
วันนี้(12/1/64) พ.ต.ท.พัทธนันท์ ภักดีดำรงทรัพย์ รอง ผกก.สส. สภ.คอหงส์ พร้อมกำลังชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ดักจับสองผัวเมียชาวสงขลา บุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดสงขลาในคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเคหะสถานฯ มีผู้เสียหายจำนวนมากเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสงขลา สภ.นาหม่อม สภ.หาดใหญ่ และ สภ.คอหงส์ ได้ที่บริเวณถนนหาดชลาทัศน์ อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งทั้งคู่เตรียมจะไปก่อเหตุงัดแงะบ้านของชาวบ้านในพื้นที่ อ.หาดใหญ่

เบื้องต้นทราบชื่อ นายมารุต กิจสงวน อายุ 40 ปี และ น.ส.ภูสิตา กิจสงวน อายุ 26 ปี ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน อยู่บ้านเลขที่ 67/21 ถนนชัยมงคล-เพชรมงคล ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา พร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน 1กฌ 646 สงขลา ก่อนควบคุมตัวพาไปตรวจค้นบ้านพักเพื่อตามหาทรัพย์สินที่ขโมยมา

จากการตรวจสอบ พบของกลางจำนวนมากเเยกเป็น สร้อย พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง ทีวี โทรศัพท์มือถือ ไอแพด ลำโพง นาฬิกา กระเป๋าสะพายข้างของผู้หญิง กระเป๋าแบบถือของผู้หญิง เสื้อผ้าผู้หญิง กางเกงชั้นในหญิง เครื่องเป่าผม หนีบผม เครื่องมือช่าง และอื่นๆอีกหลายรายการ โดยทั้งคู่ให้การรับสภาพว่าของกลางทั้งหมดได้งัดแงะและขโมยมาจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวสองสามีภรรยาพร้อมของกลางทั้งหมด มาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.คอหงส์

จากการสอบสวน นายมารุต กิจสงวน ให้การว่า ปัจจุบันตนมีลูกสาว 2 คน ที่ต้องดูแลซึ่งลูกสาวคนแรกอายุ 9 ขวบ ส่วนคนที่ 2 อายุ 5 ขวบ ที่ผ่านมาก่อนเกิดโควิด-19 จะแพร่ระบาดในรอบแรก ตนและภรรยาได้ประกอบอาชีพขายผลไม้โดยใช้รถเข็นเข็นขายไปเรื่อยๆในตัวเมืองสงขลา ต่อมาได้เกิดเชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนักในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2563 หลังมีการล็อคดาวน์ประเทศทำให้ยอดขายผลไม้ตกลงเรื่อยๆ จนขาดทุนทุกวัน จากนั้นภรรยาและลูกสาวคนโตได้นำผลไม้เดินเร่ขายตามร้านอาหารต่างๆ บ้างวันขายได้บ้างไม่ได้บ้าง จนเงินทุนไม่เหลือ แม้แต่เงิน 20 บาท ยังไม่มีซื้อขนมให้ลูก ตนและภรรยาจึงได้ตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

ตนและภรรยาจะลงมือก่อเหตุครั้งแรกช่วงเดือนเมษายน 2563 ลงมือก่อเหตุอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง มีพื้นที่ อ.เมืองสงขลา อ.หาดใหญ่ อ.นาหม่อม ได้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟในการขับขี่และมีกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ เพื่อใส่ทรัพย์สินต่างๆ ที่งัดแงะได้เอาไว้ในกระเป๋าเดินทางก่อนนำทรัพย์สินต่างๆใส่กระสอบแฟชั่นขนาดใหญ่เพื่อรอนำไปขายเป็นสินค้ามือสองตามตลาดนัดและร้านค้าต่างๆ ในจังหวัดสงขลา โดยจะเน้นขี่รถจักรยานยนต์สองคนภรรยา ตระเวนดูบ้านที่เป็นบ้านเช่า หอพัก ที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ในช่วงออกไปทำงานในการก่อเหตุ

หลังก่อเหตุได้นำทรัพย์สินต่างๆของผู้เสียหายไปเก็บไว้ที่บ้านพัก ก่อนขี่รถจักรยานยนต์รีบไปรับลูกสาวทั้งสองคนที่โรงเรียนกลับบ้านพัก หากระหว่างทางเจอด่านตรวจก็จะบอกเจ้าหน้าที่ว่ากำลังย้ายบ้าน หรือ กำลังหาบ้านเช่า ในการผ่านด่านทุกครั้งที่ลงมือจนกระทั้งมาโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ ตอนนี้ตนรู้สึกเสียใจอย่างมาก แต่จำเป็นต้องทำ หากตนรับผิดคนเดียวได้ตนก็จะรับ เพราะไม่มีใครดูแลลูกๆทั้งสองคน เนื่องจากภรรยาของตนก็พลอยโดนจับไปด้วย ตนรู้สึกสงสารลูก ๆ มาก

ทางด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีแสง ผกก.สภ.คอหงส์ เปิดเผยว่า คดีนี้ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ก่อเหตุงัดแงะและลักทรัพย์ตามบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนมาหลายพื้นที่และเป็นที่ต้องการตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา สภ.หาดใหญ่ สภ.นาหม่อม และ สภ.คอหงส์ ในการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 มีผู้เสียหาย 1 ราย ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คอหงส์ มีคนร้ายก่อเหตุงัดแงะและเข้ามาในบ้านก่อนจะขโมยเอาทรัพย์สินไปเป็น พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน วัดช้างไห้ 3 องค์ กระเป๋าสีชมพูลายคิตตี้ 1 ใบ กระเป๋าลายช้างสีขาวสีเขียว 1 ใบ กระเป๋าสีน้ำตาล 1 ใบ โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโมบาย สีขาว 1 เครื่อง

ต่อมาทางชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและข้อมูลย้อนหลังของคนร้าย พบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นเป็นชายหญิงคู่หนึ่งโดยใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟคันดังกล่าวในการก่อเหตุ จึงได้ตรวจสอบเลขและหมวดอักษรป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์เพื่อหาข้อมูลใครเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ ก่อนจะเดินทางไปที่บ้านพักอ.นาทวี

เบื้องต้นพบเจ้าของรถจักรยานยนต์ทราบว่า เป็นน้าชายของนายมารุตซึ่งรถคันดังกล่าวได้ให้นายมารุตนำไปใช้ทำมาหากินในเมืองสงขลานานแล้ว จากนั้นชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาดชลาทัศน์เพื่อหาข้อมูล ระหว่างขับรถตระเวน ชุดสืบสวนได้เจอนายมารุตและภรรยากำลังซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ด้วยกันพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ ที่วางไว้ระหว่างขานายมารุต ซึ่งเตรียมจะไปก่อเหตุงัดแงะ โดยขี่สวนกับเจ้าหน้าที่บริเวณริมถนนหาดชลาทัศน์ ก่อนชุดสืบสวนเข้าควบคุมตัวเอาไว้ได้ทั้งสองคน


หลังผู้เสียหายทราบข่าวต่างทยอยมาดูทรัพย์สินต่างๆของตนเองที่ถูกขโมยไป ซึ่งผู้เสียหายทุกคนที่เข้ามาดูนั้นก็พบว่ามีทรัพย์สินของตัวเองอยู่ด้วย แต่มีผู้เสียหายบางรายก็ได้ทรัพย์สินไม่ครบ เนื่องจากผู้ต้องหาได้นำไปขายเป็นสินค้ามือสองและมีคนมาซื้อไปจำนวนหลายชิ้น จึงไม่สามารถตามคืนได้ นอกจากนี้มีทรัพย์สินบางรายการสามารถตามคืนได้ตามร้านต่างๆที่รับซื้อ ซึ่งทางเจ้าของร้านให้ความร่วมมือจะตามสินค้าที่ขายไปนำมาคืนภายใน 2-3 วัน และมีบางร้านเจ้าของร้านต่างทยอยนำสินค้ามาคืนแล้ว

ล่าสุดในช่วงสายของวันนี้ พ.ต.ท.พัทธนันท์ ภักดีดำรงทรัพย์ รอง ผกก.สส. สภ.คอหงส์ พร้อมกำลังชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ ได้นำตัว 2 ผัวเมีย ไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อชี้จุดในแต่ละพื้นที่ของอำเภอหาดใหญ่ ที่ลงมือก่อเหตุ

หากพี่น้องประชาชนท่านใดที่คิดว่าทรัพย์สินของท่านได้สูญหายจากการถูกงัดแงะช่วงเดือนเมษายน 2563 จนถึงล่าสุด สามารถเดินทางมาตรวจสอบได้ที่ฝ่ายสืบสวน สภ.คอหงส์ ตลอด 24 ชม.
ปัตตานี | ระทึกคนร้ายซุ่มยิงที่ปรึกษานายกเล็กตอหลัง
29 พฤษภาคม 2569 | 3,459เทพา | สลด! กลางดึกหนุ่มเรือเสาะขับกระบะชนเสาไฟฟ้า
29 พฤษภาคม 2569 | 3,453ยะลา | ปะทะเดือดวิสามัญ "ไซดี" ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดปั๊ม
26 พฤษภาคม 2569 | 3,426ปัตตานี | สลด! คนร้ายลอบยิง ดาบตำรวจยะหริ่ง ขณะมารับลูก–ภรรยา
26 พฤษภาคม 2569 | 3,306ปาดังเบซาร์ | สลดเด็กชาย 8 ขวบ พลัดตกสระวิกปาดังฯ ลึก 4-5
24 พฤษภาคม 2569 | 3,660นราธิวาส | ประณามคนร้ายลอบยิงกำลังพลพื้นที่รือเสาะ เด็กหญิงวัย 7
21 พฤษภาคม 2569 | 3,492สตูล | ระทึกกลางดึกกระบะตู้ทึบอัดเสาไฟ
20 พฤษภาคม 2569 | 3,873สะบ้าย้อย | พบศพชายวัย 37 ปี จมน้ำเสียชีวิตที่คลองน้ำขุ่น
20 พฤษภาคม 2569 | 3,966