
เทศบาลตำบลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลสะเดาเป็นครั้งแรก ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 56 ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2482 โดยในขณะนั้นมีพื้นที่รับผิดชอบจำนวน 359 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขตของเทศบาลตำบลสะเดาในระยะแรกกำหนดไว้ดังนี้
ด้านทิศใต้ ติดต่อกับเขตแดนระหว่างรัฐเปอร์ลิสและรัฐไทรบุรีของสหพันธรัฐมลายูในขณะนั้น โดยเริ่มจากหลักเขตที่ 1 ซึ่งอยู่ทางใต้ของสะพานคอนกรีตในหมู่บ้านทับโกบประมาณ 8 กิโลเมตร ไปจนถึงหลักเขตที่ 2 บริเวณเขาบาตูตีกา ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอำเภอสะเดา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และรัฐไทรบุรี
ด้านทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลปริก อำเภอสะเดา ตั้งแต่หลักเขตที่ 3 ไปจนถึงหลักเขตที่ 4 บริเวณรอยต่อระหว่างตำบลปริกและตำบลทุ่งหมอ
ด้านทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยใช้แนวสันเขาเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครอง จนถึงบริเวณควนพลา
ด้านทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา และรัฐเปอร์ลิส โดยมีแนวเขตขนานกับทางรถไฟสายหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์
คณะผู้บริหารเทศบาลตำบลสะเดาชุดแรก ประกอบด้วย ขุนวิเทศชนวิจารณ์ ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี หมื่นผาสุกเชิด และนายทองคำ กาญจนโรจน์ ดำรงตำแหน่งเทศมนตรี และนายเปลี่ยน บุญนวล ดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาล ในสมัยที่นายชาติ บุญรัตพันธุ์ เป็นนายอำเภอสะเดา
ในอดีต ขุนวิเทศชนวิจารณ์ถือเป็นบุคคลสำคัญของชุมชนสะเดา เป็นเจ้าของที่ดินจำนวนมากในบริเวณที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “ซอยเอี่ยมใจ” ซึ่งตั้งชื่อตามคุณนายเอี่ยมใจ ณ สงขลา ภรรยาของท่าน พื้นที่ดังกล่าวในเวลาต่อมาได้ถูกจำหน่ายให้แก่ประชาชนจนหมด เหลือเพียงชื่อถนนและซอยเป็นอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์
ในยุคเริ่มต้นของเทศบาลสะเดา การศึกษายังไม่แพร่หลายเท่าปัจจุบัน เยาวชนส่วนใหญ่จบการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในขณะนั้น เนื่องจากยังไม่มีโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอ ผู้ที่ต้องการศึกษาต่อจำเป็นต้องเดินทางไปยังตัวจังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 70 กิโลเมตร
ด้านการคมนาคมในสมัยนั้นยังไม่สะดวก มีถนนสายหลักเพียง 3 สาย ได้แก่ สะเดา–หาดใหญ่ สะเดา–ปาดังเบซาร์ และสะเดา–ด่านนอก โดยมีรถโดยสารวิ่งให้บริการเพียงไม่กี่คันต่อวัน นอกจากนี้ยังไม่มีระบบไฟฟ้าและประปา ประชาชนใช้ตะเกียงเจ้าพายุให้แสงสว่าง บ้านเรือนและร้านค้ายังมีจำนวนไม่มาก พื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่เป็นสวนยางพาราและป่าไผ่
ต่อมา เนื่องจากเทศบาลตำบลสะเดามีพื้นที่กว้างขวางถึง 359 ตารางกิโลเมตร ทำให้การบริหารจัดการและการดูแลประชาชนไม่ทั่วถึง จึงมีการปรับปรุงเขตการปกครองใหม่ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 76 ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2495 มีผลเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2495 ลดพื้นที่รับผิดชอบเหลือ 87 ตารางกิโลเมตร
อาณาเขตใหม่ของเทศบาลตำบลสะเดา มีดังนี้
• ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลปริก อำเภอสะเดา
• ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา
• ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา
• ทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา
สำหรับสภาพภูมิประเทศของเทศบาลตำบลสะเดา ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงสลับเนินเขาขนาดเล็ก มีลำน้ำสำคัญไหลผ่าน 2 สาย ได้แก่ คลองอู่ตะเภา ทางด้านตะวันออก และคลองเล ทางด้านตะวันตก ซึ่งไหลมาบรรจบกันบริเวณแนวเขตระหว่างตำบลสะเดากับตำบลปริก ส่งผลให้พื้นที่ริมฝั่งลำน้ำบางส่วนเป็นที่ราบลุ่มและมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน
ด้านทรัพยากรธรรมชาติและภูมิอากาศ พื้นที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงเดือนกันยายนถึงมกราคม ทำให้มีฝนตกชุกตลอดปี อากาศไม่ร้อนจัดและไม่หนาวจัด ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของพื้นที่ คือ ยางพารา ซึ่งเป็นอาชีพหลักของประชาชนในท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน
งานที่สั่งวันนี้อยากทำให้เสร็จตั้งแต่เมื่อวาน จากรุ่นสู่รุ่น โรงเรียนสะเดา"ขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์"
6 กันยายน 2569 | 70เปิดประวัติ "วัดขวด" จะนะ แลนด์มาร์กพุทธศิลป์จากขวดเหลือใช้
19 กรกฎาคม 2569 | 2,461"ท้าวมหาพรหม" หน้าศูนย์การค้าไดอาน่า จุดศรัทธาที่หลายคนเชื่อว่าขอพรแล้วสมหวัง
19 กรกฎาคม 2569 | 2,413ย้อนรอยอดีต "มัสยิดบ้านหาร" ศาสนสถานแห่งแรกของชาวมุสลิมตำบลบ้านหาร
19 กรกฎาคม 2569 | 2,307"ลอดโบสถ์มังกร" วัดน้ำน้อยนอก ความเชื่อเรื่องการเสริมบุญบารมี-ล้างเคราะห์
5 กรกฎาคม 2569 | 1,118เรื่องเล่าชวนขนลุก! คืนที่ไม่มีใครอยู่แต่กลับมี "แม่บ้านปริศนา" ประสบการณ์สุดหลอนใต้ตึกวจก.ราชภัฎสงขลา
5 กรกฎาคม 2569 | 3,108มรดกไม้โบราณวัดจันทร์ ร่องรอยความเชื่อและภูมิปัญญาของชาวสทิงพระ
28 มิถุนายน 2569 | 3,479ปู่มะขาม 300 ปี ตำนานเล่าขานคู่เมืองเก่าสงขลา
28 มิถุนายน 2569 | 2,809