
หอนาฬิกาสงขลาแต่เดิมสร้างด้วยงบประมาณจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในขณะนั้น เทศบาลนครสงขลาเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ต่อมาได้รื้อถอนในปี 2526 ซึ่งถือว่ามีอายุกว่า 30 ปี ขณะนั้นเทศบาลสงขลาได้จัดประกวดวาดภาพการก่อสร้างหอนาฬิกา และตัดสินผลงานผู้เข้าประกวด เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2558 โดย คุณสุกล ทรงศรี จากสตูดิโอสุกล สถาปนิกชาวสงขลาที่ชนะการประกวด

ต่อมาเทศบาลนครสงขลา จึงมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการก่อสร้างซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จโดยใช้งบประมาณจากรายได้ปี 2558 จึงเป็นที่มาของจุดประกายความคิดในการออกแบบหอนาฬิกาด้วยแนวคิดในการออกแบบให้หวนคืนรูปแบบหอนาฬิกาดั้งเดิมในสมัยก่อนของชาวสงขลามากว่า 30 ปี กับหอนาฬิกาใหม่

ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559 และแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2559 นายสุคนธ์ ทรงสี สถาปนิกผู้ออกแบบงานประกวดหอนาฬิกา เล่าถึงแนวคิดในการออกแบบว่า ตอนแรกเขาสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสงขลาจากสื่อต่างๆ จนมาเห็นในเว็บไซต์ที่คนสงขลาถามหาหนาฬิกา มีกลุ่มที่ต้องการรูปแบบเก่าและกลุ่มที่ต้องการรูปแบบใหม่ เลยคิดว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของทั้งสองกลุ่มได้อย่างไร

ในอดีตสงขลาก็มีนาฬิกาเหมือนกับจังหวัดอื่นแต่นี่จากการจราจรทำให้พวกเขารื้อหอเก่าลงไปเพื่อให้การจราจรคล่องขึ้น ในปี 2526 (หลายท่านท้วงมาว่ารื้อ 2536 ลองดูจากชุดถ่ายจากบอร์ดเทศบาล ระบุ 2526 อย่างไรก็ดีของคงทั้ง 2 เวลาไว้) ภายหลังสงขลาได้มีแนวคิดที่จะรื้อฟื้นหอนาฬิกาโดยทำการประกวดแบบเมื่อปี 2558 โดยผู้ชนะได้เสนอรูปแบบที่นำของเดิมเข้ามาเป็นโครงก่อนที่จะใส่กรอบใหม่เพื่อต่อเนื่องเรื่องราวเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน

โดยผสมผสานงานเดียวกันราวกับงานจะเชื่อมโยงมิติระหว่างอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกันนำจิตวิญญาณของหอนาฬิกาเดิมกลับมาให้ชาวสงขลาได้ชื่นชมอีกครั้งหลังจากที่รอมานาน มันใช้ปรัชญาหยินและหยาง นั่นคือสัญลักษณ์สองสัญลักษณ์ที่ใช้แทนสถานะของ "สมดุล" ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ตรงกันข้าม แต่เติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบด้วยพื้นที่ของงานชิ้นนี้ที่แสดงถึงอดีต (หอนาฬิกาเก่า)

ถ้าดูช่องว่างตรงกลางจะเห็น เป็นหอนาฬิกาดั้งเดิมซึ่งเป็นความทรงจำอันล้ำค่าและกรอบนอกพังทลาย (หอนาฬิกาใหม่) จะเป็นตัวแทนของปัจจุบันขึ้นอยู่กับมุมที่คุณมองหอนาฬิกา (ด้านทึบหรือด้านโปร่งแสง) เปรียบเสมือนบุคคลที่มีทั้งด้านดีและด้านร้าย ขึ้นอยู่ว่าเราจะมองด้านไหนของเขาเท่านั้น ยังให้ความสำคัญกับเรื่องของแกนอาคารที่หันหน้าเข้าหากัน สู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงคุณค่าทั้ง 4 มุมเมือง ได้แก่ แหลมสมิหลา หาดเก่าเส็งหัวพญานาค และประตูเมืองเก่า

หอนาฬิกาสงขลานี้อยู่บริเวณสี่แยกใกล้กับพิพิธภัณฑ์ธำมรงค์บ้านป๋าเปรม กำแพงเมืองเก่าสงขลา และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลาในช่วงเวลาวันเสาร์อาทิตย์ช่วงเย็นบริเวณนี้ก็จะคราคร่ำด้วยตลาดคนเดินกลายเป็นจุดนัดพบรวมพลของพื้นที่แล้วเป็นจุดเด่นอีกอย่างของจังหวัดสงขลาที่มีเสน่ห์

พาแลต้นจามจุรียักษ์ 100 ปี พญาไม้เก่าแก่คู่วัดท่าข้าม
24 พฤษภาคม 2569 | 249จากวันวานสู่วันนี้ “ศาลาพระวิหารแดง” มรดกแห่งเขาตังกวนสู่แลนด์มาร์กสุดคลาสสิกเมืองสงขลา
24 พฤษภาคม 2569 | 199เปิดตำนาน “แม่ซื้อ” ความเชื่อโบราณของคนสมัยก่อนที่ยังคงมีความเชื่อนี้กันจนถึงปัจจุบัน
17 พฤษภาคม 2569 | 419ศาลเจ้าเก่าแก่คู่ชาวหาดใหญ่ “ศาลเจ้าแม่กวนอิม 100 ปี บ้านปลักธง”
17 พฤษภาคม 2569 | 444พลิกภูมิปัญญาพื้นบ้านสร้างรายได้ จากใบตาลโตนดสู่พวงมาลัยร่วมสมัย
10 พฤษภาคม 2569 | 750เจาะอดีตหงสาวดีกับชเวดากอง
10 พฤษภาคม 2569 | 732ตำนานหวังต้าเซียน เทพแห่งการขอพรสุขภาพ โชคลาภ การงาน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจชาวหาดใหญ่
3 พฤษภาคม 2569 | 1,566ตำนานบ้านเขาคอหงส์ยายจันทร์กับตาทอง
3 พฤษภาคม 2569 | 1,071