หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ซื้อประกัน เดินทางออนไลน์
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP IOS
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP ANDROID
บอกเพื่อนคุณ
ตำนานสงขลา | สมเด็จเจ้าเกาะยอ กับพระสามสมเด็จภาคใต้
24 เมษายน 2561 | 1,523

ย้อนหลังกลับไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา "สมเด็จเจ้าเกาะยอ" หรือในชื่อ "พระราชมุนีเขากุด" ได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นบุตรคนที่ 2 ของนายคำมีกับนางแก้ว แต่เดิมท่านมีชื่อว่า "ขาว" ครั้งเมื่อเกิดมากลางฝ่ามือของท่านเป็นรูปดอกบัวสีขาว เมื่ออายุ 20 ปี ตาของท่านได้นำไปฝากกับ "อธิการอ่ำ" วัดต้นปาบ ตำบลบ้านพรุ เพื่อให้บวชเรียนและอุปสมบทในที่สุด และจำพรรษาอยู่ที่วัดต้นปาบอยู่ถึง 7 พรรษา เมื่อศึกษาหลักธรรมจนแตกฉาน จึงขอลาพระอธิการอ่ำเพื่อออกเดินธุดงค์ สมเด็จเจ้าเกาะยอไปจำพรรษอยู่ที่วัดสุวรรณคีรี ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร (วัดโบราณเก่าแก่อีกแห่งของจังหวัดสงขลา) อยู่ถึง 6 พรรษา ก่อนท่านจะออกเดินธุดงค์ต่อไปยัง วัดบางโหนด ตำบลคูเต่า และเมื่อออกพรรษาท่านได้เดินธุดงค์ไปยังเมืองสทิงพระ เพื่อพบกับ "สมเด็จเจ้าพะโคะ" หรือ "หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด" ที่เราชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ทั้งสองได้นั่งสนทนาธรรมจนเป็นที่ชอบพอกัน

บางตำนานเล่าว่า ระหว่างที่หลวงปู่ทวดกับสมเด็จเจ้าเกาะยอกำลังสนทนากัน สมเด็จเจ้าเกาะยอตั้งสัจอธิษฐานว่า หากตัวท่านและสมเด็จเจ้าพะโคะได้ร่วมสร้างบารมีร่วมกันมา ขอให้สมเด็จเจ้าพะโคะนั่งอยู่บนพรมสีแดง เหตุการณ์อัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เมื่อสมเด็จเจ้าเกาะยออธิษฐานเสร็จ ก็เห็นสมเด็จเจ้าพะโคะนั่งอยู่บนพรมสีแดงจริงๆ หลังจากนั้นทั้งสองจึงออกเดินธุดงค์ไปด้วยกัน จนไปพบ "สมเด็จเจ้าเกาะใหญ่" เมื่อสนทนาธรรมเสร็จ สมเด็จเจ้าเกาะยอก็ตั้งสัจอธิษฐานต่อว่า หากตัวท่านกับสมเด็จเจ้าเกาะใหญ่ เคยสร้างบุญบารมีร่วมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ก็ขอให้สมเด็จเจ้าเกาะใหญ่ยืนอยู่บนพรมสีเหลือง เมื่ออธิษฐานเสร็จท่านก็เห็นสมเด็จเจ้าเกาะใหญ่ยืนอยู่บนพรมสีเหลือง ต่อมาทั้งสมเด็จสามจึงร่วมออกเดินธุดงค์ เพื่อไปพบกับสมเด็จเจ้าท่าเภา (วัดท่าสำเภาเหนือ จังหวัดพัทลุง) ชาวบ้านมักเรียกท่านว่า "สมเด็จเจ้าพรหมทอง" ทั้งสี่ได้ร่วมสนทนาธรรมจนพอใจ สมเด็จเจ้าเกาะยอได้ตั้งสัจอธิษฐานอีกครา ครั้งนี้หากสมเด็จเจ้าท่าเภาเคยร่วมบุญบารมีกับท่านมา ก็ขอให้สมเด็จเจ้าท่าเภานั่งบนพรมสีขาว ผลปรากฏว่าเป็นไปตามดังที่สมเด็จท่านอธิษฐานไว้

สมเด็จเจ้าทั้งสี่ออกเดินทางธุดงค์ร่วมกันอยู่ระยะหนึ่งก็แยกจากกัน โดยสมเด็จเจ้าพะโคะออกเดินธุดงค์กลับไปที่วัดช้างไห้ สมเด็จเจ้าท่าเภาเดินกลับไปที่วัดท่าสำเภาเหนือ และสมเด็จเจ้าเกาะใหญ่เดินทางกลับไปวัดสูงเกาะใหญ่ ส่วนสมเด็จเจ้าเกาะยอได้ออกเดินธุดงค์ไปเมืองสงขลา ลงเรือข้ามฝั่งที่เกาะยอ บ้านแหลมพ้อ ตำบลเกาะยอ ท่านไปปักกลดจำพรรษาอยู่บริเวณนี้นานถึง 7 เดือน จึงเดินทางกลับไปเยี่ยมบิดาและมารดา ณ บ้านพรุ และจำพรรษาที่วัดต้นปาบ ระหว่างที่ท่านจำพรรษาอยู่นั้น สมเด็จเจ้าเกาะยอได้เหยียบรอยเท้าเอาไว้ในบริเวณวัดต้นปาบ เหมือนสมเด็จเจ้าพะโคะที่เหยียบไว้ ณ วัดพะโคะ ต่อมาชาวบ้านเรียกวัดต้นปาบว่า "วัดพระบาทบ้านพรุ"

หลังจากนั้นสมเด็จเจ้าเกาะยอเดินทางกลับไปยังเกาะยออีกครั้งหนึ่ง ท่านได้ไปปักกลดอยู่บนภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่า "เขากุุฏิ" (เขากุฏิ มาจากการเป็นที่ตั้งของกุฏิสมเด็จเจ้าเกาะยอ) คืนวันหนึ่งระหว่างที่สมเด็จเจ้านั่งสมาธิยู่นั้น ได้เกิดนิมิตรเห็นองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าเสด็จลอยลงมายังยอดเขา ทำนายว่าต่อไปสถานที่แห่งนี้จะเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ ขอให้สมเด็จท่านจำพรรษอยู่ที่นี่ ให้สร้างรูปเหมือนพระพุทธองค์ ต่อมาสมเด็จเจ้าเกาะยอก็ได้สร้างพระพุทธรูปประดิษฐานยังยอดเขากุฏิ จนกระทั่งสมเด็จพระเอกาทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยาทรงเห็นว่า สมเด็จเจ้าเกาะยอเป็นผู้มีบุญญาธิการสูง จึงได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดฺ์ว่า "พระราชมุนีเขากุฏิ" แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปมักเรียกท่านว่า "สมเด็จเจ้าเกาะยอ" หรือ "สมเด็จเจ้าเขากุฏิ"

หาดใหญ่โฟกัส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง