หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

เรื่องราวหาดใหญ่

ประวัติน่ารู้ "โนราเติม เมืองตรัง" ศิลปินโนราคนแรกของภาคใต้ที่มาสอนให้แก่นักเรียนในสถาบันการศึกษาของจังหวัดสงขลา
3 เมษายน 2565 | 5,777

หลังจากที่เรานำเสนอเรื่องราวของ"โนราห์หนูวิน - โนราห์หนูวาด เมืองนครศรีธรรมราช"  วันนี้เรามีอีกหนึ่งประวัติของโนราเติม เมืองตรัง ซึ่งเป็นเรื่องราวของครอบครัวโนราที่ต่อเนื่องกัน สำหรับโนราเติมท่านคือ "โนราของประชาชน"

หลายเรื่องราวของพ่อ "นายเติม อ๋องเซ่ง" หรือ "โนราเติม เมืองตรัง" พ่อของข้าพเจ้าที่หลายท่านยังไม่ทราบว่า ในยุคสมัยของพ่อ นับได้ว่าพ่อเป็นผู้ที่ได้จบการศึกษามาในระดับที่ค่อนข้างสูง ตามหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พ.ศ.๒๕๒๙ ได้ระบุไว้ว่านายเติม อ๋องเซ่ง" หรือ "โนราเติม" จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง จังหวัดยะลา และจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนวิเชียรมาตุ นั่นทำให้พ่อได้ดำเนินชีวิตในการทำงานมาหลายรูปแบบ นั่นคือนอกจากท่านจะประกอบอาชีพโนราพื้นบ้านมาตั้งแต่เยาว์วัยจวบจนสิ้นชีวิต ในช่วงจังหวะหนึ่ง ท่านเคยรับราชการเป็นเสมียนอำเภอ ที่อำเภอสิเกา (ปัจจุบันคืออำเภอวังวิเศษ) จังหวัดตรัง

ต่อมามีเหตุสำคัญเกี่ยวกับการแข่งขันประชันโรงของน้องชายของท่านคือ "โนราตุ้ง" หลายครั้ง ซึ่งเหตุดังกล่าวได้ระบุไว้ในหนังสือ "โนราเติม เมืองตรัง...ปรมาจารย์ทางกลอนสด" ทำให้ท่านต้องขอลาออกจากราชการเพื่อไปแสดงโนราร่วมกับน้องชาย และตั้งคณะใหม่ชื่อ "คณะโนราตุ้ง เติม" ออกแสดงไปทั่วจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วจังหวัดตรัง และในอาชีพโนราของพ่อทำให้ได้พ่อสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ยังคงตกระกำลำบากอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้พ่อได้สมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดตรัง ในนาม "พรรคเสรีมนังคศิลา" ตามที่ทางพรรคชวนไปสมัคร การสมัครผู้แทนของท่านในครั้งนี้มีเหตุสำคัญจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของท่าน

จนต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนที่เมืองตรังแล้วไปตั้งรกรากที่อำเภอหาดใหญ่ และไม่อาจกลับไปตั้งรกรากที่เมืองตรังถิ่นกำเนิดของท่านได้อีก จากการลั่นวาจาของท่านออกไปด้วยมั่นใจพ่อจะเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดตรังอย่างแน่นอน คำพูดที่พ่อเอ่ยออกไปต่อหน้าชาวเมืองตรังจำนวนมากขณะที่พ่อหาเสียง พ่อได้กล่าวไว้ว่า "ไม่ได้เป็นผู้แทน เติมไม่อยู่แล้วเมืองตรัง" แต่ด้วยเหตุที่คู่แข่งใช้กลยุทธ์ในการทำลายฐานเสียงของพ่อในฐานะศิลปินโนราในดวงใจของชาวจังหวัดตรังว่า "ถ้าโนราเติม เป็นผู้แทน ก็อย่าหวังว่าจะได้ดูโนราเติมแสดงโนราอีกต่อไป เพราะโนราเติมไม่มีวันจะมาแสดงโนราให้ชาวบ้านได้ดูอีกแล้ว"

ซึ่งนั่นทำให้โนราเติมพ่ายแพ้ไม่ได้คะแนนเสียงแม้แต่คะแนนเดียวในบ้านเกิด เพราะชาวตรังต้องการให้โนราเติมเป็นโนรามากกว่าเป็นผู้แทน ซึ่งพ่อได้ตระหนักในเรื่องนี้ดีว่าเมื่อชาวบ้านต้องการให้พ่อเป็นโนรา พ่อก็ไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไป แต่ยังคงรักษาอาชีพของท่านจวบจนลมหายใจสุดท้าย ด้วยเหตุแห่งการรักษาสัจจะวาจาที่เอ่ยออกไป

เป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากของศิลปินในยุคนั้นที่จะละเลยเสียมิได้ ทำให้พ่อต้องตัดสินใจออกจากเมืองตรังไปตั้งรกรากอยู่ที่หาดใหญ่เพื่อรักษาสัจจะวาจาของตนเอง พ่อได้จากเมืองตรังโดยไม่กลับมาอีกหลายปี จนกระทั่งเจ้าเมืองตรังหรือผู้ว่าราชการไปรับพ่อให้ไปแสดงโนราโดยได้เดินทางไปรับขันหมากพ่อถึงบ้านที่อำเภอหาดใหญ่ ประกอบกับย่าก็ขอให้กลับ ทำให้พ่อได้ตัดสินใจนำคณะกลับไปแสดงที่เมืองตรังอีกครั้งที่งานฉลองรัฐธรรมนูญ และรับต่อเนื่องมาหลายปี คลิปนี้ได้เก็บรักษาไว้อย่างยาวนาน และเนื่องในเดือนกันยายนคือเดือนที่พ่อเกิด และถ้าพ่อยังมีชีวิตอยู่ อายุของพ่อก็จะย่างเช้าสู่วัย 106 ปีในเดือนกันยายน 2563 ข้าพเจ้าจึงจะขอนำเอาเรื่องราวของพ่อมาบอกกล่าวเล่าขานให้ได้รับรู้กันพอหายนึงกัน หลังจากได้เก็บรักษาเรื่องราวของพ่อไว้ยาวนานเกือบ 20 ปี จนมั่นใจแล้วว่ายังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงรัก ศรัทธา และคิดถึงพ่ออยู่แน่นอน

นายเติม อ๋องเซ่ง หรือ "โนราเติม เมืองตรัง" ศิลปินโนราคนแรกของภาคใต้ที่มาสอนให้แก่นักเรียนในสถาบันการศึกษาของจังหวัดสงขลา ซึ่งสมัยที่มาสอนใหม่ๆ เมื่อปี พ.ศ.2502 นั้น ยังคงเรียกกันติดปากว่า "โนราตุ้ง-เติม" สอนให้กับนักเรียนโรงเรียนวรนารีเฉลิม สอนให้เป็นระยะๆเนื่องจากมีขันหมากมาก และในปี พ.ศ.2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสจังหวัดสงขลา และได้ทอดพระเนตรการรำโนราของนักเรียนโรงเรียนวรนารีเฉลิม จำนวน 164 คน ซึ่งโนราเติมเป็นผู้ฝึกสอนรำโนราให้แก่นักเรียน พร้อมนำลูกคู่ไปบรรเลงให้รำในครั้งนั้นด้วย

ขอบคุณข้อมูลบทความ : วราภรณ์ อ๋องเซ่ง

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง