หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

เรื่องราวหาดใหญ่

เรื่องเล่าชวนขนลุก! คืนที่ไม่มีใครอยู่แต่กลับมี "แม่บ้านปริศนา" ประสบการณ์สุดหลอนใต้ตึกวจก.ราชภัฎสงขลา
5 กรกฎาคม 2569 | 2,374

วันนี้แอดจะมาเล่าเรื่องเล่าชวนขนลุก ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แอดเจอกับตัว เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นแม้เวลาจะผ่านมา2-3ปีแล้ว แต่ทุกภาพ ทุกเสียง และทุกความรู้สึก ยังจำได้ไม่เคยลืมจนถึงวันนี้ก็ยังหาคำอธิบายไม่ได้ว่าสิ่งที่เจอเป็นเพียงเรื่องบังเอิญหรือเป็นบางสิ่งที่มองไม่เห็นกันแน่ และนับตั้งแต่คืนนั้นแอดก็ไม่เคยกลับไปนั่งทำงานใต้ตึกในช่วงเวลากลางคืนอีกเลยจนเรียนจบ

 

(ภาพมหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา สมัยก่อน)

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เรื่องมีอยู่ว่า สมัยที่แอดเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 เทอม 2 ที่คณะวจก. มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จำได้ขึ้นใจวันนั้นทางสาขาได้จัดกิจกรรมร่วมกับนักศึกษาจากหลายคณะ หลายสาขา โดยทุกคนได้รับมอบหมายหน้าที่แตกต่างกันส่วนแอดรับหน้าที่เป็นแอดมิน คอยลงภาพและประชาสัมพันธ์กิจกรรมตลอดทั้งวัน เวลาผ่านไปกิจกรรมก็สิ้นสุดลง ทุกคนก็ต่างช่วยกันเก็บอุปกรณ์เพื่อเตรียมกลับหอพัก เวลาขณะนั้นประมาณ 6 โมงเย็น เป็นช่วงที่ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม มีเสียงฟ้าร้องราวกับพายุกำลังจะมา ทำให้ทุกคนต้องรีบแยกย้ายกันกลับอย่างรวดเร็ว โดยปกติช่วงเย็น-ดึกใต้ตึกคณะก็จะมีนักศึกษามานั่งทำงานและพูดคุยกันเป็นประจำ แต่วันนั้นกลับเงียบผิดปกติ ไม่มีใครอยู่เลยและเป็นช่วงที่แอดยังต้องนั่งทำงานต่อ พร้อมกับมีเพื่อนอีก 2 คน ก็นั่งโพสต์ภาพและสรุปข้อมูลกิจกรรมของวันกันอยู่เรื่อย ๆ 

(ภาพจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น)

สิ่งที่แปลกคือ เพื่อนคนหนึ่งที่ปกติไม่เคยอยู่ทำงานต่อที่มหาวิทยาลัยกลับเลือกอยู่ในวันนั้น ขณะที่เพื่อนอีกคนซึ่งปกติจะอยู่เป็นเพื่อนจนงานเสร็จทุกครั้งแต่ครั้งนี้กลับขอตัวกลับก่อน ทั้งที่เป็นคนมีเซนส์เรื่องลี้ลับและมักจะอยู่เป็นเพื่อนเสมอ ทำให้ทุกอย่างในวันนั้นดูผิดปกติไปหมดเมื่อใกล้จะโพสต์งานเสร็จเหลือเพียงโพสต์สุดท้าย อินเทอร์เน็ตของแอดกลับใช้งานไม่ได้ และฝนก็เริ่มตกหนัก เสียงฟ้าร้องดังสนั่น บรรยากาศรอบตัวเงียบจนน่าขนลุกอย่างกับในหนัง จู่ ๆ ก็มีคุณน้าคนนึงเดินเข้ามาหาพวกเราด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน ตัวสั่นและดูหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดเธอพูดว่า "ช่วยไปเพื่อนน้าหน่อยได้ไหม น้าลืมปิดไฟบนตึก" ซึ่งขนาดนั้นตึกได้ปิดแล้วและลิฟต์ก็หยุดให้บริการแล้ว ตัวแอดจึงถามกลับไปว่า "แต่ตึกปิดแล้วนะคะ ลิฟต์ก็ใช้ไม่ได้แล้วค่ะ"น้าเลยแบมือให้ดูซึ่งในมือมีกุญแจอยู่ และบอกว่า "น้าเป็นแม่บ้านที่ดูแลตึก"

(ภาพจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น)

แอดกับเพื่อนเลยมองหน้ากัน เพราะในใจต่างก็หวาดระแวงว่าจะเกิดอันตรายอะไรไม่จะเป็นโจรรึป่าว อะไรรึป่าวคิดไปต่าง ๆ นานา แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินขึ้นไปเป็นเพื่อนคุณน้าบนตึกเมื่อขึ้นไปถึงชั้น 3 พบว่ามีไฟเปิดอยู่จริง น้าแม่บ้านจึงรีบเดินไปปิดไฟก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าปิดแล้วแต่สิ่งที่แอดสังเกตได้ชัดคือ มือของน้าสั่นตลอดเวลา เหมือนกำลังกลัวอะไรบางอย่าง พอปิดเสร็จจากนั้นระหว่างเดินกลับ จู่ ๆ ไฟชั้น 2 ที่ดับอยู่กลับสว่างขึ้นเอง ทุกคนหยุดนิ่งเเละอึ้งอยู่แปบนึง จนเพื่อนแอดได้พูดขึ้นมาว่า "ต้องลงไปปิดไหมคะ" น้าแม่บ้านไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ยืนนิ่งด้วยสีหน้าหวาดกลัวและเดินตามเพื่อนแอดไป เพราะเพื่อนแอดเดินลงไปปิดไฟให้ และน้าแม่บ้านก็ถ่ายรูปไว้อีกครั้ง จากนั้นทุกคนก็รีบเดินเข้าลิฟต์เพื่อกลับลงชั้นล่าง

(ภาพจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น)

ระหว่างอยู่ในลิฟต์ น้าแม่บ้านก็พูดขึ้นว่า "จริง ๆ ก่อนกลับ น้าตรวจเช็กและปิดไฟทุกชั้นหมดแล้วแต่มีคนโทรมาตามว่าชั้น 3 ยังเปิดไฟอยู่น้าก็ไม่รู้ว่ามันเปิดขึ้นมาได้ยังไง" ทุกคนต่างเงียบ และขณะนั้นเองก็ไม่มีใครสังเกตด้วยซ้ำว่า ยังไม่มีใครกดปุ่มชั้น 1 ผ่านไปสักพักประตูลิฟต์เปิดออกแต่ยังอยู่ที่ชั้น 3 ทั้งที่ยังไม่มีใครกดชั้น เพราะปกติแล้วถ้าเราเข้าลิฟต์และไม่ได้กดชั้นลิฟต์ก็จะอยู่ชั้นเดิมแต่ประตูลิฟต์จะปิดปกติจะเปิดก็ต่อเนื่องมีคนจะใช้ต่อกดเพื่อให้ประตูเปิด  แต่ตอนนั้นประตูดันเปิดเอง เสียงกรี๊ดด้วยความตกใจดังขึ้นพร้อมกัน แอดจึงรีบกดปุ่มชั้น 1 รัว ๆ ให้ประตูลิฟต์ปิดและลงมาถึงชั้นล่าง เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกน้าแม่บ้านรีบเดินออกไปอย่างเร็ว ไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำช่วงที่พวกเรารีบไปเก็บของเพื่อจะได้กลับพร้อมกัน แต่พอหันกลับไปไม่เจอน้าแม่บ้านแล้ว

(ภาพจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น)

พอไปดู ไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงฝีเท้า และไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นเลยแม้แต่คนเดียวมีแค่แอดและเพื่อน 2 คน พวกเราตกใจกันมากและรีบวิ่งออกจากตึกทันทีอย่างไวเมื่อมาถึงลานจอดรถหน้าตึก มีเพื่อนคนหนึ่งได้หันกลับไปที่ตึกและเงยหน้ามองขึ้นไปบนอาคารก่อนยืนนิ่ง และพูดกับแอดพร้อมชี้ว่า "เธอดูนี่สิ" พอแอดหันไปที่พื่อนชี้กลับพบว่าไฟอาคารชั้น 2 ที่เพิ่งเดินไปปิดด้วยตัวเองกลับเปิดอยู่เหมือนเดิม ทุกคนอึ้งไม่มีใครพูดอะไรและต่างรีบขึ้นรถขับออกจากมหาวิทยาลัยทันทีทั้งทีฝนตกก็ยังตกอยู่ คืนนั้นไม่มีใครกล้ากลับห้องตัวเองเลยจึงไปนอนรวมกันที่ห้องของแอดพอไม่นาน เพื่อนอีกคนที่กลับก่อนและเป็นคนมีเซนส์ โทรเข้ามาพร้อมพูดทันทีว่า "พวกมึงเจออะไรกัน" ทุกคนตกใจเพราะยังไม่มีใครบอกเรื่องนี้ให้ใครฟัง

(ภาพจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น)

และเพื่อนเล่าต่อว่า ก่อนกลับจากมหาวิทยาลัยเมื่อตอนเย็น เพื่อนรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัวอย่างบอกไม่ถูกจนต้องรีบกลับห้องไปพักก่อน แต่พอกลับถึงห้องกลับรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนและแอดจึงรีบโทรมาถาม จากนั้นเพื่อนก็เล่าต่ออีกว่า ก่อนหน้าวันจัดกิจกรรม ตอนที่พวกเรานั่งทำงานใต้ตึกจนถึงตี 3 เธอได้เห็นผู้หญิงสวมชุดสีขาวยืนมองอยู่ แต่ไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวทุกคนจะตกใจ แต่มันคือเรื่องปกติของเธอเพราะเธอจะเห็นเป็นประจำ ระหว่างนั่งคุยกัน เพื่อนอีกคนก็นึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินอาจารย์ชาย เล่าถึงเรื่องเล่าที่ถูกส่งต่อกันภายในมหาวิทยาลัยว่าระหว่างการก่อสร้างอาคารแห่งนี้ เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยลักษณะที่อาจารย์เล่านั้น คล้ายคนเดียวกันเพื่อนอ้างว่าเห็น ก็เลยคิดว่าเขาน่าจะมาขอส่วนบุญ

(ภาพจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น)

พอรุ่งเช้า เพื่อนและแอดจึงไปทำบุญและอุทิศส่วนกุศลไปให้ และพยายามตามหาน้าแม่บ้านคนที่พาขึ้นตึกในคืนนั้นเพื่อถามว่าจริง ๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เมื่อสอบถามแม่บ้านคนอื่น ๆ ที่ทำงานอยู่ก็ไม่มีใครรู้จักผู้หญิงลักษณะดังกล่าวเลย และแม่บ้านคนอื่นก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าช่วงเวลานั้นจะไม่มีแม่บ้านคนไหนกลับมาที่ตึกแล้ว จะมีก็แค่ยามที่จะมาสำรวจใต้ตึกเท่านั้น เพราะถ้าหากลืมปิดไฟจริง ๆ จะต้องมาตรวจสอบและปิดได้ในช่วงเช้าเท่านั้นไม่ใช่กลับมาตอนกลางคืน เพราะเวลานั้นตึกจะถูกปิดแล้ว

(ภาพมหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา สมัยก่อน)

คำตอบนั้นทำให้ทุกคนต่างเงียบแล้วต่างสงสัยกันว่า น้าผู้หญิงที่พาพวกเราขึ้นไปบนตึกในคืนนั้น...คือใคร? จนถึงทุกวันนี้ก็ยังหาคำตอบนั้นไม่ได้หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น แอดและเพื่อนก็ไม่เคยนั่งทำงานใต้ตึกคณะในช่วงกลางคืนอีกเลย หากต้องทำงานดึกก็จะย้ายไปนั่งอาคารอื่นแทน แม้เวลาจะผ่านมา2-3 ปี แล้วแต่คืนนั้นยังคงเป็นความทรงจำที่ไม่เคยลืม และเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ขนลุกทุกครั้งที่นึกถึง เรียบเรียงข้อมูลโดยหาดใหญ่โฟกัส

ขอบคุณภาพ : เว็บไวต์มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา , เพจรวมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง