
ก่อนจะมาเซียนพระชีวิตที่ไม่ได้ง่ายดาย ของวรพงษ์ เอ สังหวาน (เอ หาดใหญ่) เชื่อว่าในวงการเซียนพระหาดใหญ่ไม่มีใครไม่รู้จักชายผู้นี้ พี่เอพระเครื่องที่มีความชำนาญในการเล่นพระดูพระมานับกว่า 10 ปี หาดใหญ่โฟกัส มีโอกาสได้สัมภาษณ์มุมมองชีวิตของชายคนนี้ที่เรียกได้ว่ากว่านี้วันนี้ไม่ได้ง่ายแบบที่หลายคนคิดไว้เลย

นายวรพงษ์ เอ สังหวาน จบการศึกษา ปวช. ปวส. ช่างไฟฟ้าเทคนิคหาดใหญ่ ก่อนจะเข้ามาศึกษาต่อที่ม.หาดใหญ่ ในสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
พี่เอเล่าถึงชีวิตแรกเริ่มให้เราฟังหน่อยได้ไหมคะ
-ครับผม พี่ต้องบอกว่าชีวิตพี่ไม่ได้ง่ายเลย แรกเริ่มหลังจากที่พี่เรียนจบพี่ร่วมงานกับดีแทคในตำแหน่งSales Supervisor ตอนนั้นดูแลภาคใต้ เราก็ทำมาครึ่งหนึ่งของชีวิตเลยนะ จนกระทั่งมีข่าวดีจากหัวหน้าบอกว่าน้องเอ สนใจที่จะดูแลพื้นที่ในโซนภาคเหนือไหม ซึ่งตอนนั้นตัวเราเองก็สนใจมาก เลยตอบไปว่าได้ครับ แต่ต้องทำยอดได้มากกว่าเดิม งั้นรุ่งเช้าเก็บเสื้อผ้าไปเลย


ซึ่งมันก็เหมือนมีฟ้าผ่าตรงกลางอกเราเลย ความหวังสลายภายในคืนนั้นแม่พี่ล้มป่วยกระทันหันจากคนร่างกายปกติ 100 % มีอากรลมชักลมบ้าหมู ก็คือเส้นเลือดในสมองแตก ตอนนั้นแม่พี่อายุ 56 ปีเอง หลังจากนั้นพี่ก็ต้องต่อสายตรงถึงหัวหน้าว่าแม่ป่วย หัวหน้าเลยถามว่าตกลงจะยังไง จะทำต่อหรือไม่ทำ มันทำให้ตัวเองพี่ต้องกลับมาปรึกษากับที่บ้านด่วน ก็มีคำตอบที่ว่าเราต้องตัดสินใจเอง จะทำต่อก็ได้โดยที่ให้น้องสาวที่กำลังจะเข้าเรียนปี1 มอ.ภูเก็ต ลาออกจากการเรียนเพื่อมาดูแม่แล้วตัวเองก็ไปทำงานแบบที่ตัวเองชอบ พี่เลยตัดสินใจว่าโอเคพี่ยอมลาออก เพื่อให้น้องสาวได้เรียนต่อ พี่ก็เลือกจะดูแลแม่

ตอนนั้นลำบากมากไหมพี่
-ตอนนั้นพี่มีเงินก้อนเก็บ 300,000-400,000 บาท ตอนนั้นก็ไม่ได้ทำงานอะไรเลย ดูแลแม่อย่างเดียว ใช้เวลาดูแลแม่อยู่ 3 ปีครึ่ง จนแม่เสีย ชีวิตตอนนั้นเริ่มหันเหไปในทางที่ลบ โดยค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เงินเก็บไม่มี เพราะเราต้องจ่ายในทุก ๆ วัน
ความเป็นมายังไงคะ เราถึงได้ก้าวเข้ามาสู่การเป็นเซียนพระ
-เอาตรง ๆ เลยพี่เริ่มจากการที่พี่ไม่มีเงินเลย ทั้งตัวพี่เหลือเงินอยู่แค่ 129 บาท เรานอนอยู่ในบ้านเซเว่นก็ไม่กล้าไปเพราะไม่มีเงิน อยากกินมาม่า ทันใดนั้นก็เหมือนมีแสงกระพริบขึ้นมาเลย ว่าเอ้ยเรามีพระอยู่นี่หว่า เป็นพระเก่าของเราเองตั้งแต่สมัยก่อน 5 ขวบ ก็ขอบ้านลุง บ้านปู่ บ้านน้า บ้านทวดมาเรื่อยๆ สะสม ตอนนั้นก็หยิบพระ 1 องค์ไปขาย พี่ขายได้ประมาณ 10,000 บาท ก็ขายเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงตัวเอง หลังจากนั้นเงินเราหมดเราก็นำไปขายต่อพี่ทำแบบอยู่ 7 ครั้ง

จนวันหนึ่งพี่ก็ได้เจอคนหนึ่ง เหตุการณ์มันเกิดขึ้นที่ใต้สะพานลอยเนาะ ที่เช่าขายพระกันเยอะ ๆ ตอนนั้นพี่ก็หยิบพระ 1 องค์เอาไปขายใต้สะพานลอย จนมีเซียนพระคนหนึ่งเข้ามาพูดกับพี่ว่า เอ้ยพระน้องพระดีไม่ใช่หรอแล้วทำไมน้องถึงไม่มาเป็นเซียนพระล่ะ ขายจนให้เพื่อนรวยแล้วแล้วทำไมตัวเราเองถึงไม่ยอมมาขายเอง พี่ก็ตอบไปเลยว่าผมขายพระไม่เป็นครับ

เขาก็ตอบเรานะว่าแล้วพระเอามาจากไหน เราก็ตอบไปว่าพระตกทอดจากคุณปู่ ย่า ป้า แกเลยบอกกับพี่ว่าเอาแบบนี้ไหม ตู้ข้าง ๆ ว่าง ให้เช่าล่วงหน้า 3,000 บาท จ่ายล่วงหน้า 3 เดือน ก็ 9,000 บาท แล้วก็เอาพระมาตั้งขาย ตอนนั้นพี่ก็ย้ำไปแล้วว่าดูพระไม่เป็น ตัวแกเองก็ยินดีที่จะช่วยสอนให้ แกสอนพี่ว่าจำไว้นะมีพระก็ขายไปก่อนภายใน 3 เดือนนี้ และก็ทำการศึกษาพระหลังจากนี้ไปวันละองค์ เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ให้ครบ 3 เดือน 90 องค์ แล้วทีนี้เราก็ต้องมาหัดลองลงเดินสนามด้วยตัวเอง

ก็คือต้องเริ่มจากพระหลักร้อย ซื้อ 300 ขาย 500 ซื้อ 500 ขาย 700 ราคาในตอนนั้นห้ามซื้อขายเกินองค์ละ 1,000 บาท เพราะตอนนั้นเองตัวพี่ไม่มีเงินเยอะ พี่ใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ราว ๆ 3 เดือน ก็เริ่มจะมีเงินขึ้นมาเริ่มขยับขยายจากการซื้อพระหลักร้อยไปสู่หลักพัน จนมีความชำนาญเก่งขึ้น สะสมเก็บความรู้เก็บเงินมาเรื่อย ๆ

ที่มาของร้านนี้ปัจจุบัน
-หลังจากพี่มีความรู้ประสบการณ์เต็มที่ ภาษาเซียนพระเขาเรียกว่ากระดูกเริ่มแข็ง หลังจาก 1 ปี ตัวพี่เป็นที่ยอมรับของสมาคมเพื่อน ๆ องค์การพระของภาคใต้ หลังจาก 3 ปีผ่านไปความชำนาญเราคือแน่นมากละ จึงอยากขยับย้ายให้ดีขึ้นเป็นร้านที่อยากมี พี่เลยสนใจที่ตรงนี้เฝ้ามาตลอดทำเลก็ดี เฝ้ามา 3 ปีด้วย

จนวันที่ว่างให้เช่าพี่เลยตกลงจะเช่า ตอนที่มาเช่าบอกเลยนะมีเงินไหมก็ไม่มีแต่เราอยากได้ตรงนี้มาก ก็เลยตอบไปว่าเช่าครับหลังจากนั้นไปหาเงินมาแล้วทำทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพี่เปิดมา 1 เดือนน้องเชื่อไหมไม่มีพระเข้ามาสักองค์ หลังจาก 1 ปี กับ 1 วันก็มีการเอาพระมาปล่อยมาให้เช่าจนร้านเราเริ่มชินตาของผู้คน คนหาดใหญ่เริ่มรู้จักว่าที่นี่คือร้านรับเช่าพระ

เรามีช่วยเหลือคนอื่นยังไง เพราะทราบว่าตัวพี่เองนอกจากได้รับแล้ว ยังมีการแบ่งปันส่งต่อคนอื่นด้วย
-ครับผม เยอะมาก ที่พี่ทำเป็นกิจวัตรเลยนะ หลังจากปิดร้านเกือบจะทุกวันในเวลา 2 ทุ่มหรือจะเที่ยงคืน พี่จะขับรถวนไปดู ก่อนกลับบ้านถ้าเจอนนอนข้างทางไร้ญาติ ก็จะเอาเงินใส่ซองให้เขา ครั้งละ 100-500 บาท แล้วแต่นะ แล้วก็ทำบุญช่วยเหลือบ้านเด็กตาบอด กำพร้า หรือแม้กระทั่งแจกเงินในช่วงโควิด หรือโอกาสสำคัญของพี่ พี่จะเน้นการให้เงินมากกว่าให้ข้าวของ เพราะเขาจะได้นำเงินตรงนี้ไปซื้อข้าวของอีกที

ให้กำลังใจที่สนใจทางด้านนี้แต่ไม่มีโอกาสได้ทำ หรือให้ข้อคิดในด้านนี้
- ต้องบอกว่าการเป็นเซียนพระคนทั้ง 100 คน จะศึกษาแล้วจะเป็นได้ทั้ง 100 คน มันอยู่ทั้งพรสวรรค์แล้วก็พรแสวง ใน100 คนนั้นอาจจะได้แค่ 10 คน หรือไม่เกิน 20 คนครับ แต่ทุกอย่างพี่เชื่อว่าเราทุกคนทำได้ครับ ถ้าเรามีความพยายามมากพอ

"ผลไม้ปั่นหัวรั้วลุงพงศ์" ตำนานความอร่อยกว่า 9 ปี หลังบิ๊กซีเอ็กตร้า หาดใหญ่
30 มีนาคม 2569 | 338เปิดใจเด็กป่วยดักแด้ตั้งแต่เกิด "น้องยูฟ่า" ตัวอย่างแรงใจให้กับคนที่กำลังท้อ
12 มีนาคม 2569 | 2,096จิตวิญญาณร่างทรงชาวบ้าน ว่าที่ สส.สงขลาเขต2 ป้ายแดง “จูรี นุ่มแก้ว”
11 กุมภาพันธ์ 2569 | 3,71727 ปี บนถนนนางงาม ร้าน EP’s CAFE กับตำนานเค้กพรุนพันชั้นที่รสชาติไม่เคยเปลี่ยน
31 มกราคม 2569 | 3,383"พี่เริญ" เจ้าของร้านดงยีนส์ ตัวแทนคนหาดใหญ่ที่ลุกขึ้นสู้ ในวันที่ร่างกายแทบหมดแรงจากน้ำท่วมครั้งที่หนักที่สุดในชีวิต
27 ธันวาคม 2568 | 4,284"บ๊ะจ่างม่าเฮียง" สูตรแต้จิ๋วส่งต่อจากคุณแม่ สู่ทายาทรุ่น 2 กว่า 30 ปี
23 ธันวาคม 2568 | 4,461"พัฟสังขยาใส้ทะลัก" ลมหายใจต่อจากคุณยายตำนานบ้านขนมไข่กว่า 40 ปี
14 ตุลาคม 2568 | 5,373"สุ่ยเฮง" ร้านขนมมงคลจีนเก่าแก่คู่เมืองหาดใหญ่ สืบทอดสูตรขนมกว่า 90 ปี จากอากงสู่ทายาทรุ่นที่ 4
27 กันยายน 2568 | 4,272