ใครรู้บ้างว่า..."ทุเรียน" ผิวสีทองเหลืองอร่ามแสนอร่อย เป็นผลไม้วงศ์ฝ้าย มีมากกว่า 30 ชนิด
หลายคนต่างชื่นชอบในรสชาติและความอร่อยของผลไม้ชนิดนี้ แต่บางคนได้กลิ่นก็ดูเหมือนว่าจะเป็นลม จนเกิดเป็นข้อห้ามในบางสถานที่ (ห้ามนำทุเรียนเข้าไป) มีผู้คนมากมายต่างบอกว่า "ทุเรียน" คือ "ราชาแห่งผลไม้ทั้งมวล" ทุเรียนเป็นพืชโบราณ มีการค้นพบว่ามันมีอยู่บนโลกมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แต่ในซีกโลกตะวันตก (ฝรั่งหัวทอง) กลับเป็นที่รู้จักมาเพียง 600 ปีเท่านั้นเอง "ทุเรียน" เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศบรูไน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ในศตวรรษที่ 19 นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้พรรณนาถึงราชาผลไม้ไว้ว่า "เนื้อมันเหมือนคัสตาร์ด รสชาติคล้ายอัลมอนด์" ในทวีปเอเชียมีการนำทุเรียนมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน หลากหลายเมนู
ในประเทศไทยมีหลักฐานเกี่ยวกับทุเรียนมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เขียนโดย ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ คณะทูตชาวฝรั่งเศส ระบุเกี่ยวกับทุเรียนว่า "ดูเรียน (Durian) หรือที่ชาวสยามเรียก ทูลเรียน เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมในแถบนี้" จากหลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า มีการปลูกทุเรียนในภาคกลางของประเทศไทย ส่วนมาจากที่ไหนไม่ปรากฏชัดเจน แต่ที่น่าเชื่อถือได้มากที่สุด น่าจะนำมาจากภาคใต้ของประเทศไทยนั่นเอง
มีความเชื่อเกี่ยวกับทุเรียนว่าจะเป็นอันตรายเมื่อกินร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกาแฟ มีบันทึกต่าง ๆ บันทึกตรงกันว่า เมื่อกินทุเรียนร่วมกับบรั่นดี จะทำให้รู้สึกไม่สบาย มีกลิ่นปาก และมีอาการท้องอืด แต่จากการสืบสวนทางการแพทย์ของความเท็จจริงของความเชื่อที่ว่านี้ก็ยังไม่สามารถที่จะสรุปได้อย่างเป็นที่แน่นอน แต่การค้นคว้าวิจัยของประเทศญี่ปุ่นพบว่า ทำให้ร่างกายลดความสามารถในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายลงไปถึง 70%
มีตำนานหนึ่งเล่าว่า...กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ยังไม่มีใครรู้จักผลทุเรียนเลย มีเศรษฐีใจบุญผู้หนึ่งชอบทำบุญตักบาตรทุกเช้าเป็นประจำ แต่เศรษฐีผู้นี้มีโรคประจำตัวที่รักษาไม่หาย คือ ที่มือเป็นโรคผิวหนัง มือเปื่อยจนถึงข้อมือ ปกติจะใช้คนในบ้าน ให้ช่วยนำของใส่บาตรพระ อยู่มาวันหนึ่ง บริวารในบ้านได้ลากลับบ้านกันหมด เหลือแต่เศรษฐีเฝ้าบ้านอยู่คนเดียว แต่เศรษฐีก็ยังมีศรัทธาแรงกล้า ต้องการใส่บาตรอยู่เช่นเดิม เมื่อพระมาบิณฑบาตรหน้าบ้าน จึงนิมนต์พระและใส่บาตรด้วยตนเอง ขณะที่บรรจงนำของใส่บาตรพระ มือข้างที่เปื่อยจนใกล้ขาดอยู่แล้วนั้น ก็ได้หลุดลงไปในบาตรพระนั้นด้วย เมื่อพระท่านกลับวัดแล้ว ก็ได้นำมือของเศรษฐีไปฝังดินไว้ ต่อมามือของเศรษฐีที่ฝังดิน ก็ได้งอกออกมา เป็นต้นไม้ใหญ่ และมีผลอันแปลกประหลาด คือมีเปลือกตะปุ่มตะป่ำ สีเขียวคล้ำ เหมือนมือเศรษฐี และเมื่อผ่าออกดู ก็มีเนื้อสีเหลืองนวล และมีรสชาติหวานมันอร่อย คงเป็นเพราะแรงศรัทธาในการทำบุญตักบาตรทุกวันนี่เอง เพราะสีเหลืองเป็นสีแห่งศรัทธา มีกลิ่นรุนแรง คงเหมือนกับมือที่เน่าของเศรษฐี ต่อมาชาวบ้านก็เก็บผลไปกินและเกิดติดใจ จึงนำไปขยายพันธุ์เพิ่ม พร้อมทั้งนำไปขายยังต่างบ้านต่างเมือง สุดท้าย..ต่างก็เป็นเศรษฐีกันทั่วหน้า
คำเตือน: ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง ไม่เหมาะแก่ผู้ที่เป็นโรคไต โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดหัวใจตีบ (อย่ากินเยอะเพราะมันอร่อย)
เขียนและเรียบเรียง: หาดใหญ่โฟกัส
“โรงเรียนช่างตัดเย็บเสื้อผ้าสงขลา” สู่วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา
24 สิงหาคม 2568 | 358ชุมชนท่องเที่ยว "บ้านหัวนอนวัด" ชุมชนคุณธรรม จิตรกรรมล้ำค่า ศาลาร้อยปี
24 สิงหาคม 2568 | 346ตำนานสิทธิเรือรี สู่ชื่อตำบลคลองรี อ.สทิงพระ
24 สิงหาคม 2568 | 322ข้าวดอกราย อาหารพื้นบ้านของคนสะกอมสมัยเริ่มก่อตั้งชุมชน
17 สิงหาคม 2568 | 504ย้อนภาพเก่าเล่าเรื่องอดีต...วิทยาลัยเทคโนโลยีสงขลา
17 สิงหาคม 2568 | 2,698"สะพานประวัติศาสตร์ ๓ พ.ศ." สะพานโค้งแห่งแรกของเส้นทางสายพัทลุง-ตรัง
17 สิงหาคม 2568 | 770พาชมกำแพงเมืองพัทลุงเขาชัยบุรี กำแพงเมืองก่ออิฐหนึ่งเดียวใน จ.พัทลุง
10 สิงหาคม 2568 | 661ศาลเจ้าแป๊ะกงสะเดา ที่พึ่งพายามยากของชาวจีนอพยพ
10 สิงหาคม 2568 | 1,221