
ย้อนไปพ.ศ. 2381 ปรากฏชื่อ “หาดใหญ่” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ป็นชื่อรวมของหมู่บ้านโคกเสม็ดชุนและบ้านหาดใหญ่ เดิมดินแดนหาดใหญ่เป็นเนินสูงมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากนัก การคมนาคมไม่สะดวก เป็นป่าต้นเสม็ดชุน โดยทั่วไปชาวบ้านจึงเรียกว่า บ้านโคกเสม็ดชุน เมื่อทางการได้ตัดทางรถไฟมาถึงท้องถิ่นนี้ จึงมีประชาชนอพยพมาตั้งหลักแหล่งทำมาหากินและมากขึ้นเป็นลำดับ
สมัยนั้นสถานีชุมทางรถไฟอยู่ที่สถานีอู่ตะเภา (ด้านเหนือของสถานีรถไฟหาดใหญ่ใน ปัจจุบันเป็นเพียงที่หยุดรถไฟ) เนื่องจากสถานีอู่ตะเภาเป็นที่ลุ่มทำให้น้ำท่วมเป็นประจำ ทางการรถไฟจึงได้ย้ายสถานีมาอยู่ที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ในปัจจุบัน ประชาชนจึงได้ทยอยติดตามมาสร้างบ้านเรือนบริเวณสถานีนั่นเอง จึงอาจกล่าวได้ว่ากิจการรถไฟมีบทบาทต่อการขยับขยาย และความเจริญก้าวหน้าของเมืองหาดใหญ่ตลอดมา
แต่อำเภอหาดใหญ่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่ากว่าจะมีทุกวันนี้ได้ ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างนับไม่ถ้วน ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนจะมีเรื่องราวใดบ้าง ไปอ่านกันต่อเลยจ้า
อำเภอหาดใหญ่ ในปัจจุบัน (2564) ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวนับร้อย ๆ ปี ซึ่งสามารถลำดับเหตุการณ์สำคัญ ๆ ได้ดังนี้
- พ.ศ. 2381 โดยปรากฏชื่อครั้งแรกในนามทุ่งหาดใหญ่ ในเอกสารจดหมายหลวงอุดมสมบัติที่เขียนถึงพระยาศรีพิพัฒน์ (ทัด) ฉบับที่ ๑ และในพงศาวดารเมืองสงขลา เรียบเรียงโดยพระยาวิเชียรคิรี (ชม) กล่าวว่าในระหว่านั้นได้เกิดศึกสงครามระหว่างเมืองไทรบุรีกับเมืองสงขลา ปรากฎว่าทุ่งหาดใหญ่เป็นหนึ่งในเส้นทางของการทำศึกสงคราม
- พ.ศ. 2505 รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าให้สร้างทางหลวงระหว่างเมืองไทรบุรีเชื่อมต่อเมืองสงขลา (ถนนกาญจนวนิช) เพื่อให้ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าสามารถสัญจรไปมาได้สะดวก ส่งผลให้หาดใหญ่กลายเป็นศูนย์กลางคมนาคมและขนส่งสินค้่ และทำให้หาดใหญ่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
- พ.ศ. 2411 เมืองสงขลา ได้แบ่งออกเป็น 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอกลางเมือง อำเภอปละท่า อำเภอเหนือ อำเภอจะนะ และอำเทพา
- พ.ศ. 2515 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้เสด็จกลับจากอินเดียผ่านเมืองไทรบุรี และเสด็จประทับพักแรมบริเวณหาดทรายใหญ่ (คลองอู่ตะเภา)
- พ.ศ. 2427 สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศวรเดช เสด็จตรวจราชการหัวเมืองปักษ์ใต้ ได้ทรงแต่งหนังสือ “ชีวิวัฒน์” เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 5 โดยทรงบรรยายถึงสภาพคลองอู่ตะเภา มีการกล่าวถึงสวนส้มของชาวบ้านและพูดถึงวัดแห่งหนึ่งชื่อว่า "วัดสระเต่า" (วัดคูเต่า)
- พ.ศ. 2428 ปรากฏหลักฐานการตั้งบ้านเรือนบริเวณโคกเสม็ดชุน ซึ่งขณะนั้นพื้นที่ส่วนใหญ่ของโคกเสม็ดชุน มีสภาพเป็นหนองบึงและป่ารกร้าง
- พ.ศ. 2429 นายเจียกีซีหรือขุนนิพัทธ์จีนนคร ได้ถือกำเนิดขึ้นในปีนั้น
- พ.ศ. 2432 จดหมายเหตุ รัชกาลที่ 5 ครั้นเสด็จประพาสแหลมมลายู โดยมีการกล่าวถึงสภาพของ "คลองอู่ตะเภา" กล่าว่า คลองอู่ตะเภาเป็นคลองที่ใหญ่กว่าคลองทุกสาย ขณะเดียวกันสงขลาแบ่งการปกครองเป็น 13 อำเภอ โดยหาดใหญ่อยู่ภายในเขตของ "อำเภอหลวงรักษาพลสยาม" หาดใหญ่ประกอบด้วยบ้านหาดใหญ่ 4 หลังคาเรือน และบ้านโคกเสม็ดชุน 10 เรือน
- พ.ศ. 2434 เมืองสงขลาแบ่งออกเป็น 14 อำเภอ และมีนายอำเภอประจำ
- พ.ศ. 2439 ก่อตั้ง "อำเภอฝ่ายเหนือ"
- พ.ศ. 2442 อำเภอฝ่ายเหนือ ตั้งที่ว่าการอำเภอ ณ ท่าหาดใหญ่ บริเวณริมคลองอู่ตะเภา (บริเวณที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ในปัจจุบัน)
- พ.ศ. 2447 หลวงภูวนารถบุรารักษ์ (อ่อน เศวตนันท์) เป็นนายอำเภอฝ่ายเหนือคนแรก
- พ.ศ. 2448 นายเจียกีซี อพยพมาจากประเทศจีน
- พ.ศ. 2450 หลวงพ่อปาน ปุญญมณี เจ้าอาวาสวัดคลองเรียน รับเด็ก ๆ ในละแวกวัด เข้ามาศึกษาเล่าเรียนในอาคารเรียนและที่กุฏิ
- พ.ศ. 2452 รัชกาลที่ 5 มีพระบรมราชโองการให้สร้างทางรถไฟสายใต้ และนายเจียกีซี ได้เข้าทำงานกับบริษัทรับเหมาสร้างทางรถไฟสายใต้ โดยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการและผู้จัดการทั่วไปช่วงเส้นทางพัทลุง-สงขลา
- พ.ศ. 2453 ทางรถไฟสายใต้ได้สร้างมาถึงบริเวณบ้านอู่ตะเภาและบ้านโคกเสม็ดชุน โดยเส้นทางรถไฟได้สิ้นสุดตรงบริเวณสถานีอู่ตะเภา
- พ.ศ. 2455 นายเจียกีซีซื้อที่ดิน 50 ไร่ บริเวณบ้านโคกเสม็ดชุน (บริเวณสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ในปัจจุบัน)
- พ.ศ. 2456 เริ่มมีการทำเหมืองแร่ที่หาดใหญ่
- พ.ศ. 2457 นายเจียกีซี ก่อตั้งบริษัทนิพัทธ์และบุตร ดำเนินกิจการทั้งแร่ดีบุกและวุลแฟรม/พระเสน่หามนตรี (ชื่น สุคนธหงส์) ย้ายจากพัทลุงมาเป็นนายอำเภอ (นับเป็นนายอำเภอเหนือคนสุดท้าย)
- พ.ศ. 2458 นายเจียกีซีและชาวบ้าน ช่วยกันสร้างสะพานข้ามคลองเรียน และขยายทางเดินไปวัดคลองเรียน ต่อมาถนนสายนี้มีชื่อว่า "ถนนศรีภูวนารถ" / ทางการได้มีการขอซื้อที่ส่วนหนึ่งของนายเจียกีซีเพื่อสร้างย่านรถไฟ
- พ.ศ. 2459 นายเจียกีซี ตัดถนนเจียกีซี 1,2,3 โดยถนนเจียกีซีภายหลังเป็นชื่อเป็น "ถนนธรรมนูญวิถี" ส่วนถนนเจียกีซี 1-3 ก็เปลี่ยนเป็นถนนนิพัทธ์อุทิศ 1-3 ถนนสาย 1,2,3 และสร้างห้องแถว 5 ห้องแรก มีลักษณะเป็นฝาขัดแตะหลังคาจากเพื่อทำเป็นโรงแรมเคี่ยนไท้และโรงแรมหยี่กี

- พ.ศ. 2460 จุดเริ่มต้นก่อกำเนิดเมืองหาดใหญ่ เนื่องจาก "อำเภอฝ่ายเหนือ" ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "อำเภอหาดใหญ่" โดยมีพระเสน่หามนตรี (ชื่น สุคนธหงส์) เป็นนายอำเภอหาดใหญ่คนแรก และได้มีการย้ายสถานีไฟจากสถานีอู่ตะเภามายังบ้านโคกเสม็ดชุนโดยใช้ชื่อว่า "สถานีรถไฟหาดใหญ่"
- พ.ศ. 2460-2467 เกิดบริษัทเกี่ยวกับยางพารา เหมืองแร่ โรงแรม ตลาด โรงมหรสพมากมาย นับว่าเป็นช่วงที่หาดใหญ่รุ่งเรืองมาก
- พ.ศ. 2645 หลวงพ่อปาน ปุญญมณี เริ่มบุกเบิกวัดโคกเสม็ดชุน (แต่เดิมเป็นวัดร้าง) โดยหลวงพ่อปานได้สร้างที่พักสงฆ์ในบริเวณวัดร้าง ซึ่งปรากฏร่องรอยพัทธสีมาเป็นไม้แก่นปักอยู่/หาดใหญ่ก่อตั้ง "โรงเรียนประจำตำบลหาดใหญ่" ขึ้น (โรงเรียนเทศบาล 2)
- พ.ศ. 2466 หาดใหญ่มีประชาชนอาศัยอยู่ 10 หลังคาเรือน และมีการสร้าง "วัดโคกเสม็ดชุน" / "นายซีกิมหยง" ได้อุทิศที่ดินเพื่อสร้าง "ตลาดซีกิมหยง" และสร้างวัดจีน สุเหร่า โรงเจ โรงพยาบาลมิชชั่น/ก่อกำเนิด "โรงเรียนศรีนคร" โดยนายซีกิมหยง
- พ.ศ. 2467 มีการจัดงานเฉลิมฉลองสถานีรถไฟ และ "ตลาดหาดใหญ่" หรือ "ตลาดโคกเสม็ดชุน" ขณะเดียวกันได้มีหมอจากอินเดีย นามว่า "หมอปิแอร์" ได้เข้ามาเปิดร้านหมอรักษาโรคทุกชนิดชื่อ “ดาราสยามโอสถ” (ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1)
- พ.ศ. 2470 เกิดท่าเรือขึ้นที่บริเวณ "ท่าหาดใหญ่" ตรงริมคลองอู่ตะเภา

- พ.ศ. 2471 ตลาดหาดใหญ่ยกฐานะให้เป็นสุขาภิบาล
- พ.ศ. 2472 รัชกาลที่ 7 เสด็จประพาสภาคใต้ ได้พิจารณาคุณงามความดี "นายเจียกีซี" จึงได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น "ขุนนิพัทธ์จีนนคร" ขณะเดียวกันในปีนี้ก็ได้ถือกำเนิดโรงภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า "หาดใหญ่สำเริงสถาน" หรือ "HAADYAICINEMA" ดำเนินการโดย
บริษัทภาพยนตร์ซีตงก๊ก และเกิดเรื่องเศร้าเมื่อหลวงพ่อปาน ปุญญมณี มรณภาพ / กำเนิดอาคารรูปแบบผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกรู้จักในชื่อ ตึกชิโนยูโรเปี้ยนหรือตึกชิโนโปรตุกีส บริเวณถนนนิพัทธ์อุทิศ 1
- พ.ศ. 2474 รัชกาลที่ 7 พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ "นายจันฮกซุ่น" เป็น "หลวงพิธานอำนวยกิจ"
- พ.ศ. 2476 กระทรวงเกษตราธิการ จัดตั้ง "สถานีทดลองกสิกรรมภาคใต้" ที่ตำบลคอหงส์
- พ.ศ. 2478 เมื่อหาดใหญ่มีประชากรเพิ่มมากขึ้น จึงมีประกาศในพระราชกฤษฎีกายกฐานะเป็น "สุขาภิบาลหาดใหญ่" และได้มีการก่อตั้ง "โรงเรียนหาดใหญ่วิทยา" โรงเรียนราษฎร์แห่งแรกของอำเภอหาดใหญ่ โดยมี "อาจารย์ประดิษฐ์ ดิษยะศริน" เป็นครูใหญ่คนแรก
- พ.ศ. 2482 คุณละม้าย ฉัยยากุล บริจาคที่ดินสร้าง "มัสยิดปากีสถาน" ที่ถนนรัถการ (ตลาดสด) /กำเนิดโรงภาพยนตร์สุคนธหงส์ ของพระเสน่หามนตรี (ชื่น สุคนธหงส์) / กำเนิดตลาดเอกชนชื่อว่า “ตลาดเจียซีกี” / ทำพิธีผูกพัทธสีมา และเปลี่ยนชื่อ “วัดโคกเสม็ดชุน” เป็น “วัดโคกสมานคุณ” / กำเนิด "คาสิโนเมืองหาดใหญ่" บริเวณหน้าสถานีรถไฟ
- พ.ศ. 2482 ก่อตั้ง "ค่ายเสนาณรงค์" ณ ตำบลคอหงส์ และทางเทศบาลได้ซื้อที่ดินจาก "นายลีเอ็งเสียง" จำนวน ๒๐ ไร่ บนถนนเพชรเกษมเพื่อสร้างที่ทำการเทศบาลหาดใหญ่ / กำเนิด "โรงภาพยนตร์เฉลิมยนต์" ของขุนนิพัทธ์
- พ.ศ. 2484 เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา และเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม กองทัพแห่งจักรวรรดิ์ญี่ปุ่นบุกสงขลา มีการทิ้งระเบิดบริเวณหน้าสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่
- พ.ศ. 2485 ญี่ปุ่นสร้างสะพานข้ามคลองอู่ตะเภา ข้างที่ว่าการอำเภอ
- พ.ศ. 2488 หลวงพิธานอำนวยกิจ เปิดบริษัทพิธานพาณิชย์ จำกัด สาขาหาดใหญ่ ในปีนั้นก็ได้เปิดโรงเรียนหาดใหญ่ อย่างเป็นทางการ
- พ.ศ. 2489 เกิดอัคคีภัยอาคารบริเวณถนนรถไฟ / บริเวณแถว ๆ หาดใหญ่พลาซ่าในปัจจุบัน
- พ.ศ. 2490 ยกฐานะหาดใหญ่ขึ้นเป็นอำเภอชั้นเอก
- พ.ศ. 2492 ยกฐานะเทศบาลตำบลหาดใหญ่ เป็น "เทศบาลเมืองหาดใหญ่"

- พ.ศ. 2493 เกิดอัคคีภัยครั้งใหญ่ในเมืองหาดใหญ่ โดยเปลวเพลิงเผาผลาญบ้านเรือนบริเวณถนนิพัทธ์อุทิศ 1 เสียหายเกือบทั้งสาย นับว่าเป็นอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่สุดของเมืองหาดใหญ่
- พ.ศ. 2496 พิธีวางศิลาฤกษ์ "ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่"
- พ.ศ. 2497 นายกี่ จิระนคร เป็นนายกเทศมนตรี ได้เริ่มสร้าง "ตลาดสดหาดใหญ่"
- พ.ศ. 2498 เริ่มก่อสร้างสนามจิระนครหาดใหญ่หรือสนามกีฬากลาง
- พ.ศ. 2500 เปิดตลาดสดหาดใหญ่/เปิดใช้หอนาฬิกาหาดใหญ่บริเวณหน้าพลาซ่า สร้างเป็นอนุสรณ์แก่หลวงพิธานอำนวยกิจ/มีการก่อสร้าง โรงพยาบาลหาดใหญ่ในพื้นที่ป่าช้าเก่า
- พ.ศ. 2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรภาคใต้ และเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรในอำเภอหาดใหญ่/เปิดทำการโรงพยาบาลหาดใหญ่
-พ.ศ. 2503 เมืองหาดใหญ่ถูกเปรียบให้เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้
-พ.ศ. 2510 สร้างที่ทำการเทศบาลหาดใหญ่ และวางผังเมืองหาดใหญ่
- พ.ศ. 2511 ประกาศใช้ พรบ.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- พ.ศ. 2512 เปิดใช้สะพานลอยข้ามทางรถไฟ

- พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จมาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระพุทธมงคลบพิตร ณ วิหารพระพุทธมหามงคลบพิตร วัดมหัตตมังคลาราม (วัดหาดใหญ่ใน)
- พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จมาทรงประกอบพิธียกช่อฟ้าอุโบสถวัดโคกสมานคุณ
- พ.ศ. 2528 เปิดอนุสาวรีย์ขุนนิพัทธ์จีนนคร ณ สนามกีฬาจิระนคร
- พ.ศ. 2529 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินเปิดโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการก่อสร้างอาคารที่พักผู้ป่วยและญาติเพิ่มเติม ต่อมาทุกฝ่ายมีมติให้ใช้ชื่อ “อาคารเย็นศิระ”
- พ.ศ. 2531 เปิดทำการท่าอากาศยานหาดใหญ่
- พ.ศ. 2538 ยกฐานะจากเทศบาลเมืองหาดใหญ่ มาเป็น "เทศบาลนครหาดใหญ่"
- พ.ศ. 2543 เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุด โดยน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่เกือบสัปดาห์ ส่งผลให้ศูนย์เสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก
- พ.ศ. 2553 เกิดพายุดีเปรสเข้าถล่มหลายพื้นที่ภาคใต้ หาดใหญ่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง (เพิ่มเติม : ช่วงนายกไพร พัฒโน เป็นนายกเทศมนตรี มีประชาชนกว่าหมื่นคนที่ติดอยู่ในตัวเมือง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขณะนี้ระดับน้ำในบางจุดท่วมพ้นหลังคารถ และบางจุดท่วมชั้น ถึงชั้น 3 ของบ้าน ขณะเดียวกันพื้นที่โดยรอบก็ได้รับผลกระทบน้ำท่วมเช่นกัน การสื่อสาร ไฟฟ้า สายโทรศัพท์ถูกตัดขาดทั้งหมด)
ขอบคุณภาพข้อมูล : ฐานข้อมูลท้องถิ่นภาคใต้ : สำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ถ้ำพ่อพระยามารสิงหะ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ริมสมิหลา แหล่งสักการะ “ทวดเสือสิงหะมาร” เสริมสิริมงคล
29 มีนาคม 2569 | 591วัดแจ้ง ระโนด วัดเก่าแก่ริมอ่าวไทย กับ “ประตูแห่งกาลเวลา” ที่สะท้อนศรัทธาชุมชน
29 มีนาคม 2569 | 690ตำหนักพระแม่งูจงอาง วัดเขาน้อย ศรัทธาและความเชื่อคู่โบราณสถานเมืองสิงหนคร
29 มีนาคม 2569 | 592สุสานคาทอลิกหาดใหญ่ ร่องรอยศรัทธาแห่งชุมชนคริสต์
22 มีนาคม 2569 | 191แมคโดนัลด์ที่ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่เป็นศูนย์รวมความทรงจำของเด็ก ม.อ.
22 มีนาคม 2569 | 674สูดอากาศดี ถ่ายรูปสวยกับอุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ.
22 มีนาคม 2569 | 662ใต้สยามนครินทร์ เวทีเสียงเพลงของวัยรุ่นหาดใหญ่
15 มีนาคม 2569 | 799ไอซ์โดมหาดใหญ่ เมืองหนาวกลางแดนใต้ ความทรงจำของเด็กหาดใหญ่
15 มีนาคม 2569 | 829