
ก่อนที่คลองหอยโข่งจะกลายเป็นอำเภอหนึ่งที่ผู้คนรู้จักในวันนี้ เป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ สนามบินหลักในภาคใต้ของไทย และเป็นพื้นที่ที่มีการเพิ่มของประชากรสูงอันดับต้นๆ ของจังหวัด เนื่องจากรองรับประชากรและมีการขยายตัวของชุมชนเมืองที่รองรับความเจริญเติบโตของหาดใหญ่
ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นเพียงกลุ่มบ้านเล็กๆ กลางผืนป่าดงดิบ ผู้คนดำรงชีวิตเรียบง่ายอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก โดยบรรพชนเลือกทำเลใกล้แหล่งน้ำ เพื่อการกิน การอยู่ และการเดินทาง “คลองหอยโข่ง” จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเริ่มต้นตั้งถิ่นฐานและกลายเป็นบ้านของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ทั้งไทย จีน และอิสลาม ที่อยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนาน

ในอดีตการปกครองและศาสนา เคียงคู่ไปกับการพัฒนาบ้านเมือง “วัด” จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทางศาสนา แต่คือศูนย์รวมจิตใจและชุมชน ช่วงปี พ.ศ. 2310 ที่กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงแก่พม่า จะเห็นได้ว่าตำบลคลองหอยโข่งเริ่มมีการตั้งถิ่นฐานอยู่ก่อนแล้ว ถึงปัจจุบันนี้คงราว 250 - 300 ปี
ซึ่งในปี พ.ศ. 2310 มีหลักฐานการตั้งที่พักสงฆ์บริเวณ “วัดโคกกอ” เดิมเป็นป่าทึบ มีพระธุดงค์มาจำพรรษาเพื่อความวิเวก ก่อนจะพัฒนาเป็นวัดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2459 และปี พ.ศ. 2320 ได้มีการสร้าง “วัดโพธิ์” ขึ้นในตำบลคลองหอยโข่ง โดยพระอธิการทองสุข เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกวัดโพธิ์จึงกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การพัฒนาและการขยายตัวของชุมชนสืบมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อเวลาผ่านไปชาวจีนเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งด้านการปกครองและการค้าขาย ในช่วง พ.ศ. 2445 มีการสร้างอุโบสถวัดโพธิ์ โดยนำ “กระเบื้องหยกเขียว” แบบศิลปะจีนมาประดับ เป็นหลักฐานสำคัญของการผสมผสานทางวัฒนธรรม ที่ยังคงปรากฏให้เห็นจนถึงทุกวันนี้
.jpg)
ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีชาวอิสลามจากบ้านนาแสนเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านควนกบ เกิดเป็นชุมชนดั้งเดิมมีตระกูลสำคัญ เช่น ตระกูลวงศ์ใหญ่ ตระกูลมรสุบ และตระกูลราชเดหวา ต่อมามีการเกี่ยวดองกับคนในพื้นที่ เกิดนามสกุลท้องถิ่นที่ยังคงใช้กันมาจนปัจจุบัน สะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนในสังคมพหุวัฒนธรรม
พื้นที่คลองหอยโข่งและหาดใหญ่ในอดีต เป็นเส้นทางเดินทัพ จุดพักไพร่พล และแหล่งเสบียงสำคัญ เนื่องจากมีลำคลองใหญ่และภูมิประเทศที่เหมาะสม จึงเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ภาคใต้หลายครั้ง เส้นทางการเดินทัพจะผ่านอำเภอวังชิง (ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านหนึ่งของอำเภอคลองหอยโข่ง) อำเภอพะตงไปอำเภอการำ (ปัจจุบันบ้านคลองรำ)
จากคำบอกเล่าเรื่องราวของชาวบ้านดั้งเดิม รุ่นหลานของบ้านจอมหรำ เล่าว่า สมัยนั้นมีการแต่งตั้งให้นายจอม (ชื่อคน) เป็นคนดูแลเขตการปกครองไปจนถึง “คลองรำ” นายจอมได้มาอาศัยอยู่ที่นี่และมีที่ทำการเรียกว่า “บ้านโคกทำเนียบ” เพื่อใช้ในกำรประชุมและตั้งกอง สะสมเสบียงในบริเวณใกล้กัน เรียกว่า “บ้านกองฉาง” ปัจจุบันที่ดินดังกล่าวได้คืนกลับไปให้เจ้าของที่ดินเดิมแล้ว จวบจนเมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีการปฏิรูปการปกครอง แบ่งพื้นที่ออกเป็นอำเภอและแขวง คลองหอยโข่งจึงเริ่มมีบทบาทในระบบการปกครองท้องถิ่นอย่างชัดเจน

ขุนคล่องคลองหอย ผู้วางรากฐานชุมชน ในช่วง พ.ศ. 2460 คลองหอยโข่งเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ มี “ขุนคล่องคลองหอย (เพชร บำรุงศักดิ์)” เป็นกำนัน ท่านเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ สงวนที่ดินเพื่อสาธารณประโยชน์ สร้างถนน วางระบบการศึกษา นำยางพาราเข้ามาปลูกในพื้นที่ และร่วมก่อตั้งโรงเรียนวัดโพธิ์ในปี พ.ศ. 2461 รากฐานเหล่านี้ ยังคงส่งผลต่อการพัฒนาคลองหอยโข่งมาจนถึงปัจจุบัน

พื้นที่อำเภอคลองหอยโข่ง จึงมีเรื่องราวของการเริ่มต้นสร้างถิ่นฐานของผู้คนอย่างเรียบง่าย การอยู่ร่วมกันของผู้คนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ภายใต้ธรรมชาติป่าเขาและแม่น้ำ เรื่องราวเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่หล่อหลอมคลองหอยโข่งให้เป็นชุมชนที่มีความหลายหลายจนถึงทุกวันนี้
ขอบคุณข้อมูล : ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตำบลคลองหอยโข่ง
ตำนานคลองนายสาม–บ้านแม่เตย เรื่องเล่าจากชุมชนท่าข้าม อ.หาดใหญ่
25 มกราคม 2569 | 1,337“นางเลือดขาว” อีกหนึ่งตำนานลี้ลับแห่งเขาคันหลาว หญิงงามผู้กินขมิ้นขาวเป็นอาหาร
25 มกราคม 2569 | 2,481มองประวัติศาสตร์สงขลา ผ่านร้านน้ำชาพื้นที่สนทนาของคนทุกยุคสมัย
25 มกราคม 2569 | 1,299หลวงพ่อหกนิ้ว : พุทธศิลป์หนึ่งเดียวแห่งคาบสมุทรสทิงพระ ณ วัดดีหลวง อ.สทิงพระ
18 มกราคม 2569 | 632ย้อนเวลากว่าศตวรรษ : ภาพหาชมยาก เด็กใต้ในภาพถ่ายเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว
18 มกราคม 2569 | 3,317ตำนานศรัทธา "ตาหมาน" รูปแกะสลักหนุมานศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา ณ วัดอู่ตะเภา ต.คูเต่า
18 มกราคม 2569 | 1,840เกือบ 3 ทศวรรษแห่งศรัทธา : สังขารที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงปู่จำเนียร วัดต้นเลียบ (สทิงพระ)
4 มกราคม 2569 | 1,810ทวดงู : มูลเหตุแห่งหายนะของกองทัพลูกพระอาทิตย์ ขณะยกพลขึ้นบกที่สงขลา
4 มกราคม 2569 | 1,353