้นอยู่ในร้านข้างในแล้ว จากนั้นตนหิวข้าวก็ได้เข้าไปที่ครัวทำผัดกะเพราจานนึงซึ่งจานนึงใช้เวลาผัดไม่ถึง 5 นาที ก็เสร็จ ก่อนจะยกออกมานั่งกินที่โต๊ะเก็บเงิน ต่อมามีลูกค้าสั่งเหล้าเพิ่มซึ่งแฟนก็กลับมาที่ร้านพอดี ตนจึงได้ให้แฟนไปซื้อเหล้าให้ลูกค้าที่หน้าปากซอยแล้งก็หยิบกระเป๋าเงินให้แฟนไปซื้อ

พอแฟนกลับมาแฟนบอกว่าจะเอากระเป๋าเงินเก็บไว้ที่ไหน ตนก็บอกว่าเก็บไว้ในกระเป๋าสะพาย แฟนก็บอกว่ากระเป๋าเก็บไว้ตรงไหนไม่เห็นกระเป๋า ตนจึงบอกว่าตรงนั้นแหละ แล้วแฟนก็บอกไม่มี ตอนนั้นตนเริ่มใจหายแล้วและคิดว่าลูกน่าจะแกล้งตนเอาไปแอบ จึงได้ถามลูกว่าเอาก็กระเป๋าสะพายไปเก็บหรือไม่ ลูกก็บอกว่า ไม่ได้เอากระเป๋าไปครับแม่ ตอนนั้นตนรู้สึกใจหล่นไปที่ตาตุ้มแล้วและต้องมีคนหยิบไปแน่นอน แฟนของตนจึงได้ขี่รถจักรยานยนต์เวียนรอบๆ เผื่อจะเจอคนที่ขโมยไปซึ่งได้ขี่วนหาอยู่ประมาณชั่วโมงนึง ก่อนจะมาเปิดดูกล้องวงจรปิดก็พบคนที่มาขโมยกระเป๋าสะพาย ตอนนั้นตนไม่คิดว่าคนร้ายเป็นคนอิสลามนะ คิดว่าเป็นมิจฉาชีพมากกว่าโดยเอาผ้ามาคลุมหัวเฉยๆ

เบื้องต้นมีทรัพย์สินมีค่าเป็นสร้อยคอทองคำ 1 เส้น พระเลี่ยมทอง 1 องค์ เงินสดประมาณ 2 หมื่นบาท รวมทั้งหมดประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท โดยเงินสดทั้งหมดเป็นเงินที่ขายส้มตำมาทั้งวันกว่าจะตำได้แต่ละครก ครกละ 40 บาท คิดดูว่าต้องตำกี่จาน ล่าสุดตนได้เข้าแจ้งความแล้วที่ สภ.หาดใหญ่ ซึ่งทางตำรวจบอกว่า จะเข้ามาดูกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวคนร้ายแต่ไม่รู้จะเข้ามาตอนไหนนี่ก็หลายวันแล้วตำรวจยังไม่เข้ามาเลย อยากฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายให้เร็วที่สุด ซึ่งจะได้ไม่ต้องไปก่อเหตุกับใครอีก

ตรวจสอบประวัติคนร้ายพบว่าได้เริ่มก่อเหตุตั้งแต่ช่วงกลางปี 2566 ที่ผ่านมา มีผู้ก่อเหตุเป็นหญิงด้วยกัน 2 คน ลักษณะทั้ง 2 คน อ้วนและผอม ซึ่งทั้งคู่จะเน้นร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายของชำที่เจ้าของร้านมักจะอยู่คนเดียว โดยคนอ้วนจะเข้าไปในร้านก่อนและตามด้วยคนผอมตามเข้าไปทีหลัง จากนั้นคนอ้วนก็จะชวนเจ้าของร้านคุยก่อนที่เจ้าของร้านเผลอ คนผอมก็จะทำหน้าที่หยิบกระเป๋าสะพายที่เก็บเงินทันทีก่อนจะเดินออกจากร้านไป หลังก่อเหตุทั้งคู่จะย้ายไปก่อเหตุอำเภออื่นต่อและจะก่อเหตุวนไปเรื่อยๆ โดยทั้งคู่ได้ก่อเหตุมาแล้วหลายอำเภอของจังหวัดสงขลา จนได้ฉายา 'โจรหญิงอ้วนผอม' ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ จนกระทั่งล่าสุดมาก่อเหตุใจกลางเมืองเทศบาลนครหาดใหญ่

ตรวจสอบกล้องวงจรปิดซึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์ช่วงที่คนร้ายเดินผ่านกล้องร้านอาหารที่อยู่เยื้องกับร้านที่ก่อเหตุโดยคนร้ายเดินมาฝั่งตรงข้ามร้านก่อนจะเดินข้ามไปร้านที่ก่อเหตุโดยการเดินมาหยุดที่หน้าร้านทำทีจะซื้อของกินแล้วก็ชะเง้อมองดูคนในร้าน จากนั้นพอคนในร้านเผลอคนร้ายได้เดินมอบเข้ามาไปถึงโต๊ะเก็บเงินแล้วก็ขโมยกระเป๋าสะพายที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไปซึ่งข้างในกระเป๋ามีเงินสดประมาณ 2 หมื่นบาท พร้อมกับพระและสร้อยทอง

ก่อนจะเดินมอบมาที่ข้างลังน้ำแข็งจากนั้นก็เอากระเป๋าสะพายใส่ในกระเป๋าที่คนร้ายเตรียมมายัดใส่ลงไป ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินหน้าร้านทำทีจะซื้อของและก็รีบเดินไปที่ข้างซอยอพาร์ทเม้นก่อนจะเดินย้อนกลับมาทางเดิมที่เดินมาฝั่งตรงข้ามร้านแล้วก็เดินหลบหนีหายไปจากกล้อง


สงขลา | สงขลาเตรียมปรับค่าโดยสารรถสาธารณะ มีผล 6 เม.ย.นี้
3 เมษายน 2569 | 4,838หาดใหญ่ |…
3 เมษายน 2569 | 3,774นาหม่อม | บุกค้นบ้านรวบหนุ่ม 27 ซุกปืน-กระสุนเพียบ
3 เมษายน 2569 | 4,583สงขลา | เดินหน้าลุยยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติ
3 เมษายน 2569 | 3,930สงขลา | แจงข้อสงสัยเงินค่าซ่อมบ้าน "รองผู้ว่าสงขลา"
2 เมษายน 2569 | 4,880สิงหนคร | เตือนภัยโรคจิตขับรถตามยามวิกาล ก่อนจับหน้าอกสาวๆ
2 เมษายน 2569 | 4,568ภาคใต้-หาดใหญ่ | บขส. จัดรถโดยสารวันละ 7 พันเที่ยว+รถเสริม
2 เมษายน 2569 | 3,774หาดใหญ่ | จราจรหาดใหญ่เข้ม! ไล่กวดขันรถซิ่ง-ไร้ทะเบียน
2 เมษายน 2569 | 4,559