
ทุกเช้าในย่านทุ่งลุง อำเภอหาดใหญ่ จะมีควันบาง ๆ ลอยขึ้นจากเตาถ่าน กลิ่นหอมของกระเทียมเจียว น้ำราดหน้า และหมูหมัก ค่อย ๆ ปลุกความทรงจำของใครหลายคนให้ย้อนกลับไปยังวันเก่า ๆ ปลายทางของกลิ่นหอมนั้นคือร้านเล็ก ๆ ชื่อ “จุ้ยซิน” ร้านอาหารที่ยืนหยัดอยู่บนผืนดินแห่งนี้มากว่า 100 ปี และส่งต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงรุ่นที่ 4

ผู้ที่ยังคงยืนอยู่หน้าเตาในทุกวันนี้ คือ คุณสุพรรณนี วรรณวิโรจน์ วัย 73 ปี ลูกสาวคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 6 คน ผู้รับหน้าที่ดูแลร้านต่อจากบรรพบุรุษ แม้อายุจะล่วงเลยเข้าสู่วัยที่หลายคนเลือกพักผ่อน แต่สำหรับเธอ การจับตะหลิว ผัดอาหาร และต้อนรับลูกค้า คือวิถีชีวิตที่ทำมาตลอดทั้งชีวิต และมีความสุขกับมันเสมอ

-อาม่าช่วยบอกถึงที่มาของชื่อร้าน ทำไมต้องจุ้ยซิน
“จริง ๆ ความหมายของชื่อร้านก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าพอเราเกิดมาก็มีชื่อ ‘จุ้ยซิน’ แล้ว” คำตอบสั้น ๆ ของอาม่าสะท้อนให้เห็นว่า ร้านแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นบ้าน เป็นความทรงจำ และเป็นรากเหง้าที่เติบโตมาพร้อมครอบครัว

เดิมทีร้านเราเป็นร้านอาหารมาแต่แรกไหมคะ เรื่องราวการเดินทางของร้าน
-ย้อนกลับไปในอดีต ร้านจุ้ยซินไม่ได้เริ่มต้นจากการขายอาหาร หากแต่เป็นร้านตัดผมของคนรุ่นพ่อ ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นร้านกาแฟ และค่อย ๆ เพิ่มเมนูอาหารทีละอย่าง จนกลายเป็นร้านอาหารที่คนในพื้นที่ฝากท้องมาหลายสิบปี แม้การขายอาหารจะมีอายุราว 70 กว่าปี แต่หากนับตั้งแต่ปู่ย่ามาตั้งรกราก ณ ที่แห่งนี้ เรื่องราวของร้านก็ยาวนานเกินหนึ่งศตวรรษสิ่งที่ทำให้ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้แตกต่างจากร้านอื่น ไม่ใช่เพียงรสชาติ แต่คือความตั้งใจที่จะ “ทำเอง” ให้ได้มากที่สุด

หัวใจของร้าน รสชาติอาหาร อะไรที่ทำให้ลูกค้ายังต้องกลับมาทานร้านเรา
-เส้นหมี่ทำเอง แผ่นเกี๊ยวทำเอง หมูเด้งทำเอง ทุกอย่างเริ่มต้นจากความเชื่อว่า วัตถุดิบที่ดีจะสร้างรสชาติที่ดี แม้บางอย่างจำเป็นต้องสั่งจากภายนอก แต่หัวใจของร้านยังคงอยู่ที่ความสดใหม่และความพิถีพิถัน ที่รสชาติจะหาทานจากไหนไม่ได้ ส่วนลูกค้าก็จะมีทุกรุ่น ตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงวัยรุ่นเดียวกับอาม่า (คนเก่าแก่ย่านนี้)

หนึ่งในเมนูที่ลูกค้าพูดถึงมากที่สุดคือ “ราดหน้าหมี่เหลือง” ที่ใช้ไข่ไก่ให้สีเหลืองธรรมชาติ แทนการใช้สีผสมอาหาร หากต้องการสีเข้มขึ้นก็เลือกใช้ไข่เป็ด เป็นเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น ถ้าถามอาม่าว่าทำนานไหมในการทำเส้นหมี่ และเยอะหรือเปล่า อาม่าตอบเราว่า ก็แทบไม่ได้นอน

ส่วนเกี๊ยวน้ำที่อยู่คู่ร้านมายาวนาน ก็มีเอกลักษณ์จากการใส่สาหร่าย เพิ่มความหอมและรสสัมผัสที่หลายคนคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก เมนูยอดนิยมอย่างข้าวกะเพราหมูหมัก คะน้าหมูกรอบ หมี่เกี๊ยวน้ำ และราดหน้า ล้วนผ่านการผัดด้วย “เตาถ่าน” ซึ่งปัจจุบันแทบไม่เหลือให้เห็นในร้านอาหารทั่วไป และย่านนี้เองก็มีจุ้ยซินเพียงร้านเดียว

อาม่ามองว่าการทำอาหารกับเตาถ่านในปัจจุบัน สะท้อนวิถีอาหารอย่างไร
-สำหรับอาม่า คุณสุพรรณนี เตาถ่านไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ทำอาหาร แต่เป็นหัวใจของรสชาติ ไฟจากถ่านให้ความร้อนที่แตกต่าง ควันอ่อน ๆ ที่ลอยขึ้นระหว่างผัดช่วยเติมกลิ่นหอมเฉพาะตัว จนกลายเป็นรสชาติที่ลูกค้าหลายคนบอกว่า ไม่มีร้านไหนเหมือน

ราคาในปัจจุบันเท่าที่ทราบอาม่ายังคงไว้ที่ 50 บาท แม้ว่าในช่วงเศรษฐกิจที่ทุกอย่างกำลังแพง
-แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ร้านยังคงขายอาหารในราคาเริ่มต้นเพียง 50 บาท เพราะเจ้าของร้านเชื่อว่า ในวันที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การได้อิ่มอร่อยในราคาที่จับต้องได้ คือสิ่งที่ลูกค้าสมควรได้รับ

“เศรษฐกิจแบบนี้ อาม่าก็ยังไม่กล้าขึ้นราคาเท่าไหร่ เพราะมองลูกค้าเป็นหลัก” ถึงแม้ประโยคธรรมดา แต่สะท้อนความคิดของคนค้าขายรุ่นเก่าที่ไม่ได้มองเพียงกำไร หากยังคำนึงถึงผู้คนที่เดินเข้ามานั่งกินในร้านทุกวัน

ในร้านเท่าที่ทราบมา เรายังมีขนมที่หาทานยากชนิดหนึ่ง ที่ปัจจุบันแทบหาทานไม่ได้แล้ว สืบทอดทำอยู่
-นอกจากอาหารคาวแล้ว อีกหนึ่งของดีที่หลายคนตั้งใจมาหาคือ “มุ้ยปั่น” หรือขนมถ้วยจีนสีเขียว ขนมพื้นบ้านของชาวจีนฮากกา (คนแคะ) ที่ปัจจุบันแทบจะหากินไม่ได้แล้ว ขนมเนื้อเหนียวนุ่ม สีเขียวจากใบเตย ราดน้ำเชื่อมรสหวานเค็ม โรยงาคั่วและกระเทียมเจียว ก่อนหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เป็นรสชาติที่หลายคนคิดถึง บางคนและยอมขับรถมาจากหาดใหญ่หรือพื้นที่ใกล้เคียงเพียงเพื่อซื้อกลับบ้าน


ความทรงจำของร้านที่ลูกค้าประทับใจ
ร้านจุ้ยซินอาจไม่ได้มีการตกแต่งหรูหรา ไม่มีป้ายร้านขนาดใหญ่ หรือเมนูที่หวือหวาตามกระแส แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือกลิ่นควันจากเตาถ่าน เสียงกระทะที่ดังเป็นจังหวะ และรอยยิ้มของหญิงวัย 73 ปี ที่ยังยืนอยู่หน้าเตาเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน

บางครั้ง ความอร่อยอาจไม่ได้อยู่ที่วัตถุดิบราคาแพง แต่อยู่ที่ความตั้งใจในการลงมือทำ และการรักษาสิ่งเดิม ๆ เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้สัมผัส ในวันที่หลายร้านเลือกเดินตามความรวดเร็ว “จุ้ยซิน” ยังคงเลือกเดินช้า ๆ ด้วยวิธีเดิม ใช้เตาถ่าน ผัดทีละจาน และส่งต่อรสชาติที่อยู่คู่ชุมชนมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ ให้ยังคงมีชีวิตต่อไปในทุกมื้ออาหาร

ชีวิตพลิกผัน “พี่หญิง” จากเซลล์ขายเครื่องมือแพทย์ สู่ทายาทรุ่น 3 สืบทอดสูตรบะหมี่หงส์ทอง จากอากงตำนานร้านบะหมี่ดังในหาดใหญ่กว่า 70 ปี
28 มิถุนายน 2569 | 267"มี่เด็กสงขลา" สู่เวที masterchef thailand season 7 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ
14 พฤษภาคม 2569 | 2,003"ผลไม้ปั่นหัวรั้วลุงพงศ์" ตำนานความอร่อยกว่า 9 ปี หลังบิ๊กซีเอ็กตร้า หาดใหญ่
30 มีนาคม 2569 | 9,844เปิดใจเด็กป่วยดักแด้ตั้งแต่เกิด "น้องยูฟ่า" ตัวอย่างแรงใจให้กับคนที่กำลังท้อ
12 มีนาคม 2569 | 9,390จิตวิญญาณร่างทรงชาวบ้าน ว่าที่ สส.สงขลาเขต2 ป้ายแดง “จูรี นุ่มแก้ว”
11 กุมภาพันธ์ 2569 | 7,38827 ปี บนถนนนางงาม ร้าน EP’s CAFE กับตำนานเค้กพรุนพันชั้นที่รสชาติไม่เคยเปลี่ยน
31 มกราคม 2569 | 5,307"พี่เริญ" เจ้าของร้านดงยีนส์ ตัวแทนคนหาดใหญ่ที่ลุกขึ้นสู้ ในวันที่ร่างกายแทบหมดแรงจากน้ำท่วมครั้งที่หนักที่สุดในชีวิต
27 ธันวาคม 2568 | 4,471"บ๊ะจ่างม่าเฮียง" สูตรแต้จิ๋วส่งต่อจากคุณแม่ สู่ทายาทรุ่น 2 กว่า 30 ปี
23 ธันวาคม 2568 | 4,796