
วัดต้นเลียบ นับเป็นวัดที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏ มีความสำคัญเล่าขานสืบต่อกันมา ว่าครั้งที่นายหูและนางจันทร์ให้กำเนิดบุตรชายคือเด็กชายปู ซึ่งต่อมาคือหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดตามตำนานอันเป็นที่รู้จักกันดีนั้น รกของท่านได้ถูกน้ำมาฝังไว้ใต้ต้นเลียบใหญ่ต้นหนึ่ง บริเวณนี้ต่อมาได้กลายเป็นสำนักสงฆ์ต้นเลียบเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายเรื่อยมา

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2500 หลวงปู่จำเนียร โชติธัมโม ได้เข้ามาจำพรรษาอยู่ที่นี่และนำชาวบ้านพัฒนาวัดให้เจริญยิ่งขึ้น ท่านเป็นพระที่มีเมตตามหานิยม มีวาจาสิทธิ์ มีคาถาอาคมและญานที่แก่กล้ามากถึงขั้นรู้วันละสังขารได้

หลวงปู่จำเนียร โชติธัมโม มีนามเดิมว่า นายจำเนียรเรืองศรี เกิดเมื่อเดือน 4 ปีเถาะ พ.ศ.2440 ที่บ้านพังไทร ตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ท่านเกิดเบื่อหน่ายชีวิตฆราวาส ซึ่งท่านเห็นว่ามีแต่ความวุ่นวายสับสนจึงตัดสินใจเดินมุ่งสู่ร่มกาสวพัสตร์ เมื่อตอนอายุ 60 ปี หลังจากอุปสมบทแล้วได้รับฉายาว่า โชติธรรมโม แปลว่า ธรรมะอันสว่างไสวหลวงปู่จำเนียรได้ศึกษาปฏิบัติกรรมฐาน เจริญกสิณเวทวิทยาคม จากสำนักเขาอ้อ (เป็นศิษย์อาจารย์เดียวกันกับ พล.ต.ต.ขุนพันธ์ รักษ์ราชเดช) กับท่านอาจารย์ยู วัดปากพล จังหวัดพัทลุง และอาจารย์ทวดขาว ฆราวาสจอมขมังเวท จังหวัดพัทลุง จนมีความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาคมจนเป็นเลิศ ร่ำเรียนวิชาอยู่ยงคงกระพัน วิชากำบังตัววิชาปลาไหลใครจับท่านไม่ได้

หลังจากที่อุปสมบทแล้ว ท่านได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดพะโคะ ในขณะที่ท่านนั่งเจริญสมาธิภาวนา ปรากฏดวงวิญญาณขององค์หลวงพ่อทวดมาปรากฏต่อหน้าท่าน และได้ชี้มาที่ตัวท่านบอกให้ไปช่วยดูแลต้นเลียบ อันเป็นสถานที่ฝังรกขององค์หลวงพ่อทวด ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีผู้ใดดูแล มีสภาพที่รกร้าง เมื่อหลวงปู่จำเนียร มาจำพรรษาที่ต้นเลียบแห่งนี้แล้ว ก็ได้รวบรวมชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงมาช่วยกันพัฒนา เพื่อให้เหมาะเป็นสถานที่เจริญธรรม วิปัสสนากรรมฐานใครมีเรื่องเดือดร้อน ถูกคุณไสย หรือถูกผีเข้า ท่านจะช่วยรักษาประพรมน้ำมนต์ให้และใช้ไม้เท้าคดคู่กายของท่านชี้ไปที่หน้าผาก กลับหายเป็นปกติทุกรายไป อีกอย่างท่านสามารถดูดวง ผูกชะตาได้แม่นยำนัก ท่านจะมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ไม่ว่าไทยหรือเทศ โดยเฉพาะลูกศิษย์ทางมาเลเซีย สิงคโปร์ นั้นมีมากมายนัก
ชาวบ้านเชื่อกันว่าท่านเป็นผู้ที่มีเมตตามหานิยม มีวาจาสิทธิ์ ท่านสามารถหยั่งรู้ได้ถึงวันมรณภาพของตัวเอง โดยท่านได้บอกกล่าวกับลูกศิษย์ใกล้ชิดว่า ก่อนจะถึงวันเข้าพรรษา 7 วัน ท่านจะละสังขารแล้ว และท่านระบุไว้ในพินัยกรรมว่าร่างของท่านจะไม่เน่าเปื่อย จะแห้งไปเอง ปรากฏว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็เป็นจริงอย่างที่ท่านพูดเอาไว้ โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2539 เวลา 21.20 นาฬิกา ท่านก็ได้จากไปอย่างสงบ รวมอายุได้ 99 ปี 40 พรรษา

หากแต่สังขารของท่านกลับไม่ยอมเน่าเปื่อยไปตามธรรมชาติและถูกบรรจุไว้ในโลงแก้วให้คนกราบไหว้บูชาอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ เป็นความอัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในจังหวัดสงขลาแห่งนี้

ขอบคุณภาพ/ข้อมูล -องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
-วัดต้นเลียบ ที่ฝังรกหลวงปู่ทวด
-เพจ พุทธาคม ปาฏิหาริย์อำนาจบุญ อริยะเหนือโลก
ตำนานคลองนายสาม–บ้านแม่เตย เรื่องเล่าจากชุมชนท่าข้าม อ.หาดใหญ่
25 มกราคม 2569 | 1,337“นางเลือดขาว” อีกหนึ่งตำนานลี้ลับแห่งเขาคันหลาว หญิงงามผู้กินขมิ้นขาวเป็นอาหาร
25 มกราคม 2569 | 2,481มองประวัติศาสตร์สงขลา ผ่านร้านน้ำชาพื้นที่สนทนาของคนทุกยุคสมัย
25 มกราคม 2569 | 1,299หลวงพ่อหกนิ้ว : พุทธศิลป์หนึ่งเดียวแห่งคาบสมุทรสทิงพระ ณ วัดดีหลวง อ.สทิงพระ
18 มกราคม 2569 | 632ย้อนเวลากว่าศตวรรษ : ภาพหาชมยาก เด็กใต้ในภาพถ่ายเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว
18 มกราคม 2569 | 3,317ตำนานศรัทธา "ตาหมาน" รูปแกะสลักหนุมานศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา ณ วัดอู่ตะเภา ต.คูเต่า
18 มกราคม 2569 | 1,840กว่าจะมาเป็นคลองหอยโข่ง บันทึกอดีตสมัยเริ่มต้นสร้างชุมชน
4 มกราคม 2569 | 2,190ทวดงู : มูลเหตุแห่งหายนะของกองทัพลูกพระอาทิตย์ ขณะยกพลขึ้นบกที่สงขลา
4 มกราคม 2569 | 1,353