
จากกรณีที่มีคลิป “แป้ง นาโหนด” ถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อวานนี้ ในคลิปมีการตัดพ้อถึงการที่เจ้าตัวไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกหักหลังจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง เป็นเหตุผลที่ได้วางแผนหนีจากเรือนจำ โดยแป้งอ้างว่า ต้องการออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเองและนักโทษกว่า 393 ราย

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ทีมข่าวได้วิดีโอคอลพูดคุยกับ พ.ต.ท.วีระศักดิ์ คงเพชร อดีด ผบ.ร้อย ตชด.434 พัทลุง ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ ที่ตำรวจชุดจับกุมนายจรวด เมื่อ 2 ก.ค.62 ติดต่อขอกำลังเสริม หลังถูกกลุ่ม เสี่ยแป้ง นาโหนด และพวกกว่า 20 คน วางแผนปล้นชิงตัวประกัน
พ.ต.ท.วีระศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า วันที่เสี่ยแป้งพร้อมพวกกว่า 20 คน บุกเข้ามาชิงตัวนายจรวด หรือ นายสิทธิเดช ทรงเดชะ นั้น สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการจับกุม นายอัตชัย เลื่อนแป้น เครือข่ายยาเสพติดได้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนมีการขยายผล โดยได้ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของนายอัตชัย ว่า หัวหน้าใหญ่เจ้าของยาเสพติด คือ นายต้น ฉายา “ต้น พม่า” ซึ่งข้อมูลแชทการสนทนาระหว่างนายอัตชัย กับ นายต้น นั้น มีการระบุชื่อและข้อมูลผู้รับยาเสพติด โดยมีของ “บอย” เป็นคนรับยาบ้าไป

จากข้อมูลแชท คือ นายต้น เจ้าของยาบ้า มีการซื้อขายยาบ้ากับนายบอย โดยนำยาบ้าไปให้จำนวน 17 เป้ รวม 850 มัด (ยาบ้ามัดละ 1 แสนเม็ด) คิดยาบ้ามัดละ 15,600 บาท รวมเป็นเงิน 13,260,000 บาท ในบิลระบุ มีการจ่ายเงินไปแล้ว 2.9 ล้าน ค้างจ่ายอยู่อีก 10,360,000 บาท โดยนายต้น ได้ใช้ให้นายอัตชัย มีหน้าที่ไปทวงเงินค่ายาบ้าในส่วนที่เหลือ
จากนั้นเมื่อจับกุมนายอัตชัยได้ ตำรวจจึงได้ติดต่อไปถึงนายต้น เจ้าของยาบ้าตัวจริง เพื่อขยายผลจับกุมต่อ ซึ่งทีมข่าวยังได้คลิปเสียงการสนทนาระหว่าง นายต้น กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย โดยในคลิปเสียง นายต้นได้ให้เบาะแสว่า นายบอย ที่นำยาบ้าไปนั้น แท้จริง คือ นายสิทธิเดช หรือ จรวด โดยนำยาบ้าไปทั้งหมด 850 มัด
ต่อมาเมื่อตำรวจได้ข้อมูลจากนายอัตชัย และนายต้น เจ้าของยาบ้าแล้ว จึงได้ทำการขยายผลไปจับกุม นายบอย ที่บ้านพักที่ จ.พัทลุง โดยนำตัวนายอัตชัย ขึ้นรถไปด้วย เพื่อชี้พิกัดบ้าน จากนั้นเมื่อไปถึงบ้านนายบอย เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าจับกุม และมารู้ว่า นายบอยนั้น จริงๆแล้ว คือ ชื่อจริงคือ นายสิทธิเดช หรือ จรวด โดยมีการถ่ายภาพ และบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐาน
ซึ่งคลิปเสียงอีกคลิปจะได้ยินตำรวจคุยกับนายจรวด ให้ขยายผลนำยาบ้า ที่เอาไป เอามาส่งคืน โดยนัดให้นำยาบ้าที่เหลือมาวางไว้ มีการพูดคุยยาบ้าจำนวน 5 เป้ จำนวน 300 มัด และในคลิปเสียง นายจรวด ได้มีการต่อรอง ว่า หากทำตามจะขอไม่ถูกจับ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายจรวด และ นายอัตชัย นำไปขยายผล โดยให้นายจรวด โทรศัพท์ติดต่อไปยังเครือข่ายที่ได้นำยาเสพติดไปฝากไว้นำมาส่งคืน เพื่อแลกกับการปล่อยตัว และไม่โดนดำเนินคดี
ต่อมานายจรวด จึงได้โทรศัพท์ไปยังบุคคลรายหนึ่งที่อ้างว่า เป็นลูกพี่ ทราบภายหลังว่า คือ “อัยการบอย” เพื่อให้ลูกน้องนำของกลางที่เป็นยาเสพติดคงเหลือมาให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ้างว่า เจ้าของยาบ้า เขามาทวงยาบ้าคืน เพราะจ่ายเงินไม่ครบ ขณะนั้นตำรวจมีการถ่ายคลิปมือถือ และบันทึกการสนทนาไว้ทั้งหมด และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ยังได้โทรศัพท์หาตนเองว่า หากยาบ้ามาถึงแล้วจะขอกำลังเสริมจากตนเองบุกเข้ารวบตัวเครือข่ายที่นำยาบ้ามาส่งทันที ตนเองก็เตรียมตัวรอ
กระทั่งผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง นายจรวด พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้มีการนัดหมายกันในพื้นที่ ต.นาขยาด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุในตอนนั้น เมื่อถึงเวลานัดหมาย ปรากฏว่า ได้มีรถปริศนา รถตู้ จำนวน 1 คัน และรถกระบะสีดำอีก 2 คัน ได้ขับรถมาประกบหน้า-หลังรถของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จากนั้นได้มีชายฉรรจน์ เกือบ 20 คน ทุกคนใส่หมวกไอ้โม่งถืออาวุธปืนลงจากรถ และแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมหยุด อย่าขยับพร้อมกับอ้างว่าเป็นตำรวจจับยาเสพติด ทำให้ตอนนั้น ตำรวจชุดจับกุม ตกใจและงงมากกว่า เป็นตำรวจชุดไหนและแสดงตัวเป็นตำรวจเช่นกัน

ก่อนที่ตอนนั้น มีชายคนหนึ่ง ภายหลังทราบว่า คือเสี่ยแป้ง หัวหน้าที่บุกมาชิงตัวประกัน ถามตำรวจว่า “อ่าว เป็นตำรวจจริงๆหรอ ไหนเอาบัตรตำรวจมาดู” เจ้าหน้าชุดจับกุมจึงแสดงบัตรให้ดู เสี่ยแป้งตอนนั้น จึงได้พูดกลางวงที่ชิงตัวประกัน โดยต่อว่า นายจรวดว่า “ไหนลูกพี่มึง บอกว่า เป็นโจรมาชิงตัวมึงไป อัยการบอกว่า โจรจับมึงไปไอจรวด ถ้ากูรู้ว่าเป็นตำรวจกูไม่มาหรอก ทำไมหลอกกูแบบนี้ “
ตอนนั้นจรวด ซึ่งหนีลงจากรถเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมแล้ว ได้เข้ามาอยู่ฝั่งพวกเสี่ยแป้งที่มาช่วย โดยมีพวก ประธานติ่ง จ่าติ๊ก ระหว่างนั้น จรวด ที่ได้เข้าไปแย่งปืนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม และจะยิงตำรวจชุดจับกุม แต่ถูกเสี่ยแป้ง ได้ห้ามไว้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ยินเสี่ยแป้ง บอกกับจรวดว่า “มึงอย่ายิงตำรวจ ถ้ามึงยิง มึงมีเรื่องกับกูแน่ เขาเป็นตำรวจจริง“ แต่ตอนนั้นจรวดไม่ฟัง และได้ยิงใส่เจ้าหน้าที่ 1 คนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขา โดยเสี่ยแป้งไม่ใช่คนยิง ก่อนที่ เสี่ยแป้ง และพวก จะหลบหนีไป ส่วนจรวด และอัตชัย ก็ได้ขึ้นรถพวกเสี่ยแป้งไปอีกคัน โดยก่อนจะหลบหนี จรวด ได้นำโทรศัพท์มือถือของตัวเอง และมือถือที่ตำรวจบันทึกการจับกุมเอาไปด้วยทั้งหมด

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมด้วยความตกใจและกังวล เไม่กล้าที่จะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ทำได้เพียงเข้าไปปฐมพยาบาลที่โรงพยาบาลควนขนุน ก่อนย้ายไปพักที่โรงพยาบาลจังหวัดกระบี่
และหลังเกิดเรื่องขึ้น ช่วงเช้าของอีกวันทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้โทรศัพท์ติดต่อมายังตนเองเพื่อขอกำลังเสริมไปคุมกันเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เพื่อเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.นาขยาด จากนั้น จึงได้ทราบเรื่องทั้งหมดจากชุดจับกุมว่า กลุ่มคนที่มาชิงตัวนายจรวด และนายอัตชัยไป คือ ”เสี่ยแป้ง“
หลังจากรู้ว่าเป็น เสี่ยแป้ง ตนเองจึงได้โทรศัพท์ไปหาเสี่ยแป้ง เพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ทำไมเสี่ยแป้ง ทำแบบนี้ เสี่ยแป้งจึงบอกกับตนเองว่า เจ้าตัวไม่ทราบว่า บุคคลที่จับกุมนายจรวดไปคือตำรวจ เพราะก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง เสี่ยแป้งได้รับโทรศัพท์จากคนที่ชื่อ ”อัยการบอย“ และ ”ประธานติ่ง“ และพ่อของนายจรวด
ซึ่งได้ติดต่อเสี่ยแป้งมาขอความช่วยเหลือ อ้างว่า จรวดโดนกลุ่มรีดไถเกี่ยวกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดอุ้มไป อัยการบอย จึงได้โทรศัพท์ให้เสี่ยแป้ง พร้อมทีมงานเข้าไปช่วยเหลือ โดยที่ไม่ได้มีการบอกความจริงว่า จรวดถูกตำรวจจับกุม เนื่องจากการขยายผลเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด
ตนเองจึงได้บอกให้เสี่ยแป้ง นำอาวุธปืนที่พรรคพวกปล้นตำรวจไปนำมาคืน ตอนนั้นเสี่ยแป้ง บอกว่า ผมไม่ได้เอาปืนไป แต่คนที่นำปืนตำรวจไป คือ ประธานติ่ง 1 กระบอก , จ่าติ๊ก 1 กระบอก และ จรวด เอาไป 1 กระบอก รวม 3 กระบอก แต่ขณะนั้น เสี่ยแป้ง ได้ขอเวลาตนเอง 2 วัน เพื่อนำปืนมาคืน เพราะประธานติ่ง นำปืน 1 กระบอกไปจำนวน ต้องไปไถ่ถอนออกมาก่อน
จนกระทั่งผ่านไป 2 วัน เสี่ยแป้งก็ได้นำปืนทั้งหมดมาคืนให้กับตนเอง เพื่อส่งมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้ลูกน้องเป็นคนนำใส่ถุงมาให้ ก่อนที่เสี่ยแป้ง จะและพวกทั้งหมด จะถูกจับกุมภายหลัง และมีการตั้งข้อหากับเสี่ยแป้ง และพวก แต่ต่อมา ตนเองไม่รู้ว่า กระบวนการแจ้งข้อหาเกิดอะไรขึ้น กลุ่มที่มีการเข้าไปชิงตัวประกัน กลับไม่มีใครโดนคดี และบางรายสามารถประกันตัวออกมาได้ แต่กลับดำเนินคดีและคัดค้านการประกันตัวเสี่ยแป้งเพียงคนเดียว

ส่วนข้อหาที่ว่า ตำรวจภาค 8 และกลุ่มพวกตนเอง มีการจับกุมนายจรวด พ่อค้ายาเสพติดไปเรียกค่าไถ่ เสนอเงิน 3 ล้าน ยืนยัน ไม่เป็นเรื่องจริง แต่ยอมรับว่าระหว่างจับกุม จรวด ได้เสนอเงินเป็นค่าดูแลตำรวจ เพื่อแลกการปล่อยตัวจริง ตอนนั้นตำรวจได้แกล้งรับปากไปเท่านั้น เพื่อให้จรวดทำตามคำสั่งเพื่อนำยาบ้ามาให้ได้ ซึ่งไม่มีการรับเงินเพื่อเรียกค่าไถ่แต่อย่างใด
ส่วนการที่เสี่ยแป้งหลบและระบายออกมาในคลิปดังกล่าวนั้น ตนเองซึ่งเป็นคนที่รู้เหตุการณ์และรู้เรื่องราวก่อนหน้านี้ ยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง ซึ่งตนก็ยังคงมีหลักฐานบางส่วนที่ยังเก็บไว้ มองการออกมาให้สัมภาษณ์ของนายจรวดที่อ้างว่า ตำรวจมีการรีดไถ่เงิน จึงทำให้ต้องมีการชิงตัวนั้น ไม่เป็นความจริง
เพราะเรื่องราวทั้งหมดมาจากที่นายจรวดไปเบี้ยวค่ายาเสพติดจากทางกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดระดับสูงในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน มองสิ่งที่เกิดขึ้นทางครอบครัวนายจรวด รวมไปถึงอัยการบอยและบุคคลอื่นๆ น่าจะมีส่วนรู้เห็นและร่วมกันวางแผน ก่อนที่จะมาหลอกเสี่ยแป้งให้เข้าไปช่วย สอดคล้องกับที่เสี่ยแป้งเองได้ให้ข้อมูลกับตนเองว่า บุคคลที่ทางเสี่ยแป้งเชื่อและไว้วางใจจะมีเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้น คือ อัยการบอย และประธานติ่ง
เชื่อว่า การออกมาของเสี่ยแป้งเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเอง น่าจะเกิดมาจากตัวเสี่ยแป้งถูกตั้งข้อหาและโดนจับกุม ทั้งๆที่เสี่ยแป้งไม่ได้เป็นคนทำ และไม่ได้เป็นคนยิงตำรวจ แถมยังห้าม “นายจรวด” ไม่ให้ทำร้ายร่างกายตำรวจด้วย เหตุการณ์วันนั้นถ้าหากอัยการบอยไม่ได้เป็นคนสั่ง หรือขอให้ช่วยเหลือ เสี่ยแป้งเองก็คงนิ่งเฉยและไม่กล้าที่จะเข้าไปช่วยอยู่แล้ว หากรู้ว่า เป็นตำรวจจริง
หาดใหญ่ | ดราม่าเหรียญ 100 บาท ลูกค้าร้องร้านไม่รับเหรียญเก่าดำ
1 เมษายน 2569 | 2,276ควนลัง | ระดมกำลังเข้าสู่วันที่ 10 ปภ.เขต 12
1 เมษายน 2569 | 2,165ระโนด | ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตนายกอบต.คลองแดน
1 เมษายน 2569 | 1,945หาดใหญ่ | ยืนยันสงกรานต์ปีนี้ “น้ำมันมีเพียงพอ”
1 เมษายน 2569 | 2,245หาดใหญ่ | แน่นเทศบาล…
31 มีนาคม 2569 | 4,167ปัตตานี | CIB สกัดจับไต๋เรือ ซุกปืนเถื่อนกลางทะเลปัตตานี ยึดกระสุน 26
31 มีนาคม 2569 | 3,480สตูล | นาทีชีวิต! ทัพเรือเร่งช่วยลูกเรือประมงชนหินกลางทะเลสตูล
31 มีนาคม 2569 | 3,552สงขลา | ตีเนียนเป็นเจ้าของร้าน หญิงวัยกลางคนรอเผลอ
31 มีนาคม 2569 | 3,831