
หลังประสบภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่ หาดใหญ่ทั้งเมืองจมอยู่ใต้น้ำเกือบสัปดาห์หลังน้ำลดร่องรอยความเสียหายก็ปรากฎให้เห็นชัด โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก ร้านค้า ร้านอาหาร ที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหาย หลายร้านไปต่อไม่ไหว เพราะความเสียหายมากกว่าที่คาดคิดไว้ หลายร้านกัดฟันสู้ต่อ แม้จะไปต่อได้ไม่เต็มที่ แต่หากล้มเลิกก็ไม่รู้จะหันไปประกอบอาชีพไหนเพื่อเลี้ยงชีพและครอบครัว

ร้านดงยีนส์ เป็นอีกหนึ่งร้านที่กัดฟันลุกขึ้นสู้ต่อ ท่ามกลางสถานการณ์ที่บ้านเมืองยังไม่ฟื้นฟูกลับสู่สภาวะปกติ รอยดินโคลนยังเปราะเปื้อนเต็มสินค้า กางเกงยีนส์ได้รับความเสียหาย จึงตัดสินใจนำสินค้าที่จมน้ำจมโคลนมาล้างทำความสะอาดและตั้งขายบริเวณหน้าร้าน แม้จะไม่ได้กำไร แต่ก็ยังพอให้ต่อลมหายใจ
ร้านดงยีนส์นำกางเกงยีนส์ออกมาวางขายเต็มพื้นที่หน้าร้าน หากใครผ่านไปมาบริเวณตรงข้ามตลาดกิมหยง ก็จะเห็นว่าร้านดงยีนส์มีลูกค้ารุมล้อมและเลือกหากางเกงยีนส์อยู่เนืองแน่นในทุกๆวัน

ครั้งนี้เราได้มีโอกาสคุยกับพี่เริญ หรือ นายจำเริญ วาทีรักษ์ อายุ 57 ปี เจ้าของร้านดงยีนส์
จุดเริ่มต้นของร้านดงยีนส์ เมื่อแรกเริ่ม พี่เริญได้เปิดร้านอยู่บนชั้น 2 ของตลาดสดพลาซ่าในชื่อ “ร้านจำเริญพาณิชย์” หลังเทศบาลมีการปรับปรุงตลาดพลาซ่าและทุบลานจอดรถ จึงคิดว่าจะหาที่ทำเลใหม่ที่เหมาะๆที่จะขยายพื้นที่อีกจุดหนึ่ง ก็เลยมาเปิดเป็นร้านดงยีนส์ ซึ่งตรงนี้เปิดมาแล้วประมาณ 17 ปี ซึ่งช่วงแรกก็ยังมีการเปิดร้านจำเริญพาณิชย์อยู่ เปิดทั้ง 2 แห่งควบคู่กันไป โดยร้านจำเริญพาณิชย์ให้แฟนของตนทำ ส่วนพี่เริญก็มาเปิดที่นี่แยกเป็นอีกสาขา ซึ่งทำอยู่ประมาณ 3 ปีกว่าๆ ร้านดงยีนส์ก็ไปได้ดี เลยยุบจากบนตลาดสดพลาซ่ามาไว้ที่นี่ที่เดียว ซึ่งพี่เริญเป็นคนบริหารจัดการร้านทั้งหมดโดยมีแฟนคอยช่วย ส่วนในร้านมีพนักงานประมาณ 4-5 คน หลังน้ำท่วมตอนนี้ก็เหลือแค่ 2 คน

