
วันที่ 23 เมษายน 2565 จากกรณี นายอิทธิชัย ไหมพิม อายุ 53 ปี คนขับรถเครน 6 ล้อ กรมทรัพยากรน้ำ ภาค 8 เมาขับชนท้ายรถจักรยานยนต์ของนางสาววัลลา พูลสวัสดิ์ ก่อนเหยียบซ้ำไปมา 3-4 รอบ หลังเข้าไปติดอยู่ใต้ท้องรถจนเสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้บาดเจ็บพบได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลาเพื่อรักษาต่อ ทราบชื่อ นายบริรักษ์ รัตนบุรี อายุ 15 ปี และเด็กชายภูตะวัน กฤษณา อายุ 9 ปี ได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนางสาววัลลา พูลสวัสดิ์ และยังมีลูกสาวอีก 2 คน ทราบชื่อ ด.ญ.ภูริชญา กฤษณา หรือ น้องอ้อย อายุ 9 ปี และด.ญ.วันวลี กฤษณา หรือ น้องออมสิน อายุ 4 ขวบ แต่โชคดีได้นั่งรถสามล้อพ่วงข้างของนายเก่งกาจ กฤษณา สามีผู้เสียชีวิตเดินทางกลับถึงหาดใหญ่ก่อน

หลังเกิดเหตุนายอิทธิชัยพยายามจะขับรถหลบหนี ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ได้กระโดดขึ้นไปบนรถเครน 6 ล้อ ฝั่งคนขับก่อนจะดึงกุญแจรถและยึดเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้นายอิทธิชัยขับหลบหนีไปได้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 เมษายน เวลา 17.30 น. บริเวณหัวสะพานข้ามแยกน้ำกระจาย ถนนอ่างทอง-เกาะยอ ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
ต่อมานางกศิรินทร์ พลนาค ผอ.ส่วนประสานและบริหารจัดการลุ่มน้ำทะเลสาป สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 8 และคณะ หลังได้รับทราบเรื่องจึงได้เดินทางมาร่วมรดน้ำศพนางสาววัลลา พูลสวัสดิ์ ที่ศาลา 2 มูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ๊งหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 2 หมื่นบาท แก่นายเก่งกาจ กฤษณา สามีผู้เสียชีวิต

ก่อนจะมีการพูดคุยกับทางญาติ ซึ่งทางญาติได้ยื่นข้อเสนอเรียกร้องให้หน่วยงานรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ โดยเฉพาะข้อเสนอให้มีการรองรองรับอนาคตของบุตรทั้ง 4 คน เนื่องจากนางสาววัลลา พูลสวัสดิ์ ในปัจจุบันได้เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว ต้องทำงานหาเงินคนเดียว จึงกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวที่ต้องดูแลหลายชีวิต ส่วนนายเก่งกาจ กฤษณา สามีผู้เสียชีวิต มีโรคประจำตัวแทรกซ้อนถึง 3 โรค เป็นผลกระทบมาจากหลังเข้ารับการฉีดวัคซีน จึงทำให้ระบบภายในร่างกายทำงานเปลี่ยนไป โดยเฉพาะโรคหอบ ซึ่งมีอาการเหนื่อยง่ายมากขึ้น จึงไม่สามารถทำงานหนักได้เหมือนปกติ
หลังพูดคุยแล้วเสร็จ นางกศิรินทร์ พลนาค ผอ.ส่วนประสานและบริหารจัดการลุ่มน้ำทะเลสาป สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 8 ระหว่างรอเวลารดน้ำศพนางสาววัลลา พูลสวัสดิ์ ด.ญ.ภูริชญา กฤษณา หรือ น้องอ้อย อายุ 9 ปี และด.ญ.วันวลี กฤษณา หรือ น้องออมสิน อายุ 4 ขวบ ได้เดินเข้ามาภายในงานศพ นางกศิรินทร์ พลนาค ได้เดินเข้าไปสวมกอด ด.ญ.ภูริชญา กฤษณา หรือ น้องอ้อย อายุ 9 ปี และด.ญ.วันวลี กฤษณา หรือ น้องออมสิน อายุ 4 ขวบ กล่าวขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับน้ำตาไหลอาบแก้มลงมา
จากนั้นได้หันมาพูดกับผู้สื่อข่าวว่า ทางสำนักงานจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีและจะไม่ปกป้องคนผิดอนุญาตให้ทางญาติดำเนินการตามกฎหมายได้เต็มที่ เนื่องจากนายอิทธิชัยได้ทำผิดกฎไม่ยอมนำรถกลับมาที่สำนักงานทรัพยากรน้ำ ตามเวลาที่กำหนดหลังมีการสั่งงานออกนอกสถานที่ แต่กลับนำรถไปนั่งดื่มเหล้าจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น ส่วนบทลงโทษที่นายอิทธิชัยได้กระทำผิดนั้น จะต้องรอประชุมอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ยินยันจะไม่มีการปกป้องคนทำผิดแน่นอน

จากการสอบถาม นายบริรักษ์ รัตนบุรี อายุ 15 ปี ได้เล่าว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุหลังจากเที่ยวทะเลสงขลา ระหว่างกำลังเดินทางกลับไปหาดใหญ่แม่ได้ขี่รถไปผิดทางจากนั้นก็ได้กลับรถและขี่มาชิดซ้ายมาตามทาง จู่ๆได้มีรถมาชนท้ายตนและน้องชายกระเด็นออกจากรถตนก็ได้คว้ามือน้องชายมา หลังโดนชนตอนนั้นน้องชายไม่ได้สลบส่วนตนเห็นแม่ติดไปกับรถ 6 ล้อ แบบไม่ชัด จากนั้นน้องชายได้มาปลุกตนว่า พี่อั๋น พี่อั๋น ตนหันไปดูแม่อีกทีเห็นเลือดเต็มตัวแล้ว ส่วนตนได้รับบาดเจ็บกระดูกแขนขวาร้าว ช้ำด้านในและเป็นแผลถลอกที่แขนและเข่า ซึ่งพึ่งออกจากโรงพยาบาลเช้านี้ ส่วนน้องชายเป็นแผลถลอกและยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลา

นายเด่นศักดิ์ พูลสวัสดิ์ อายุ 46 ปี พี่ชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า วันนี้ทางหน่วยงานทรัพยากรน้ำได้เข้ามารดน้ำศพและได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 20,000 บาท จากนั้นตนได้ร้องขอยื่นข้อเสนอการรับรองบุตรในอนาคตทั้ง 4 คน เนื่องจากน้องสาวได้เสียชีวิตและลูกๆยังเล็กอยู่จึงอยากให้ช่วยดูแลเรื่องอนาคตเด็กๆ ทางหน่วยงานจึงได้รับเรื่องและนำเข้าที่ประชุมซึ่งคาดว่าจะทราบผล 1-2 วันนี้ ซึ่งน้องสาวตนเป็นเสาหลักของครอบครัวและแฟนน้องสาวมีโรคประจำตัวซึ่งทำงานไม่ไหว แล้วก็มีลูกเล็กๆถึง 4 คน แล้วอนาคตจะอยู่กันอย่างไร ส่วนในทางด้านคดีตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เหตุเพราะต้องรอใบรับรองการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ก่อนจึงจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ ซึ่งน่าจะทราบผล 1-2 วันนี้เช่นกัน
นางจินดา สุขเกษม อายุ 63 ปี พี่สาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเป็นพี่สาวคนโตและการสูญเสียในครั้งนี้ตนรู้สึกเสียใจมากที่สุด สิ่งที่สะเทือนใจมากที่สุดช่วงตอนไปเชิญดวงวิญญาณน้องสาว ชาวบ้านบริเวณนั้นได้เล่าว่า น้องสาวคลานออกมาจากใต้ท้องรถเพื่อขอความช่วยเหลือ ทำไมถึงเค้าเหยียบซ้ำอีก เหยียบกลับไปกลับมา อยากรู้ว่าใจเค้าเป็นมนุษย์หรือไม่ หรือเป็นอะไร ทำแบบนี้คนข้างหลังจะเป็นยังไง ในการสูญเสียครั้งนี้เสียใจมากน้องเป็นเสาหลักของครอบครัว สามีของน้องสาวก็ไม่แข็งแรง ลูกคนเล็กก็ไม่แข็งแรงเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น แล้วต่อไปนี้ชีวิตเด็กจะอยู่ยังไง จึงอยากจะรู้ว่าคุณมีหัวใจไหม มีจิตสำนึกหรือไม่ ในการที่คุณไปขับรถและก็ดื่มสุราแล้วคุณมาทำความเสียหายแบบนี้ ถ้าคุณไม่ไปเหยียบซ้ำ น้องสาวก็คงไม่ตาย
นายเก่งกาจ กฤษณา อายุ 40 ปี สามีผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า วันนั้นตอน 9 โมง พวกเราไปเที่ยวทะเล แล้วก็กลับบ้านประมาณ 4 โมงเย็น มีรถทั้งหมด 3 คัน มอไซค์ 2 คัน และสามล้อพ่วง 1 คัน แต่มอไซค์ 2 คัน ถึงบ้านก่อน ระหว่างทางแฟนของตนได้โทรศัพท์เข้ามา ว่า หาดใหญ่ฝนตกแล้วให้เอาผ้าคลุมคลุมเด็กๆด้วย ตนก็ได้ถามแฟนว่าอยู่ไหนแล้ว แฟนก็ตอบว่าไม่รู้ถึงไหนแล้ว จากนั้นตนก็กลับมาถึงบ้านยายที่บ้านก็บอกว่าที่โรงพยาบาลสงขลาโทรมาแฟนโดนรถสิบล้อชนข้างหลัง ตนก็เลยถามว่าแฟนเป็นอย่างไรบ้างที่โรงพยาบาลก็บอกว่าให้มาดูเอง ส่วนเด็ก 2 คนรอด พอทุ่มครี่งไปถึงโรงพยาบาลสงขลาตนเห็นรถจักรยานยนต์ของแฟนอยู่ทัายรถกระบะตำรวจตนถึงกับเข่าทรุด
ปัจจุบันแฟนขายก๋วยเตี๋ยวและสาเหตุที่ตนทำงานหนักไม่ได้สาเหตุเพราะไปฉีดวัคซีนก็เลยดึงโรคประจำตัวออกมา มีโรคหอบ เส้นเลือดในสมองตีบและโรคความดัน หลังขาดเสาหลักของครอบครัวไปตนทำอะไรไม่ถูก ต้องมานับหนึ่งใหม่จากที่ทำงานไม่ไหวก็ต้องหางานอย่างอื่นทำให้ไหว ส่วนถามว่าลูกคนเล็กถามหาแม่ทุกวันแต่เราทำใจไม่ได้

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 8 หมู่ที่ 6 ถนนทุ่งควนจีน ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้พบกับนายอิทธิชัย พิมไหม เจ้าหน้าที่ทรัพยากรน้ำ ภาค 8 อยู่ในสภาพมีอาการเครียดอย่างเห็นได้และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากการสอบถาม นายอิทธิชัย พิมไหม เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนได้ขับรถเครน 6 ล้อ ออกจากสำนักงานช่วงเวลา 15.00 น. ก่อนจะแวะไปหารุ่นพี่ที่เกษียณไปแล้วเพื่อพูดคุยเรื่องงานที่อู่ซ่อมรถจากนั้นก็ได้มีการดื่มเหล้ากันและตนก็ได้โทรไปบอกหัวหน้าว่าจะเอากลับไปไว้ที่สำนักงานช้านิดนึง พอถึงเวลา 17.00 น. ตนก็ได้ขับรถกลับสำนักงานแล้วก็ขับมาเรื่อยๆ คือจริงๆตนไม่ได้นอนเต็มที่มาหลายคืน บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่นั่งกินกับพรรคพวกและซึ่งปกติตนจะต้องขับรถเบี่ยงเข้าเลนซ้าย พอมาถึงที่เกิดเหตุตนก็ได้ยินดังโครม พอได้ยินตนก็ได้เบรคและทำให้ตนตกใจรู้สึกกลัวแต่ด้วยสัญชาตญาณ ตนเลยได้ถอยหลังพอถอยแล้วรถเกิดดับ ตนก็สตาร์ทรถใหม่แล้วก็ถอยอีกแล้วก็ดับ ส่วนตอนที่ชาวบ้านตะโกนมานั้นตนยอมรับว่าไม่ได้ยินเนื่องจากตนได้เอากระจกรถขึ้น จึงทำให้ตนไม่ยินเสียงชาวบ้าน
จากนั้นตนจึงได้เบี่ยงรถเข้าไปจอดทางซ้าย เพื่อที่จะให้รถที่ตามหลังมาได้ขับผ่านไปได้ ตนยอมรับว่าได้ดื่มเหล้ามาจริง ถ้าถามว่าดื่มไปเยอะไหมก็เฉพาะของตนก็ดื่มเหล้าไปประมาณ 1 แบน ส่วนที่บอกกับชาวบ้านว่า ไม่รู้กูเมา ตนยืนยันว่าไม่จริง ซึ่งตนไม่ได้บอกกับชาวบ้านแบบนั้น ซึ่งตนไม่กล้าพูดกลัวจะโดนรุมทำร้าย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่าตรจะพูดแบบนั้นและพยายามป้องกันตัว คือที่คิดไว้ตอนนั้น กลัวและการถูกทำร้าย ส่วนเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้วตนก็ต้องรับผิดชอบเต็มที่ หลังจากนี้ทางญาติจะให้ตนดำเนินการอย่างไรบอกตนมาได้เลย สุดท้ายนี้ตนขอแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นตนไม่มีเจตนาที่จะให้เกิดแบบนี้ขึ้นเลย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้และที่ผ่านมา 2 ครั้ง ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นบทเรียนราคาแพง

ทางด้าน ร.ต.ท.ประยุทธ บุญปถัมภ์ รอง สว.(สอบสวน).สภ.สงขลา หลังรับสรุปผลตรวจปริมาณแอลกอฮอล์จากทางโรงพยาบาลสงขลาพบว่า ผลตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินกว่า 50 มิลลิกรัม ที่กฎหมายกำหนดและเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาในวันจันทร์นี้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จะนะ | ระทึกรถบรรทุกเสียหลักพลิกคว่ำหน้าพังยับ โชคดีคนบาดเจ็บเล็กน้อย
3 เมษายน 2569 | 2,644ปัตตานี | คนร้ายลอบยิงผู้สมัครนายก อบต.ท่าน้ำ เสียชีวิตหน้าบ้านพัก
3 เมษายน 2569 | 2,919รัตภูมิ | กระบะเสียหลักลงข้างทางหน้าเขาคูหา เจ็บ 9 ราย
3 เมษายน 2569 | 3,145ปัตตานี | สุดเหี้ยมคนร้าลอบยิงผู้ใหญ่บ้าน บ้านบาโงยือริง
1 เมษายน 2569 | 4,245นราธิวาส | อุกอาจ! คนร้ายลอบยิงปลัดอำเภอจะแนะ เสียชีวิต
1 เมษายน 2569 | 4,602พัทลุง | ระทึก! เก๋งชนสิบล้อพังยับ หนุ่มหาดใหญ่ดับคาที่ 1 ราย
30 มีนาคม 2569 | 4,711ยะลา | รวบตัวผู้ต้องสงสัย เอี่ยวเหตุความไม่สงบในสามจังหวัด
28 มีนาคม 2569 | 3,813รัตภูมิ | จยย.ชนท้ายกระบะเจ็บหนัก กู้ภัยเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล
28 มีนาคม 2569 | 4,530