หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

เรื่องราวหาดใหญ่

ทวดงูขาว สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองชายแดน ตำนานความศรัทธาและสถาปัตยกรรมอันวิจิตร
18 ตุลาคม 2569 | 1,326

ตามความเชื่อพื้นถิ่นของชาวภาคใต้ คำว่า “ทวด” หมายถึงดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำหน้าที่ปกปักรักษาผืนแผ่นดินและชุมชน โดยมักปรากฏในตำนานหรือความเชื่อท้องถิ่นในรูปลักษณ์กึ่งเทพกึ่งสัตว์ เช่น ทวดงู ทวดเสือ และทวดจระเข้ ความเชื่อดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ธรรมชาติ และสิ่งเหนือธรรมชาติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

สำหรับ “ทวดงูขาว ด่านนอก” ถือเป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านในพื้นที่ด่านนอกให้ความเคารพศรัทธา โดยเชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ผู้คอยปกปักรักษาผืนแผ่นดินบริเวณปากนาคราช ชายแดนไทย–มาเลเซีย ความเชื่อนี้มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางผ่านด่านชายแดน รวมถึงผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามาทำธุรกิจค้าขายในเมืองด่านนอก ผู้มีจิตศรัทธานิยมเดินทางมาสักการะเพื่อขอพรและขอบารมีให้ช่วยเกื้อหนุนในด้านการงาน การเงิน การค้าขาย และโชคลาภ โดยมีความเชื่อว่าการมาสักการะจะช่วยเสริมสร้างกำลังใจและนำพาความเป็นสิริมงคลมาสู่ชีวิต สำหรับการแก้บนตามธรรมเนียมที่เล่าขานกันในท้องถิ่น มักใช้เครื่องสักการะอย่างน้ำแดง พวงมาลัยดอกไม้ และไข่ต้ม ซึ่งล้วนเป็นสิ่งของที่ผู้ศรัทธานำมาถวายเพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญูต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนยึดเหนี่ยวจิตใจ

นอกจากความโดดเด่นในด้านความเชื่อและตำนานท้องถิ่นแล้ว วิหารทวดงูขาวยังมีเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมที่สะดุดตา ด้วยรูปแบบอาคารสีขาวบริสุทธิ์ที่มีความวิจิตรบรรจง โดยได้รับการกล่าวถึงว่ามีแรงบันดาลใจจากความงดงามของวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นผลงานศิลปกรรมอันโดดเด่นของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ สถาปัตยกรรมภายนอก ตัววิหารมีโครงสร้างปูนสีขาว ตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นแบบไทยอย่างละเอียดประณีตรอบตัวอาคาร พร้อมประดับกระจกชิ้นเล็ก ๆ ที่ช่วยสะท้อนแสงแดดให้เกิดประกายระยิบระยับ สร้างความโดดเด่นและความงดงามให้แก่สถานที่ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวันที่แสงอาทิตย์ตกกระทบตัวอาคาร บริเวณทางเข้า มีลักษณะเป็นสะพานทอดข้ามทางเดินเข้าสู่วิหาร โดยมีรูปปั้นพญานาคสีขาวขนาดใหญ่สองตนตั้งขนาบอยู่ทั้งสองด้าน ขณะที่ตัววิหารถูกโอบล้อมด้วยสระน้ำ ช่วยเพิ่มความรู้สึกสงบและเสริมบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ให้แก่สถานที่ องค์ประกอบเหล่านี้ยังสะท้อนถึงคติความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคและสัตว์ในตำนานที่ปรากฏอยู่ในศิลปกรรมไทย ภายในวิหาร เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นทวดงูขาวขนาดใหญ่ มีลักษณะลำตัวเป็นงูสีขาวนวล ดวงตาสีแดง และประดับพวงมาลัยตามธรรมเนียมการสักการะ รูปปั้นดังกล่าวเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้มีความศรัทธา และเป็นจุดสำคัญที่ผู้มาเยือนนิยมเข้าไปกราบไหว้ ขอพร และแสดงความเคารพตามความเชื่อส่วนบุคคล ด้วยการผสมผสานระหว่างงานปูนปั้น ศิลปกรรมไทย และความเชื่อพื้นถิ่น วิหารทวดงูขาวจึงเป็นสถานที่ที่มีเอกลักษณ์ทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์และความงดงามทางสถาปัตยกรรม

พิธีบวงสรวงทวดงูขาวเป็นกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนถึงพลังแห่งความศรัทธาของชุมชนด่านนอก โดยในแต่ละปีคณะกรรมการและชาวบ้านในพื้นที่จะร่วมกันจัดพิธีเพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนยึดถือเป็นที่พึ่งทางใจ พร้อมทั้งสืบสานประเพณีและความเชื่อที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น หนึ่งในพิธีที่ได้รับการกล่าวถึงคือพิธีบวงสรวงครั้งที่ 9 ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 โดยมีผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธีเพื่อร่วมแสดงความเคารพและขอพรตามความเชื่อของตน สิ่งที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้ร่วมงานอยู่เสมอ คือปรากฏการณ์ของกลุ่มเมฆสีขาวบนท้องฟ้า ซึ่งมีผู้พบเห็นและบอกเล่าว่าบางครั้งก่อตัวเป็นแนวยาวคดเคี้ยวคล้ายงูขนาดใหญ่หรือพญานาค ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ร่วมพิธีจำนวนหนึ่งเกิดความประทับใจ และมองว่าเป็นภาพที่สอดคล้องกับตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับทวดงูขาว จึงมีการถ่ายภาพเก็บไว้และนำมาเล่าต่อกันในชุมชน อย่างไรก็ตาม รูปร่างของเมฆเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้จากกระบวนการทางบรรยากาศ การตีความว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงเป็นเรื่องของความเชื่อและประสบการณ์ส่วนบุคคล ถึงกระนั้น เรื่องเล่าดังกล่าวก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสีสันทางวัฒนธรรมที่ทำให้พิธีบวงสรวงทวดงูขาวมีความหมายต่อผู้คนในพื้นที่

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2565 วิหารทวดงูขาวเคยตกเป็นข่าวและได้รับความสนใจจากสังคม หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุนำสีสเปรย์สีเขียวมาพ่นลงบนลำตัวของรูปปั้นทวดงูขาว จนพื้นผิวสีขาวเดิมถูกแต้มด้วยสีเขียวเป็นบริเวณกว้าง เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้แก่ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาเป็นอย่างมาก เนื่องจากรูปปั้นแห่งนี้มิได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างหรือประติมากรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อ ความเคารพ และความผูกพันของคนในชุมชน สำหรับผู้ศรัทธา การกระทำดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่กระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของคนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ยังทำให้สังคมหันมาให้ความสนใจถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และการเคารพความเชื่อของผู้อื่น ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ร่วมมือกันดำเนินการทำความสะอาด ขัดล้าง และฟื้นฟูพื้นผิวของรูปปั้น พร้อมทาสีขาวนวลเพื่อคืนความงดงามให้แก่องค์ทวดงูขาวอีกครั้ง ความร่วมมือดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความรักและความหวงแหนที่ชุมชนมีต่อสถานที่แห่งนี้ ตลอดจนความตั้งใจที่จะรักษาสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจให้คงอยู่ต่อไป เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญของชุมชนด่านนอก และสะท้อนให้เห็นว่าความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งหนึ่งไม่ได้เกิดจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากความผูกพัน ความทรงจำ และความเชื่อที่ผู้คนร่วมกันสร้างและสืบทอดมา

ทวดงูขาว ด่านนอก เป็นตัวอย่างของการดำรงอยู่ของความเชื่อพื้นถิ่นท่ามกลางสังคมชายแดนที่มีการเดินทาง การค้าขาย และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง สถานที่แห่งนี้มีความหมายมากกว่าการเป็นจุดสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับความเชื่อ และการสืบทอดประเพณีจากอดีตมาสู่ปัจจุบันในมิติทางศิลปกรรม วิหารสีขาวอันโดดเด่นและรูปปั้นทวดงูขาวเป็นองค์ประกอบที่สร้างเอกลักษณ์ให้แก่สถานที่ ส่วนในมิติทางสังคม พิธีบวงสรวงประจำปีและการร่วมมือกันฟื้นฟูวิหารหลังเกิดเหตุการณ์สำคัญ ล้วนแสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชนในการรักษาสิ่งที่ตนเคารพนับถือ แม้ความเชื่อเกี่ยวกับอำนาจศักดิ์สิทธิ์และปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติจะเป็นเรื่องที่แตกต่างกันไปตามประสบการณ์ของแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือความสำคัญของทวดงูขาวในฐานะศูนย์รวมจิตใจและสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่

ขอบคุณข้อมูลและภาพข่าว : จังหวัดสงขลา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง