
พระครูสังฆรักษขิตตาจารย์ หรือ หลวงพ่อทวดหัวมวยวาจาสิทธิ์ เดิมชื่ออินทร์ทอง (นามบิดามารดาไม่ปรากฏ) เกิดตำบลบ้านท่านาว อำเภอปานาเระ จังหวัดปัตตานี ในสมัยรัชกาลที่1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณปี พ.ศ.2328 มาอุปสมบทที่วัดทุ่งพระ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา พระอาจารย์จันทร์แก้วเป็นอุปัชฌาย์ เมื่ออุปสมบทแล้วได้นามว่า พระอินทอง คงฆสสโร ต่อมาในปี พ.ศ.2360 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ณ วัดอ่างทอง ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ในสมัยรัชกาลที่2 และเป็นอุปัชฌาย์บวชกุลบุตรในเขตอำเภอเมืองสงขลา อำเภอจะนะ อำเภอเทพา ซึ่งเป็นหัวเมืองในสมัยนั้น ต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น “พระครูสังฆรักษขิตตาจารย์” เนื่องจากท่านมีก้อนเนื้อที่ท้ายทอยลักษณะเหมือนมวยผม ประชาชนทั่วไปจึงเรียกท่านว่า “หลวงพ่อหัวมวย” และปัจจุบันเรียกท่านว่า “หลวงพ่อทวดหัวมวย” ท่านมรณภาพเมื่อ พ.ศ. 2411 ในรัชกาลที่5 คำนวณอายุได้ 83 ปี
คุณธรรมพิเศษ
หลวงพ่อทวดหัวมวยวาจาสิทธิ์ เป็นผู้มีสัจธรรม เมตตาธรรมและวาจาสิทธิ์ เช่นเมื่อมีคนเจ็บไข้ ไปหาท่าน พอท่านเปล่งวาจาว่าจงหายก็หายเหมือนปลิดทิ้ง หญิงมีครรภ์มาหาท่านท่านบอกว่าจงคลอดง่าย ก็คลอดง่ายตามว่าจาของท่าน เป็นต้น หากเกิดเสนียดจัญไรหรือโรคภัยขึ้นที่บ้านใครเจ้าของบ้านมักขอให้ท่านทำน้ำมนต์ด้วยการใช้หัวแม่เท้าชี้ลงไปในน้ำแล้วมอบให้เขาไปประพรมที่บ้าน เสนียด จัญไร และโรคภัยก็หายไป

ก่อนท่านจะมรณภาพ ท่านได้อธิษฐานว่า ถ้ากุศลผลบุญที่ท่านได้บำเพ็ญมาแล้วทำให้ท่านมีบุญญาธิการก็ขอให้รอยเท้าของท่านปรากฏที่ก้อนหินที่ท่านวางสรงน้ำ ต่อมา เมื่อถึงวันมรณภาพท่านก็ไปสรงน้ำปรกติเมื่อเท้าสัมผัสก้อนศิลาท่านรู้สึกว่าศิลานั้นอ่อนลงและรอยเท้าของท่านก็ปรากฏอยู่บนศิลานั้นและท่านอธิษฐานจิตต่อไปว่าขอให้ก้อนศิลาจมลงไปในดิน ณ วัดอ่างทองนั้น แล้วท่านทำนายว่าถ้าก้อนศิลาผุดขึ้นมาเมื่อใดสถานการณ์วัดอ่างทองจะเจริญขึ้นเมื่อท่านสรงน้ำแล้วก็ขึ้นกุฏิ นุ่งสบงห่มจีวรและพาดสังฆาฏิ แล้วเดินออกมานอกกุฏิแหงนดูดาวทั้งสี่ทิศแล้วเข้าจำวัด ต่อจากนั้นก็ถึงกาลมรณภาพ

ตามประวัติโดยย่อที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นว่าหลวงพ่อทวดหัวมวยเป็นผู้สร้างบารมีแก่กล้า ด้วยตบะและอภินิหารมากองค์หนึ่ง อัฐิของท่านบรรจุอยู่ในสถูปด้านอีสานของโรงอุโบสถและไม้เท้าของท่านยาว 4 ศอกก็ยังคงอยู่พร้อมทั้งรูปจำลององค์ท่านขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว ก็ยังอยู่ในวิหารและเป็นที่สักการะของประชาชนทั่วไป

หลวงพ่อทวดหัวมวย เนื้อว่าน สร้าง ปี 2506 ด้วยเนื้อว่าน 108 ชนิด และมวลสารศักดิ์สิทธิ์ หลายอย่าง เช่น ผงดอกไม้พระเข้าพรรษา108วัด ผงตรีสิงเห ผงอิทธิเจ ผงปฐมัง และแร่ธาตุที่สำคัญเช่น เหล็กไหล เพชรนิลจินดา เป็นต้น เข้าพิธีพุทธาภิเศก โดยพระอาจารย์ผู้ชำนาญทางไสยศาสตร์และทรงคุณวุฒิในยุคนั้น รวมถึง พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ด้วย จุดประสงค์เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้านได้สักการะบูชาโดยทั่วถึงกัน

หากนำติดตัวไป เมื่อท่านปรารถนาสิ่งใดหากไม่ผิดศีลธรรมแล้ว ขอให้ตั้งจิตอธิษฐานเอาเถิด หากท่านจะทำน้ำสะเดาะ ให้เอารูปหลวงปู่ทวดแช่ลงในน้ำ ประมาณ 3 นาทีในขณะที่แช่ให้บริกรรมคาถาดังกล่าว สุดแท้จะสะเดาะได้ทุกประการ หมายเหตุก่อนจะทำอะไรทุกประการ ให้ระลึกถึงหลวงพ่อทวดหัวมวยผู้ปกาสิตวัดอ่างทอง เสียก่อนทุกครั้ง แล้วการกระทำของท่านจงเป็นตามความปรารถนาทุกประการ
ขอบคุณภาพ : Suwat Wong (กลุ่มชมรมคนศรัทธาหลวงพ่อทวดหัวมวย วัดอ่างทอง สงขลา) ,
ข้อมูล : ภูมิ ภูษิต (อ้างอิงจากหนังสือชีวประวัติและอภินิหารหลวงพ่อทวดหัวมวย โดยคุณอนาโตล เปติเย)
ว่าวควาย เสียงจากท้องทุ่ง สู่ฟากฟ้าแห่งความทรงจำ
4 ตุลาคม 2569 | 336จากตำนานเทพปราบอสูร สู่เจ้าพ่อเสือ ศูนย์รวมศรัทธาแห่งหาดใหญ่
27 กันยายน 2569 | 357เปิดตำนาน “ขนมบ้า” ขนมแทนลูกสะบ้า ในประเพณีสารทเดือนสิบ
27 กันยายน 2569 | 466หอดูดาวสงขลา ประตูสู่จักรวาลบนเขารูปช้าง
20 กันยายน 2569 | 1,487กล้วยนาค กล้วยพื้นถิ่นสี “นาก” จากสวนพื้นบ้าน สู่คุณค่าที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยรู้จัก
20 กันยายน 2569 | 1,527ตำนานเทพแห่งปัญญา สู่แลนด์มาร์กแห่งศรัทธาเมืองชายแดนสะเดา
13 กันยายน 2569 | 871ตำนาน “ยำสาย” อาหารพื้นบ้านเกาะยอที่อยู่คู่ชุมชนมากว่า 100 ปี
13 กันยายน 2569 | 290ย้อนรอยสะเดา 87 ปี จากเมืองไร้ไฟฟ้า สู่ศูนย์กลางชายแดน
6 กันยายน 2569 | 799