
หลังจาก HatyaiFocus เคยพาทุกคนไปชมบรรยากาศของ ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่เมื่อกว่า 50 ปีแล้ว วันนี้มีโอกาสได้อ่านงานเขียนของ วัชรินทร์ พุทธพรไพสิฐ ท่านได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับ โรงอาหารของนักศึกษา ม.อ. รุ่นแรกให้ฟังอย่างละเอียดเลย

คุณ วัชรินทร์ พุทธพรไพสิฐ ถือเป็นนักศึกษารุ่นแรก ๆ ที่เข้ามาเรียนที่ ม.อ.หาดใหญ่ ช่วงเวลานั้นมหาวิทยาลัยเพิ่งเริ่มก่อสร้างอาคารเรียนต่าง ๆ เมืองหาดใหญ่ในเวลานั้นกำลังเฟื่องฟู หลังการพัฒนาเมืองของหลายภาคส่วน พระเสน่หามนตรี (ชื่น) เริ่มลงมือสร้างตลาดสดและห้องแถวตามริมถนนสายแรก ทั้งในที่ดินของท่านและพระยาอรรถกวีสุนทรกลายเป็นศูนย์กลางการค้าขายด้วย ในเวลานั้นหาดใหญ่มีทั้งภาพยนตร์ และ โรงแรมต่าง ๆ เช่น โรงแรมสุคนธา โรงแรมแหลมทอง โรงแรมแสงฟ้า โรงแรมหอฟ้า ที่ดินราคาพุ่งสูงขึ้น เศรษฐกิจหาดใหญ่เจริญเติบโต กลายเป็นศูนย์รวมความเจริญในภาคใต้ในเวลาไม่นาน

คุณ วัชรินทร์ เล่าว่า ปี พ.ศ. 2515 เป็นปีที่ท่านเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก ท่านเล่าถึงโรงอาหาร ที่ชาว ม.อ. ต่างเรียกขานว่า “คาเฟทีเรีย” ลักษณะเป็นอาคารหลังโดด ๆ ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ ท่านเล่าอย่างติดตลกว่า อาจารย์ที่สอนในขณะนั้นส่วนใหญ่เพิ่งจบใหม่ ๆ เลยหน้าตาดูวัยรุ่น กลมกลืนกับนักศึกษา

โรงอาหารในยุคนั้นแตกต่างกับโรงช้าง นักศึกษาส่วนใหญ่ใน ม.อ. ใช้บริการเพราะการรับประทานอาหารเริ่มต้นจากการเดินเข้าไปหยิบถาดหลุม แล้วเข้าคิวเรียงแถวเข้าไปเลือกอาหารให้พนักงานขายตักใส่ถาดหลุม สิ่งที่เราอิจฉา คือ นักศึกษาในยุคนั้นมีโอกาสตักข้าวสวยฟรี ตามความต้องการของท้อง ส่วนราคาก็น่าอิจฉาไปอีกเพราะ กับข้าวราคาแค่อย่างละ 1.50 บาท (หนึ่งบาทห้าสิบสตางค์)
ส่วนอาหารไม่ได้มีให้เลือกสรรมากมายเท่าสมัยนี้ แต่ก็หลากหลายและวนเวียนไปตามมื้อ มื้อเช้า อาหารจะเป็นพวกข้าวต้มทรงเครื่อง โจ๊ก ข้าวผัดชนิดต่าง ๆ ส่วนมื้อกลางวันและมื้อเย็น อาหารจะเป็นข้าวสวยพร้อมกับข้าวชนิดต่างๆ ไม่ได้มีอาหารตามสั่ง สุกี้ สเต็ก สะดวกสบายเหมือนสมัยนี้ เมื่อมีอาหารคาวก็ต้องมีขนมหวานปิดท้ายให้ท้องอิ่มอย่าง แกงบวด ลอดช่อง เป็นต้น

วาร์ปกลับมายุคปัจจุบัน พ.ศ.2560 เด็ก ม.อ. ทุกวันนี้ฝากท้องไว้กับโรงช้างเกือบทุกช่วงเวลา แต่เคยสงสัยไม่ว่าทำไมโรงอาหาร ม.อ. ถึงเรียกกันว่า “ โรงช้าง” ก็เมื่อ ปี พ.ศ. 2518 มีนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์คนหนึ่ง เจรจาขออนุญาตมหาวิทยาลัยตั้งร้านขายอาหาร ลักษณะเป็นโรงขายอาหารหลังคามุงแฝก ใคร ๆ เห็นก็บอกว่าเหมือนโรงเลี้ยงช้างเกิดขึ้นเลยเรียกกันว่าโรงช้างตั้งแต่นั้นมา
***ภาพบางภาพเป็นเพียงภาพประกอบเพื่อใช้ในการเล่าเรื่องเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูล : วัชรินทร์ พุทธพรไพสิิฐ
ขอบคุณรูปภาพ : สมาคมศิษย์เก่าม.อ.
พลิกภูมิปัญญาพื้นบ้านสร้างรายได้ จากใบตาลโตนดสู่พวงมาลัยร่วมสมัย
10 พฤษภาคม 2569 | 44เจาะอดีตหงสาวดีกับชเวดากอง
10 พฤษภาคม 2569 | 51ตำนานหวังต้าเซียน เทพแห่งการขอพรสุขภาพ โชคลาภ การงาน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจชาวหาดใหญ่
3 พฤษภาคม 2569 | 589ตำนานบ้านเขาคอหงส์ยายจันทร์กับตาทอง
3 พฤษภาคม 2569 | 664สวนน้ำสวนสัตว์สงขลา | พื้นที่แห่งเสียงหัวเราะ ที่ถูกวันเวลาเปลี่ยนให้กลายเป็นความคิดถึง
26 เมษายน 2569 | 2,531บ้านเดือนฉาย | คาเฟ่ย้อนยุคสุดคลาสสิก พร้อมตำนานหลุมหลบภัยใต้บ้าน
26 เมษายน 2569 | 1,601“วัดเนินพิจิตร” จากวัดหนำคอกสู่ศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน
19 เมษายน 2569 | 2,971เหลืองอินเดียบานสะพรั่ง รับฤดูร้อน เติมความสดใสให้เมืองหาดใหญ่
19 เมษายน 2569 | 2,839