
วัดโคกทราย อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นวัดในพระพุทธศาสนาเถรวาท (มหานิกาย) วัดได้ก่อตั้งในปี พ.ศ.2161 ปัจจุบันอายุกว่า 400 ปี เคยรุ่งเรืองมากในสมัยของพระครูอภัยโสภณ (แดง อินฺทโชโต) แต่เมื่อท่านได้ถึงแก่มรณภาพลง วัดก็เริ่มซบเซาลง จนมาในปี พ.ศ.2564 วันจันทร์ที่ 22 เดือนมีนาคม วันนั้นเป็นวันสร้อยสามจันทร์ พระเถระคณะกรรมการและชาวบ้านในพื้นที่ได้นิมนต์พระภิกษุจากวัดโคกสมานคุณพระอารามหลวงมาจำอยู่ ณ วัดโคกทราย เพื่อจะได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปใหม่ต่อไป ภายหลังท่านได้มารักษาการเจ้าอาวาสประมาณปีเศษก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส แต่นั้นวัดก็ได้รับการฟื้นฟูจนดีขึ้นมาตามลำดับ ปัจจุบันวัดโคกทราย ได้ชื่อว่าเป็นวัดศูนย์กลางชุมชนชาวพุทธของอำเภอจะนะก็ว่าได้ ด้วยว่ากิจกรรมสำคัญและงานราชพิธีต่างก็ได้มีการกำหนดหมายให้จัดขึ้น ณ วัดโคกทราย แห่งนี้เป็นประจำ อีกทั้งคนในชุมชน ตลอดถึงเจ้าหน้าที่รัฐ และข้าราชการ ต่างมาร่วมกันประกอบกิจกรรมพิธีกรรมร่วมกัน ณ วัดโคกทราย
อนึ่ง วัดโคกทรายยังมีโบราณสถานที่อยู่คู่วัดมานาน คือ เจดีย์บรรจุอัฐิธาตุของอดีตเจ้าอาวาสรูปแรก หรือชาวบ้านเรียกกันว่าบัวท่านแก่ และคู่กันนั้นคือเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุของพระมหานุภาพปราบสงคราม (ปลอด ถิ่นจะนะ) อดีตเจ้าเมืองจะนะคนสุดท้าย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า บัวเจ้าเมือง ประกอบกับเรื่องราวความเป็นมาของวัดนั้นยังปรากฎคู่กับเมืองจะนะมาแต่ครั้งมาสร้างเมืองจะนะบ้านจะโหนง หรือปลักจะโหนง ดังปรากฎความเกียวเนื่องในพงศาวดารเมืองสงขลาและเมืองพัทลุง
ฉะนั้น วัดโคกทรายจึงถือเป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน มีหลักฐานเป็นโบราณวัตถุปรากฎเป็นหลักฐาน เป็นวัดที่ควรแก่ค่าน่าเยี่ยมชมฟื้นฟูพัฒนาอย่างยิ่ง
เจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าเมืองจะนะ ตั้งอยู่ในวัดโคกทรายในบริเวณพื้นที่ซึ่งเรียกว่า "ในเมรุ" ซึ่งเป็นสถานที่ฌาปนกิจศพบุคคลสําคัญอันเป็นที่เคารพนับถือมาแต่ครั้งโบราณ และแต่เดิมมีกุฏิยาวหลังหนึ่ง ตั้งบังพื้นที่ส่วนนี้ไว้ พื้นที่แห่งนี้จึงเป็นสถานที่รกร้างซึ่งแทบไม่มีผู้ใดย่างกรายเข้ามา โดยชาวบ้านก็จะทราบแต่เพียงว่าในพื้นที่ซึ่งรกเรื้อนี้มีเจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าเมืองจะนะอายุนับร้อยปีตั้งอยู่ โดยไม่มีผู้ใดทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นเมื่อใด และผู้ใดเป็นผู้สร้าง
โดยเจดีย์นี้มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงมณฑปย่อมุมไม้สิบสอง ขนาดฐานกว้าง 3.40 เมตร ยาว 3.40 เมตร สูง 4.45 เมตร ส่วนฐานมีลักษณะเป็นชุดฐานปัทม์ย่อมุมไม้สิบสอง มีลูกแก้วอกไก่คาดที่ท้องไม้ ถัดขึ้นไปเป็นส่วนของเรือนธาตุ มีลักษณะเป็นการก่ออิฐขึ้นเป็นผนังห้องสี่เหลี่ยม เจาะช่องเป็นรูปประตูวงโค้งทั้งสี่ด้าน ฉาบผิวด้วยปูนทั้งด้านในและด้านนอก โดยผิวปูนด้านนอกเหนือยอดประตูนั้นตกแต่งปูนปั้น เป็นลายลักษณะคล้ายชายผ้าห้อยตกลงมาเป็นริ้วเรียงต่อเนื่องไปทั้งสี่ด้าน ส่วนยอดก่ออิฐฉาบปูนเป็นหลังคาลักษณะเป็นยอดมณฑป ส่วนยอดบนสุดหักหายไป แต่ยังคงพบไม้แกนยอดเดิมตกอยู่ จึงสันนิษฐานว่า ส่วนยอดสุดน่าจะมีลักษณะเป็นบัวคลุ่ม 5 ชั้น ต่อด้วยปลีคั่นด้วยลูกแก้วแล้วต่อด้วยปลียอด และเม็ดน้ําค้างตามลําดับ ภายในเจดีย์ประดิษฐานสิ่งก่อสร้างซึ่งเรียกในภาษาท้องถิ่นว่า "บัว" ลักษณะเป็นฐานอิฐ รูปแปดเหลี่ยม มีเสาไม้หุ้มผิวด้วยปูน ปักอยู่บนฐานนั้น บนยอดเสาปั้นปูนเป็นรูปดอกบัวตูม ตกแต่งด้วยปูนปั้นลายกลีบบัว บัวองค์นี้เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิของพระมหานุภาพปราบสงคราม(ปลอด ถิ่นจะนะ) ผู้ว่าราชการเมืองจะนะคนสุดท้าย เมื่อมีการก่อสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าเมืองจะนะเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบว่ามีการใช้พื้นที่บริเวณเจดีย์องค์นี้ในลักษณะพิเศษคือ การนําอัฐิบรรจุในภาชนะดินเผาเนื้อดินมาฝังในบริเวณใกล้ฐานเจดีย์ โดยการขุดค้นพบการฝังภาชนะบรรจุอัฐิจํานวน 3 ใบ คือภาชนะดินเผาบรรจุอัฐิหมายเลข 1-3 สันนิษฐานว่าภาชนะและอัฐิที่พบนี้น่าจะเป็นการนําอัฐิของบุคคลในสายสกุลของเจ้าเมืองจะนะ ที่มีความสําคัญและใกล้ชิดกับเจ้าเมืองจะนะ มาฝากฝังไว้เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดกับเจ้าเมืองจะนะแม้ว่าจะวายชนม์ไปแล้วก็ตาม
เจดีย์ท่านแก่ ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของเจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าเมืองจะนะ ภายในวัดโคกทราย ในบริเวณพื้นที่ซึ่งเรียกว่า "ในเมรุ" ซึ่งเป็นสถานที่ฌาปนกิจศพบุคคลสําคัญอันเป็นที่เคารพนับถือมาแต่ครั้งโบราณ ทั้งนี้โดยไม่มีผู้ใดทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นเมื่อใด และผู้ใดเป็นผู้สร้าง รวมทั้งไม่มีผู้ใดทราบว่าท่านแก่คือใคร บางท่านกล่าวว่าอาจเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิพระอธิการจันทร์เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดโคกทราย แต่บางท่านก็กล่าวว่าอาจเป็นที่บรรจุอัฐิพระมหานุภาพปราบสงคราม(บัวแก้ว) อดีตเจ้าเมืองจะนะในสมัยรัชกาลที่ 4-5 ซึ่งอาจเป็นบิดาของพระมหานุภาพปราบสงคราม(ปลอด) เจ้าเมืองจะนะคนสุดท้าย
เจดีย์ท่านแก่มีลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ขนาดฐานกว้าง 3 เมตร ยาว 3 เมตร มีความสูงประมาณ 3.58 เมตร ฐานล่างสุดเป็นชั้นฐานเขียง ต่อด้วยชั้นฐานปัทม์ และชั้นเชิงบาตรตามลําดับ โดยเหนือชั้นเชิงบาตรเป็นฐานเขียงรองรับฐานสิงห์ย่อมุมไม้สิบสอง ต่อด้วยฐานปัทม์ย่อมุมไม้สิบสองคาด ท้องไม้ด้วยลูกแก้วอกไก่ อีกชุดหนึ่ง ที่ฐานเขียงส่วนนี้ทําช่องสี่เหลี่ยมไว้ด้านละ 2 ช่องทุกด้าน เว้นแต่ด้านทิศตะวันออกซึ่งได้ถูกห้องคฤห์ปิดทับบางส่วนของช่องในด้านนี้ไว้ ภายในช่องประดับด้วยลายปูนปั้นรูปต้นไม้แตกกิ่งก้านดอกใบอิทธิพลศิลปะจีน ต่อจากส่วนนี้เป็นส่วนของเรือนธาตุซึ่งย่อมุมรับกับฐานปัทม์ ตัวเรือนธาตุมีช่องทางเข้าด้านทิศตะวันออกเพียงช่องเดียว ส่วนอีกสามด้านตกแต่งด้วยลายปูนปั้นเป็นรูปหน้าต่างหลอก มีอกเลาปูนปั้นประดับงดงาม บริเวณมุมเรือนธาตุตกแต่งด้วยลายปูนปั้นรูปกาบพรหมศร และลายเถาดอกสี่กลีบ ถัดจากส่วนนี้ขึ้นไปอยู่ในสภาพพังทลายไม่พบหลักฐาน ว่าเป็นเช่นไร ทางด้านทิศตะวันออกติดกับส่วนฐานตั้งแต่ระดับฐานเขียงก่ออิฐเป็นคฤห์สูงขึ้นมาจนถึงฐานของชั้นฐานสิงห์เหนือชั้นเชิงบาตร ห้องคฤห์นี้ มีขนาดกว้าง 1.18 เมตร ยาว ๑.๗๗ เมตร สูง 1.60 เมตร ด้านซ้ายและขวาของคฤห์นี้มีประติมากรรมปูนปั้นรูปยักษ์ทวารบาล ยืนแบะขาถือกระบองอยู่ข้างละ1 ตน โดยรูปยักษ์ปูนปั้นทั้งสองอยู่ในสภาพชํารุด เศียรและแขนหัก แต่ยังคงเหลือร่องรอยของเครื่องทรงให้เห็นได้บางส่วน
ข้อมูลบทความ -รายงานการขุดค้นทางโบราณคดีเจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าเมืองจะนะและเจดีย์ท่านแก่
-วัดโคกทราย ต.จะโหนง อ.จะนะ จ.สงขลา
ถ้ำพ่อพระยามารสิงหะ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ริมสมิหลา แหล่งสักการะ “ทวดเสือสิงหะมาร” เสริมสิริมงคล
29 มีนาคม 2569 | 609วัดแจ้ง ระโนด วัดเก่าแก่ริมอ่าวไทย กับ “ประตูแห่งกาลเวลา” ที่สะท้อนศรัทธาชุมชน
29 มีนาคม 2569 | 707ตำหนักพระแม่งูจงอาง วัดเขาน้อย ศรัทธาและความเชื่อคู่โบราณสถานเมืองสิงหนคร
29 มีนาคม 2569 | 610สุสานคาทอลิกหาดใหญ่ ร่องรอยศรัทธาแห่งชุมชนคริสต์
22 มีนาคม 2569 | 191แมคโดนัลด์ที่ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่เป็นศูนย์รวมความทรงจำของเด็ก ม.อ.
22 มีนาคม 2569 | 691สูดอากาศดี ถ่ายรูปสวยกับอุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ.
22 มีนาคม 2569 | 679ใต้สยามนครินทร์ เวทีเสียงเพลงของวัยรุ่นหาดใหญ่
15 มีนาคม 2569 | 817ไอซ์โดมหาดใหญ่ เมืองหนาวกลางแดนใต้ ความทรงจำของเด็กหาดใหญ่
15 มีนาคม 2569 | 846