หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

วิถีชีวิต

กลิ่นควันจากเตาถ่าน..กับเรื่องเล่ากว่า 4 รุ่น ของร้าน “จุ้ยซิน” ที่ยังมีคนยืนหน้าเตาด้วยหัวใจ
1 กรกฎาคม 2569 | 1,655

ทุกเช้าในย่านทุ่งลุง อำเภอหาดใหญ่ จะมีควันบาง ๆ ลอยขึ้นจากเตาถ่าน กลิ่นหอมของกระเทียมเจียว น้ำราดหน้า และหมูหมัก ค่อย ๆ ปลุกความทรงจำของใครหลายคนให้ย้อนกลับไปยังวันเก่า ๆ ปลายทางของกลิ่นหอมนั้นคือร้านเล็ก ๆ ชื่อ “จุ้ยซิน” ร้านอาหารที่ยืนหยัดอยู่บนผืนดินแห่งนี้มากว่า 100 ปี และส่งต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงรุ่นที่ 4 

ผู้ที่ยังคงยืนอยู่หน้าเตาในทุกวันนี้ คือ คุณสุพรรณนี วรรณวิโรจน์ วัย 73 ปี ลูกสาวคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 6 คน ผู้รับหน้าที่ดูแลร้านต่อจากบรรพบุรุษ แม้อายุจะล่วงเลยเข้าสู่วัยที่หลายคนเลือกพักผ่อน แต่สำหรับเธอ การจับตะหลิว ผัดอาหาร และต้อนรับลูกค้า คือวิถีชีวิตที่ทำมาตลอดทั้งชีวิต และมีความสุขกับมันเสมอ 

-อาม่าช่วยบอกถึงที่มาของชื่อร้าน ทำไมต้องจุ้ยซิน 

“จริง ๆ ความหมายของชื่อร้านก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าพอเราเกิดมาก็มีชื่อ ‘จุ้ยซิน’ แล้ว”  คำตอบสั้น ๆ ของอาม่าสะท้อนให้เห็นว่า ร้านแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นบ้าน เป็นความทรงจำ และเป็นรากเหง้าที่เติบโตมาพร้อมครอบครัว

เดิมทีร้านเราเป็นร้านอาหารมาแต่แรกไหมคะ เรื่องราวการเดินทางของร้าน

-ย้อนกลับไปในอดีต ร้านจุ้ยซินไม่ได้เริ่มต้นจากการขายอาหาร หากแต่เป็นร้านตัดผมของคนรุ่นพ่อ ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นร้านกาแฟ และค่อย ๆ เพิ่มเมนูอาหารทีละอย่าง จนกลายเป็นร้านอาหารที่คนในพื้นที่ฝากท้องมาหลายสิบปี แม้การขายอาหารจะมีอายุราว 70 กว่าปี แต่หากนับตั้งแต่ปู่ย่ามาตั้งรกราก ณ ที่แห่งนี้ เรื่องราวของร้านก็ยาวนานเกินหนึ่งศตวรรษสิ่งที่ทำให้ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้แตกต่างจากร้านอื่น ไม่ใช่เพียงรสชาติ แต่คือความตั้งใจที่จะ “ทำเอง” ให้ได้มากที่สุด

หัวใจของร้าน รสชาติอาหาร อะไรที่ทำให้ลูกค้ายังต้องกลับมาทานร้านเรา 

-เส้นหมี่ทำเอง แผ่นเกี๊ยวทำเอง หมูเด้งทำเอง ทุกอย่างเริ่มต้นจากความเชื่อว่า วัตถุดิบที่ดีจะสร้างรสชาติที่ดี แม้บางอย่างจำเป็นต้องสั่งจากภายนอก แต่หัวใจของร้านยังคงอยู่ที่ความสดใหม่และความพิถีพิถัน ที่รสชาติจะหาทานจากไหนไม่ได้ ส่วนลูกค้าก็จะมีทุกรุ่น ตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงวัยรุ่นเดียวกับอาม่า (คนเก่าแก่ย่านนี้)

หนึ่งในเมนูที่ลูกค้าพูดถึงมากที่สุดคือ “ราดหน้าหมี่เหลือง” ที่ใช้ไข่ไก่ให้สีเหลืองธรรมชาติ แทนการใช้สีผสมอาหาร หากต้องการสีเข้มขึ้นก็เลือกใช้ไข่เป็ด เป็นเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น ถ้าถามอาม่าว่าทำนานไหมในการทำเส้นหมี่ และเยอะหรือเปล่า อาม่าตอบเราว่า ก็แทบไม่ได้นอน

ส่วนเกี๊ยวน้ำที่อยู่คู่ร้านมายาวนาน ก็มีเอกลักษณ์จากการใส่สาหร่าย เพิ่มความหอมและรสสัมผัสที่หลายคนคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก เมนูยอดนิยมอย่างข้าวกะเพราหมูหมัก คะน้าหมูกรอบ หมี่เกี๊ยวน้ำ และราดหน้า ล้วนผ่านการผัดด้วย “เตาถ่าน” ซึ่งปัจจุบันแทบไม่เหลือให้เห็นในร้านอาหารทั่วไป และย่านนี้เองก็มีจุ้ยซินเพียงร้านเดียว

อาม่ามองว่าการทำอาหารกับเตาถ่านในปัจจุบัน สะท้อนวิถีอาหารอย่างไร

-สำหรับอาม่า คุณสุพรรณนี เตาถ่านไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ทำอาหาร แต่เป็นหัวใจของรสชาติ ไฟจากถ่านให้ความร้อนที่แตกต่าง ควันอ่อน ๆ ที่ลอยขึ้นระหว่างผัดช่วยเติมกลิ่นหอมเฉพาะตัว จนกลายเป็นรสชาติที่ลูกค้าหลายคนบอกว่า ไม่มีร้านไหนเหมือน

ราคาในปัจจุบันเท่าที่ทราบอาม่ายังคงไว้ที่ 50 บาท แม้ว่าในช่วงเศรษฐกิจที่ทุกอย่างกำลังแพง

-แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ร้านยังคงขายอาหารในราคาเริ่มต้นเพียง 50 บาท เพราะเจ้าของร้านเชื่อว่า ในวันที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การได้อิ่มอร่อยในราคาที่จับต้องได้ คือสิ่งที่ลูกค้าสมควรได้รับ

“เศรษฐกิจแบบนี้ อาม่าก็ยังไม่กล้าขึ้นราคาเท่าไหร่ เพราะมองลูกค้าเป็นหลัก” ถึงแม้ประโยคธรรมดา แต่สะท้อนความคิดของคนค้าขายรุ่นเก่าที่ไม่ได้มองเพียงกำไร หากยังคำนึงถึงผู้คนที่เดินเข้ามานั่งกินในร้านทุกวัน

ในร้านเท่าที่ทราบมา เรายังมีขนมที่หาทานยากชนิดหนึ่ง ที่ปัจจุบันแทบหาทานไม่ได้แล้ว สืบทอดทำอยู่

-นอกจากอาหารคาวแล้ว อีกหนึ่งของดีที่หลายคนตั้งใจมาหาคือ “มุ้ยปั่น” หรือขนมถ้วยจีนสีเขียว ขนมพื้นบ้านของชาวจีนฮากกา (คนแคะ) ที่ปัจจุบันแทบจะหากินไม่ได้แล้ว ขนมเนื้อเหนียวนุ่ม สีเขียวจากใบเตย ราดน้ำเชื่อมรสหวานเค็ม โรยงาคั่วและกระเทียมเจียว ก่อนหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เป็นรสชาติที่หลายคนคิดถึง  บางคนและยอมขับรถมาจากหาดใหญ่หรือพื้นที่ใกล้เคียงเพียงเพื่อซื้อกลับบ้าน

 

ความทรงจำของร้านที่ลูกค้าประทับใจ

ร้านจุ้ยซินอาจไม่ได้มีการตกแต่งหรูหรา ไม่มีป้ายร้านขนาดใหญ่ หรือเมนูที่หวือหวาตามกระแส แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือกลิ่นควันจากเตาถ่าน เสียงกระทะที่ดังเป็นจังหวะ และรอยยิ้มของหญิงวัย 73 ปี ที่ยังยืนอยู่หน้าเตาเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน

บางครั้ง ความอร่อยอาจไม่ได้อยู่ที่วัตถุดิบราคาแพง แต่อยู่ที่ความตั้งใจในการลงมือทำ และการรักษาสิ่งเดิม ๆ เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้สัมผัส ในวันที่หลายร้านเลือกเดินตามความรวดเร็ว “จุ้ยซิน” ยังคงเลือกเดินช้า ๆ ด้วยวิธีเดิม ใช้เตาถ่าน ผัดทีละจาน และส่งต่อรสชาติที่อยู่คู่ชุมชนมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ ให้ยังคงมีชีวิตต่อไปในทุกมื้ออาหาร

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง