หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

เรื่องราวหาดใหญ่

ตำนานเทพแห่งปัญญา สู่แลนด์มาร์กแห่งศรัทธาเมืองชายแดนสะเดา
13 กันยายน 2569 | 2,671

หากพูดถึงเมืองชายแดนไทย–มาเลเซียอย่าง “ด่านนอก” อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา หลายคนอาจนึกถึงแหล่งท่องเที่ยว ความคึกคัก และบรรยากาศของเมืองชายแดนที่มีผู้คนเดินทางเข้าออกอยู่เสมอ แต่ท่ามกลางสีสันของเมืองแห่งนี้ ยังมีสถานที่สำคัญทางความเชื่อที่โดดเด่นจนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์ก นั่นคือ พระพิฆเนศองค์ใหญ่แห่งด่านนอก ซึ่งถูกสร้างขึ้นให้เป็นองค์พระพิฆเนศขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้

พระพิฆเนศ หรือ “พระคเณศ” และ “พระคณปติ” เป็นเทพสำคัญในศาสนาฮินดู มีลักษณะเด่นคือพระเศียรเป็นช้าง พระวรกายเป็นมนุษย์ และมักปรากฏพระองค์หลายกร ตามคติความเชื่อ พระพิฆเนศทรงเป็นเทพแห่งปัญญา ศิลปวิทยาการ ความสำเร็จ และการขจัดอุปสรรค จึงเป็นเทพที่ผู้คนจำนวนมากนิยมสักการะก่อนเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน การประกอบธุรกิจ หรือการเริ่มต้นโครงการต่าง ๆ

ตามตำนานที่เล่าขานกันในคติฮินดู มีเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดพระพิฆเนศหลายสำนวน หนึ่งในเรื่องที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เล่าว่าพระแม่ปารวตีทรงสร้างพระพิฆเนศขึ้นมาเพื่อให้ทำหน้าที่เฝ้าประตู ขณะที่พระนางกำลังสรงน้ำเมื่อพระศิวะเสด็จกลับมา พระพิฆเนศซึ่งไม่รู้จักพระศิวะจึงขัดขวางไม่ให้เข้าไป จนเกิดการต่อสู้และพระศิวะทรงตัดพระเศียรของพระพิฆเนศออก พระแม่ปารวตีทรงเสียพระทัยและเรียกร้องให้พระพิฆเนศกลับคืนชีพ พระศิวะจึงมีพระบัญชาให้นำศีรษะของสิ่งมีชีวิตแรกที่พบมาใช้ และท้ายที่สุดจึงได้ศีรษะช้างมาประกอบกับพระวรกาย ทำให้พระพิฆเนศกลับคืนชีพอีกครั้ง จากตำนานดังกล่าว พระพิฆเนศจึงปรากฏในรูปพระเศียรช้างและกลายเป็นเทพที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น อีกทั้งยังได้รับการเคารพในฐานะเทพแห่งปัญญาและผู้ขจัดอุปสรรค

จากความศรัทธา สู่พระพิฆเนศองค์ใหญ่แห่งด่านนอกย้อนกลับมายังพื้นที่ชายแดนจังหวัดสงขลา ที่บ้านด่านนอก ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา มีองค์พระพิฆเนศขนาดมหึมาที่โดดเด่นมองเห็นได้แต่ไกล องค์พระพิฆเนศแห่งนี้มีความสูงประมาณ 30 เมตร หน้าตักกว้าง 20 เมตร ใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 30 ล้านบาท โครงสร้างเป็นเหล็กถือปูน ทาด้วยสีเหลืองอร่าม และตั้งอยู่บนฐานอาคารคอนกรีตสูงประมาณ 10 เมตร โดยชั้นล่างยังเป็นพื้นที่ประดิษฐานเทวรูปและพระพุทธรูปสำหรับสักการะบูชา การก่อสร้างใช้เวลานานกว่า 1 ปี ก่อนแล้วเสร็จและมีการจัดพิธีเบิกเนตรและบวงสรวงในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 โดยมีผู้คนทั้งในพื้นที่ นักท่องเที่ยว รวมถึงชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก แหล่งข้อมูลด้านวัฒนธรรมและงานวิจัยเกี่ยวกับพื้นที่ชายแดนสะเดาระบุเช่นเดียวกันว่า องค์พระพิฆเนศแห่งนี้มีขนาดสูง 30 เมตร หน้าตักกว้าง 20 เมตร ใช้งบประมาณกว่า 30 ล้านบาท และตั้งอยู่บริเวณบ้านด่านนอก ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เดิมองค์พระพิฆเนศตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงแรมโวค หมู่ 7 และอยู่ติดกับศาลพระพรหม กลายเป็นจุดที่ผู้คนสามารถเดินทางมาไหว้สักการะได้ในบริเวณเดียวกัน จึงเป็นแลนด์มาร์กแห่งศรัทธาเมืองชายแดน

วัตถุประสงค์สำคัญของการก่อสร้าง คือการเปิดพื้นที่ให้ทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังด่านนอก ได้มีโอกาสสักการะองค์พระพิฆเนศ และสัมผัสอีกมิติหนึ่งของเมืองชายแดนที่ไม่ได้มีเพียงแหล่งท่องเที่ยวและความบันเทิงเท่านั้นด้วยขนาดที่สูงถึง 30 เมตร สีเหลืองทองที่โดดเด่น และตำแหน่งที่ตั้งในย่านด่านนอก องค์พระพิฆเนศจึงกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของพื้นที่ และถูกนำเสนอในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอสะเดาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันองค์พระพิฆเนศด่านนอกยังได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น องค์พระพิฆเนศที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้

และเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของผู้ที่เดินทางมายังเมืองชายแดนไทย–มาเลเซีย จากตำนานเทพแห่งปัญญาและผู้ขจัดอุปสรรคในคติฮินดู สู่รูปธรรมของความศรัทธาที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางเมืองชายแดน องค์พระพิฆเนศแห่งด่านนอกจึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความเชื่อ และวิถีการท่องเที่ยวของเมืองสะเดาที่ผสมผสานผู้คนจากหลายเชื้อชาติและหลายศรัทธาเข้าไว้ด้วยกัน

ขอบคุณข้อมูล : เทศบาลตำบลสำนักขาม และ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เชียงใหม่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง