
วันที่ 12 มีนาคม 2566 ณ สำนักงานกลุ่มทนายใจดีอำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา ตัวแทนชาวบ้านตำบลฉลุงอำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลากว่า 30ราย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เสียหายจำนวนกว่า 900 คนของกองทุนสัจจะประจำตำบล นำเอกสารหลักฐานต่างๆเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากว่าที่ร้อยตรีชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ทนายความจากกลุ่มทนายใจดีและสื่อมวลชน

จากกรณีสมาชิกกลุ่มกองทุนสัจจะวันละ 1 บาทและเดือนละ 100 บาท ของตำบลฉลุง ไม่จ่ายสวัสดิการตามเงื่อนไขและไม่ยอมให้ถอนเงิน เมื่อชาวบ้านทวงถามจึงได้รับคำตอบเพียงว่าไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายและชาวบ้านบางรายไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืน ทำให้ชาวบ้านรวมตัวกันติดตามเงินคืนและสวัสดิการต่างๆ ที่จะต้องได้รับจากคณะกรรมการแต่กลับได้รับการบ่ายเบี่ยงและไม่ได้รับการชี้แจงมาโดยตลอด

ชาวบ้านที่มาร้องเรียนจึงเชื่อว่ากองทุนสัจจะประจำตำบลล้มและมีเงินสูญหายออกไปจากระบบเป็นจำนวนมาก จึงมาร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่มทนายใจดีและสื่อมวลชน ในวันนี้
ด้านว่าที่ร้อยตรีชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวพร้อมเอกสารและข้อเท็จจริงจากชาวบ้าน ก็ได้ชี้ประเด็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน พบว่าชาวบ้านมีการสะสมเงินกองทุนสัจจะมาประมาณตั้งแต่ปี 2552เป็นกองทุนสัจจะวันละ 1 บาทและกองทุนสัจจะเดือนละ 100 บาท โดยแต่ละรายมีเงินสะสมหลักหมื่นขึ้นไปเพราะสะสมกันมาเป็นจำนวนกว่า 10 ปี มีจำนวนสมาชิกประมาณ 900 ราย เริ่มมีความเสียหายและความผิดปกติเมื่อประมาณปลายปี 2565 พบว่าเมื่อมีสมาชิกเสียชีวิตหรือต้องการถอนเงินสะสมไม่สามารถได้เงินครบตามจำนวนหรือไม่สามารถถอนเงินได้

จึงมีความเสียหายอยู่หลักๆ 3 ประเด็นได้แก่ 1 ความเสียหายจากการแก้ไขกฎระเบียบโดยที่ชาวบ้านไม่ทราบมีการลดจำนวนเงินสวัสดิการลงกึ่งหนึ่งจากที่ควรจะได้รับ เช่นผู้เสียชีวิตเดิมจะได้รายละ 30,000 บาทแต่มีการตั้งกฎใหม่โดยที่ชาวบ้านไม่ทราบลดเหลือเพียง 15,000 บาท 2.สมาชิกประสงค์จะถอนเงินออมแต่ไม่สามารถถอนได้ และที่หนักที่สุดก็คือประการที่ 3 นั่นคือผู้ที่เสียชีวิตทายาทไม่ได้รับเงินตามที่ควรจะได้รับเลยแม้แต่น้อย

เบื้องต้นทราบข้อเท็จจริงจากชาวบ้านว่าคณะกรรมการมีการชี้แจงว่าไม่มีเงินเพียงพอที่จะให้สมาชิกแต่ไม่ได้ชี้แจงว่าเงินที่เก็บจากสมาชิกนั้นมีจำนวนเท่าใดและไม่เพียงพออย่างไรโดยทราบแต่เพียงว่ามีการนำเงินจากกองทุนสัจจะไปให้บุคคลอื่นกู้ยืมและปรากฏว่าผู้กู้ยืมไม่ได้ชำระหนี้

จากกรณีดังกล่าวว่าที่ร้อยตรีชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ทนายความจากกลุ่มทนายใจดี รับที่จะประสานหาข้อเท็จจริงและข้อสรุปของปัญหาที่เกิดขึ้นจากฝ่ายคณะกรรมการกองทุนโดยเร็วรวมไปถึงประสานหน่วยงานองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องหากพบว่ามีการทุจริตหรือไม่ได้รับการชี้แจงอย่างโปร่งใสทั้งจากคณะกรรมการกองทุนหรือจากหน่วยงานควบคุมดูแลที่เกี่ยวข้องก็จะนำกรณีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต่อไป

ทั้งนี้เห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นข้อขัดแย้งที่เกิดในชุมชนไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการและสมาชิกเองก็ล้วนเป็นคนในชุมชนเดียวกันจึงน่าจะหาข้อยุติด้วยความโปร่งใสและความจริงใจต่อกันเป็นสำคัญ และร่วมแก้ปัญหาร่วมกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

หาดใหญ่ | เทศกิจรุกจัดระเบียบเมืองลงพื้นที่กวดขัน-ตักเตือน
12 มิถุนายน 2569 | 2,654หาดใหญ่ | ขาดแคลนเลือดขั้นวิกฤตหน่วยคลังเลือด ม.อ.
12 มิถุนายน 2569 | 2,739หาดใหญ่ | เตือนภัย โจรเสื้อแดง
12 มิถุนายน 2569 | 3,016พัทลุง | ไม่รอดรวบลุงคาขนำ ตำรวจศรีบรรพตบุกจับลุงสูงวัยพบซุกยาบ้า 50
12 มิถุนายน 2569 | 3,000คูเต่า | เจ้าหน้าที่ประมงรื้อ “ไอ้โง่”
12 มิถุนายน 2569 | 3,219หาดใหญ่ | จับแล้วพนักงานใหม่ร้านเครื่องนอน ทุบตู้ขโมยเงินบริจาค
11 มิถุนายน 2569 | 4,242สงขลา | เฝ้าระวังปลาหมอคางดำในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
11 มิถุนายน 2569 | 3,393หาดใหญ่ | สั่งรื้อเพิงพักริมคลอง
11 มิถุนายน 2569 | 4,993