เหตุการณ์วันน้ำท่วม น้ำเริ่มท่วมในวันที่ 21 พฤศจิกายน ตอนนั้นพี่เริญกำลังไปร่วมงานแต่งที่โรงแรม ก่อนจะทราบข่าวช่วงประมาณ 3 ทุ่มว่าน้ำเริ่มเข้าท่วมพื้นที่ รถที่จอดไว้ชั้นใต้ดินต้องใช้เวลากว่าชั่วโมงครึ่งจึงจะนำออกมาได้ เมื่อกลับมาถึงร้าน น้ำได้ท่วมจนเกือบจมล้อรถแล้ว พี่เริญจึงต้องรีบขับรถหนีน้ำไปจอดที่สถานีรถไฟ สินค้าในร้านขนย้ายได้ไม่ถึง 5% เพราะน้ำมาเร็วและเป็นช่วงกลางดึก หลังน้ำลดลงในระลอกแรก พี่เริญคิดว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จึงขับรถกลับมา แต่ไม่นานนัก น้ำก็มาอีกระลอกกลางดึก ครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิม รถยนต์สองคันต้องย้ายไปจอดที่วงเวียนน้ำพุ ซึ่งคิดว่าเป็นพื้นที่สูงและปลอดภัยแต่สุดท้ายก็ไม่รอด ก็พยายามขนของที่ขนได้ขึ้นไปไว้ชั้นสอง สุดท้ายน้ำก็ขึ้นมาจนเกือบถึงชั้นสอง ก็เลยต้องช่วยกันขนย้ายไปไว้ชั้น 3 อีก ซึ่งตอนนั้นเหนือยมาก เพราะมีกันแค่ 2 คน ส่วนการช่วยเหลือใดๆ ก็มาไม่ถึง ก็เข้าใจเพราะกระแสน้ำมันแรงและเชี่ยวมากถ้าฝืนเข้ามาก็อาจอันตราย ส่วนเราก็ไม่ได้ลำบากมากเพราะอยู่ชั้น 3 มีอะไรก็กินอย่างนั้นประทังไป
เรื่องราวหลังน้ำลด สินค้าก็เสียหายมาก เพราะร้านพี่เริญเป็นร้านค้ากางเกงยีนส์ที่ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง อีกอย่างก็มีการตุนสินค้าไว้สำหรับช่วงปีใหม่ด้วย เพราะถ้าสั่งช่วงธันวาจะไม่มีของขาย ก็เลยตั้งสั่งช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ที่ร้านดงยีนส์จึงมีการสต็อคของแน่นเต็มร้านเพื่อไว้ขายช่วงปีใหม่ ซึ่งความเสียหายต่างๆก็เกินความคาดดหมายไปมาก มูลค่าความเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท

สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจไปต่อกับร้านดงยีนส์ ก็ต้องขอบคุณลูกค้าดงยีนส์ที่ว่าพอเราเจอปัญหาลูกค้าไม่ทิ้งเรา สิ่งนี้ทำให้พี่มีแรงฮึดสู้ขึ้นมา สินค้าของร้านดงยีนส์ลูกค้าเชื่อมั่น เพราะสินค้าที่มีคุณภาพและมีราคาค่อนข้างสูง แม้จะเปียกน้ำจะถูกน้ำท่วมแต่ก็ยังอยู่ในสภาพดี เมื่อร้านนำมาโล๊ะขายตัวละ 100 บาท ลูกค้าจึงแห่เข้ามาอุดหนุน ตอนแรกจะขาย 100 บาททุกตัว ตอนนี้ของที่น้ำท่วมเริ่มหมดก็มีการไปขอสต็อคจากโรงงานมาเพิ่ม ซึ่งเป็นสินค้าสภาพดีไม่เปียกน้ำมาขายให้ลูกค้าในราคาถูกตัวละ 200-300 บาท เพราะลูกค้าบางคนเดินทางมาไกลเพื่อมาเลือกซื้อบางคนเป็นลูกค้ามานาน บางคนเป็นเอฟซีที่ติดตามพี่เริญอยู่ ต่างก็เดินทางมาช่วยอุดหนุน แต่เมื่อของหมดไม่มีไซส์ก็ไม่อยากให้ลูกค้าผิดหวัง จึงมีการไปขอความเห็นใจกับโรงงานเพื่อขอสต็อคสินค้ามาทำราคาให้ลูกค้าถูกๆ ทางโรงงานก็ใจดีให้สต็อคมา

สถานการณ์ในเมืองหาดใหญ่ ตอนนี้พี่มองว่าหาดใหญ่ยังไม่กลับสู่สภาวะปกติ เพราะรอยแผล รอยบาดเจ็บต่างๆยังฝังลึกอยู่ในหัวใจของคนหาดใหญ่ ซึ่งคำว่าหนักตอนนี้ใช้ไม่ได้กับคนหาดใหญ่ เพราะมันเกินกว่านั้นไปมากๆ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือต้องเยียวยาหัวใจของเราให้แข็งแรงก่อน ซึ่งกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทั้งกำลังใจจากลูกค้า กำลังใจจากครอบครัวและคนใกล้ตัว มันทำให้พี่คิดว่ายังไงพี่ก็ต้องสู้ต่อ

ภาพในอนาคตกับร้านดงยีนส์ ทั้งตัวพี่และคนอื่นๆก็คิดว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกแล้ว แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆก็คงต้องมีมาตราการที่จะรับมือและเฝ้าระวังให้มากขึ้น ถึงยังไงก็คงไม่ทิ้งร้านดงยีนส์และคงไปต่อกับเมืองหาดใหญ่ เพราะกำลังใจมันเยอะมากๆ

ฝากให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน คือตอนแรกๆผมกำลังจะยอมแพ้แล้วนะ เพราะเห็นสภาพร้านมันแทบจะไปต่อไม่ได้เลย ยิ่งอยู่ยิ่งท้อ และหลังจากน้ำลด 2 วัน พี่ก็ประสบอุบัติเหตุอีก ซึ่งก็บาดเจ็บแผลถลอกและเจ็บที่ท้อง ก็ฝืนทำงานต่อเพราะอยากเคลียร์ของเร็วๆ จนไปหาหมอทราบว่า ซี่โครงร้าว 2 ซี่ จนหมอให้แอดมินที่โรงพยาบาล แต่ก็ขอกลับมาพักที่บ้านเพราะที่รพ.ก็เสียหายเยอะมาก ซึ่งพูดได้ว่าในตอนนี้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมาก อยากส่งกำลังใจถึงพ่อค้าแม่ค้าและทุกคนที่กำลังเผชิญความยากลำบาก ให้ลุกขึ้นสู้ไปด้วยกันกับร้านดงยีนส์ อย่ายอมแพ้ แม้เราไม่อาจต้านทานธรรมชาติได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ รับมือ และเฝ้าระวังได้

และเชื่อมั่นอย่างที่สุดว่าหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของภาคใต้จะฟื้นขึ้นมาได้อย่างแน่นอน จะยิ่งใหญ่และก้าวกระโดดกว่าเดิมอีก เพราะทุกคนที่อยู่ในจุดๆนี้ได้แสดงว่าหัวใจของพวกคุณนั้นแข็งแกร่ง หาดเปรียบกับหุ้นในช่วงเวลานั้นคือกราฟลงดิ่งจนถึงจุดต่ำสุดแล้ว หลังจากนี้มีแต่จะพุ่งขึ้นเรื่อยๆในทุกครั้งที่เราทำงานในทุกครั้งที่ขยับตัว เพราะฉะนั้นปัญหามีไว้ให้แก้ มีไว้ให้ชน "ตอนนี้ไม่ว่าอะไรจะเข้ามาพี่ไม่กลัวแล้ว"
27 ปี บนถนนนางงาม ร้าน EP’s CAFE กับตำนานเค้กพรุนพันชั้นที่รสชาติไม่เคยเปลี่ยน
31 มกราคม 2569 | 1,256"บ๊ะจ่างม่าเฮียง" สูตรแต้จิ๋วส่งต่อจากคุณแม่ สู่ทายาทรุ่น 2 กว่า 30 ปี
23 ธันวาคม 2568 | 2,567"พัฟสังขยาใส้ทะลัก" ลมหายใจต่อจากคุณยายตำนานบ้านขนมไข่กว่า 40 ปี
14 ตุลาคม 2568 | 5,072"สุ่ยเฮง" ร้านขนมมงคลจีนเก่าแก่คู่เมืองหาดใหญ่ สืบทอดสูตรขนมกว่า 90 ปี จากอากงสู่ทายาทรุ่นที่ 4
27 กันยายน 2568 | 4,143"หมวดแป๊ะ" จราจรเท้าไฟหาดใหญ่ลีลามาจากจังหวะรถ ก่อนเกษียณขอสร้างความสุขให้กับประชาชน
25 กันยายน 2568 | 3,476คนหาดใหญ่เจ้าของไร่ชาและข้าวออแกนิคที่ญี่ปุ่น เรื่องราวของพี่แจคจะทำให้เราเข้าใจคำว่าน้อยแต่(มีความสุข)มากที่แท้จริง
4 กันยายน 2568 | 3,428