หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ข่าวสังคมและการเมือง

จะนะ | คดีชายหาดสะกอม! เคลื่อนไหวแล้วศาลปกครองสูงสุด นั่งนัดพิจารณาคดีแรกในวันนี้
7 กันยายน 2564 | 5,541
จะนะ | คดีชายหาดสะกอม! เคลื่อนไหวแล้วศาลปกครองสูงสุด นั่งนัดพิจารณาคดีแรกในวันนี้

จากการณีข่าวที่ทาง Beach for life เคยได้นำเสนอถึงคดีของหาดสะกอม ชายหาดบริเวณปากร่องน้ำสะกอมเดิมมีลักษณะเป็นหาดสองชั้น คือมีสันทรายซึ่งเป็นปากทางเข้าร่องน้ำอยู่ด้านนอก เลี้ยวไปตามทิศทางการเคลื่อนตัวของตะกอนเลียบชายฝั่ง (ใต้ไปเหนือหรือขวาไปซ้ายในรูปที่ 1) และมีชายหาดด้านในอีกชั้นหนึ่ง ในบางช่วงเวลาปากน้ำจะปิดเนื่องมาจากตะกอนทรายตกทับถมบริเวณปากร่องน้ำ ต้องทำการขุดสันทรายให้เปิดเพื่อการเข้าออกของเรือ ส่วนบริเวณชายหาดนั้นในอดีตใช้เพื่อเป็นที่จอดเรือ ขนถ่ายผลผลิตทางการประมง หาหอยเสียบ ทำการประมงริมชายฝั่ง ตลอดจนการพักผ่อนหย่อนใจ

ข้อเท็จจริงของโครงการที่เกิดขึ้น

โครงการประกอบตัวเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ 2 ตัว และเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งแบบหินทิ้ง 4 ตัว มีตำแหน่งที่ตั้งดังรูปที่ 2 ใน ต.สะกอม อ.จะนะ สร้างเสร็จเมื่อปี 2541  

ประเด็นเชิงกายภาพ

เขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) นั้นถือเป็นโครงสร้างชายฝั่งทะเลที่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ชายหาดข้างเคียงรุนแรงที่สุด ด้วยขนาดที่ใหญ่และยาวออกไปนอกชายฝั่งมาก จึงเป็นการรบกวนการเคลื่อนตัวของตะกอนชายฝั่งมากกว่าโครงสร้างแบบอื่นๆ  โดยปกติแล้วทางด้านท้ายน้ำ (ทิศตะวันตกของปากร่อง    หรือทางซ้ายของปากร่องน้ำสะกอม) จะมีการสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพราะเป็นที่ทราบแน่นอนอยู่แล้วว่าจะเกิดการกัดเซาะชายฝั่งจากอิทธิพลของเขื่อนกันทรายและคลื่อนปากร่องน้ำ โดยในกรณีนี้ได้เลือกสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งแบบหินทิ้งจำนวน 4 ตัว เมื่อสุดเขื่อนกันคลื่นตัวสุดท้าย  ชายหาดเกิดการเว้าแหว่งตามทิศทางของคลื่นเลี้ยวเบนไปจากการปะทะโครงสร้าง  ชายหาดจึงค่อยๆพังทลายลงอย่างต่อเนื่อง แสดงภาพจำลองดังรูปที่ 3

ผลกระทบที่เกิดขึ้นและสถานการณ์ของพื้นที่

หลังการก่อสร้างไม่นานชายหาดด้านทิศตะวันตกของปากน้ำสะกอม ตั้งแต่ปลายเขื่อนกันคลื่นตัวสุดท้ายถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง โดยในปีแรกกัดเซาะไปกว่า 10 ม. และเพิ่มเป็นกว่า 80 ม.ในปี 2551 เป็นระยะทางยาวกว่า 3 ก.ม. ส่งผลให้ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมบริเวณชายหาดถูกทำลายลง ชาวบ้านที่เคยใช้พื้นที่หน้าชายหาดมิอาจใช้ประโยชน์ได้แบบเดิม เช่น การใช้เป็นที่จอดเรือ การหาหอยเสียบ

ชายหาดทางทิศตะวันตกของปากร่องน้ำถัดจากเขื่อนกันคลื่นตัวสุดท้ายยังคงกัดเซาะเข้ามาเรื่อยๆ แสดงตัวอย่างดังรูปที่ 4 จนช่วงกลางปี 2559 กรมเจ้าท่าได้สร้างกำแพงกันคลื่นขนาดใหญ่พร้อมการถมพื้นที่ด้านหลังกำแพงเพื่อให้พื้นที่เดิมที่เคยถูกกัดเซาะกลับคืนมา แสดงดังรูปที่ 5 แต่กระนั้นก็มิได้ช่วยให้ชายหาดกลับมาเพราะกำแพงนี้สร้างโดยการถมทะเล ชายหาดด้านหน้ากำแพงจึงไม่มี นอกจากนั้นโครงสร้างนี้ยังอาจส่งผลกระทบให้กับพื้นที่ถัดไปทางทิศตะวันตกที่บริเวณสุดปลายกำแพงได้อีกด้วย        

ซึ่งในวันนี้ทางเพจ  Beach for life ได้โพสต์คืบหน้าถึงกรณีล่าสุดว่า ทาง Community Resource Centre Foundation - มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนเเจ้งว่า มีความเคลื่อนไหวของศาลปกครองสูงสุดในคดีชายหาดสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หลังศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อปี 2554 ทำให้คดีอยู่ในศาลสูงสุดเป็นเวลา 10 ปี ในวันนี้ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งเเรกในคดีสะกอม

คำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น พิพากษาให้กรมเจ้าท่าไปทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ย้อนหลัง หากพบว่าจะมีความเสียหายก็ให้รื้อโครงการออกและฟื้นฟูเยียวยาให้ธรรมชาติกลับคืน กรมเจ้าท่าอุทธรณ์คำพิพากษาว่าไม่ต้องทำ EIA แล้ว เพราะปัจจุบันกฎหมายไม่กำหนดให้ต้องทำ แม้ตอนก่อสร้างจะต้องทำ EIA แต่กรมเจ้าท่าไม่ทำก็ตาม ส่วนชาวบ้านผู้ฟ้องคดีไม่อุทธรณ์ คดีสะกอมปัจจุบันอยู่ในการดูเเลของทนายจากมูลนิธิศูนย์มูลชุมชน เเละในวันนี้ทนายจะเเถลงต่อศาลด้วยว่าในการนั่งพิจารณาคดีครั้งเเรก

ขอบคุณภาพข่าว :Beach for life ,Community Resource Centre Foundation - มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน

 

 

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง