
เมืองหาดใหญ่ เป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับปัญหาอุทกภัยซ้ำซากมาอย่างยาวนาน สาเหตุสำคัญมาจากลักษณะภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา โดยพื้นที่ชั้นในของเมืองมีลักษณะคล้าย “แอ่งกระทะ” ขณะที่รอบนอกถูกโอบล้อมด้วยภูเขาถึง 3 ด้าน เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจากพื้นที่สูงจึงไหลบ่าลงมารวมตัวกันบริเวณใจกลางเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้
หาดใหญ่เผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่หลายครั้ง ได้แก่ ปี 2531, 2543, 2553 และล่าสุดในปี 2568 ซึ่งนับเป็นอุทกภัยที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ มีประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 500,000 คน มีมูลค่าความเสียหายกว่า 25,000 ล้านบาท
หลังเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2531 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้แก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ด้วยแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยทรงชี้ว่าไม่สามารถสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาได้ เนื่องจากไม่มีทำเลที่เหมาะสม แนวทางที่ทรงพระราชทานคือ การขุดคลองระบายน้ำขนาดใหญ่ เพื่อแบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภา และเร่งระบายน้ำออกจากตัวเมืองหาดใหญ่สู่ทะเลสาบสงขลาให้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งเสนอให้สร้างคันกั้นน้ำ ระบบสูบน้ำ และผังเมืองที่สอดคล้องกัน
มีการพัฒนาระบบระบายน้ำต่อเนื่องกว่า 30 ปี ในปี 2532 กรมชลประทานเริ่มขุดลอกคลองธรรมชาติ 4 สาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แต่ในปี 2543 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัดสงขลา คลองที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายกว่า 10,000 ล้านบาท ต่อมาในปี 2544 กรมชลประทานจึงดำเนินการขุดคลองระบายน้ำเพิ่มเติมอีก 7 สาย โดยมี คลองระบายน้ำ ร.1 หรือคลองภูมินาถดำริ เป็นคลองสายหลัก ทำหน้าที่ผันน้ำจากคลองอู่ตะเภาอ้อมเมืองหาดใหญ่ลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยตรง ใช้งบประมาณรวมกว่า 4,700 ล้านบาท สามารถรองรับน้ำได้ถึง 1,075 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่คลองอีก 6 สายทำหน้าที่เป็นคลองแบ่งน้ำเสริม
บทเรียนจากปี 2553 สู่การเพิ่มศักยภาพ แม้จะมีการพัฒนาระบบระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ในปี 2553 หาดใหญ่ยังคงประสบอุทกภัยรุนแรงจากปริมาณน้ำที่เกินศักยภาพของคลองระบาย ส่งผลให้เกิดความเสียหายกว่า 10,490 ล้านบาท หลังจากนั้น กรมชลประทานได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 ให้สามารถระบายน้ำได้ไม่น้อยกว่า 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมทั้งขุดคลองสายใหม่เพื่อสกัดน้ำไม่ให้เข้าสู่ตัวเมือง และก่อสร้างอ่างเก็บน้ำจำนวน 5 แห่ง สามารถกักเก็บน้ำรวมได้กว่า 120 ล้านลูกบาศก์เมตร
ปี 2568 อุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ ในปี 2568 หาดใหญ่ต้องเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ปริมาณฝนตกหนักผิดปกติจากร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำรุนแรง มีโอกาสเกิดเพียง 0.33% ต่อปี หรือฝนหนักในรอบ 300 ปี ปริมาณฝนบางพื้นที่สูงกว่า 300–500 มิลลิเมตรภายในวันเดียว และสะสมมากกว่า 630 มิลลิเมตรใน 3 วันด้วยลักษณะภูมิประเทศแบบแอ่งกระทะ ทำให้ปริมาณน้ำเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำทุกสาย เมืองหาดใหญ่จึงจมอยู่ใต้น้ำ ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง
แม้ปริมาณน้ำในปี 2568 จะเกินศักยภาพที่คลองระบายน้ำ ร.1 จะรองรับได้ทั้งหมด แต่คลองสายนี้ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการ “ผ่อนหนักเป็นเบา” ช่วยเร่งระบายน้ำออกจากเมือง และทำให้หาดใหญ่สามารถฟื้นฟูได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หากไม่มีคลองระบายน้ำ ร.1 เมืองหาดใหญ่อาจสูญเสียมากกว่านี้หลายเท่าตัว คลองระบายน้ำร.1 จึงไม่ใช่เพียงโครงสร้างด้านชลประทาน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของชาวหาดใหญ่จนถึงวันนี้ และยังคงเป็นเกราะป้องกันเมืองจากภัยธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ขอบคุณภาพ : สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 16 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่
ตำนานหวังต้าเซียน เทพแห่งการขอพรสุขภาพ โชคลาภ การงาน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจชาวหาดใหญ่
3 พฤษภาคม 2569 | 450ตำนานบ้านเขาคอหงส์ยายจันทร์กับตาทอง
3 พฤษภาคม 2569 | 605สวนน้ำสวนสัตว์สงขลา | พื้นที่แห่งเสียงหัวเราะ ที่ถูกวันเวลาเปลี่ยนให้กลายเป็นความคิดถึง
26 เมษายน 2569 | 2,471บ้านเดือนฉาย | คาเฟ่ย้อนยุคสุดคลาสสิก พร้อมตำนานหลุมหลบภัยใต้บ้าน
26 เมษายน 2569 | 1,577“วัดเนินพิจิตร” จากวัดหนำคอกสู่ศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน
19 เมษายน 2569 | 2,910เหลืองอินเดียบานสะพรั่ง รับฤดูร้อน เติมความสดใสให้เมืองหาดใหญ่
19 เมษายน 2569 | 2,776The Pirates Park Hatyai: จากสวนน้ำยักษ์ สู่ความทรงจำของคนหาดใหญ่
19 เมษายน 2569 | 3,107วัดน้ำน้อยใน วัดเก่า 360 ปี ทรงคุณค่าของอำเภอหาดใหญ่
12 เมษายน 2569 | 5,869