
"อุโมงค์เขาน้ำค้าง" ชื่อนี้อาจฟังดูมุ้งมิ้ง แต่คนที่สนใจศึกษาประวัติศาสตร์จะหูผึ่ง เพราะทราบกันดีว่าพื้นที่แห่งนี้ถือเป็นฐานปฏิบัติการลับของ พรรคคอมมิวนิสต์มลายา ผู้ยืนหยัดต่อสู้ด้วยอุดมการณ์ ย้อนไปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุคที่คอมมิวนิสต์รุ่งเรือง มลายู (มาเลเซีย) มีการตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นโดยสู้รบกับทางการมาเลเซียที่อังกฤษปกครองอยู่
-7.jpg)
หลังเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นบุกมลายู กองอังกฤษแพ้แก่ญี่ปุ่น ตอนนั้นอังกฤษก็ใช้แผนใต้ดินให้พรรคคอมมิวนิสต์มลายูช่วยรบกับญี่ปุ่นก่อน พอสงครามจบค่อยจัดสรรผลประโยชน์ให้ พอญี่ปุ่นแพ้กลับกลายเป็นพรรคคอมมิวนิสต์มลายูเป็นกลุ่มนอกกฎหมายก็เลยรบกับทางการมาเลเซียต่อไป

สู้รบจนถูกทางการมาเลเซียและอังกฤษร่วมกันปราบปราม จึงมีการจับอาวุธขึ้นต่อสู้จนต้องถอยร่นมาอยู่ทางตอนเหนือของมาเลเซีย โดยแบ่งกองกำลังออกเป็นกรม ถึง 12 กรม จนถูกตีแตกเหลือมาอยู่ในฝั่งชายแดนไทยเพียง 3 กรมคือ กรม 7 กรม 8 และกรม 12
-2.jpg)
พรรคคอมมิวนิสต์มาลายา กรม 8 ที่ลุกขึ้นจับอาวุธถอยร่นมาจนถึง ดินแดนหุบเขาน้ำค้าง ณ นาทวี ชายแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย ร่วมกันบันทึกประวัติศาสตร์ผ่าน “อุโมงค์เขาน้ำค้าง” อุโมงค์ที่ใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทย ขุดด้วยกำลังคน 200 คน ใช้เวลากว่า 2 ปี (สุดยอดมาก ๆ) ในอุโมงค์แบ่งเป็น 3 ชั้นมีทางเข้าออก 16 ช่องทาง เป็นสถานที่หลบภัย แหล่งเก็บอาวุธ สถานพยาบาล โรงเรียนทางการเมือง
-4.jpg)
ตามประวัติที่นี่เริ่มขุดเมื่อปี 2515 นับเวลากว่า 45 ปีที่พื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือนเขตหวงห้าม ลึกลับ เพราะภูเขาทึบ อีกทั้งเป็นที่ทุรกันดาน แต่หลังสถานการณ์สงครามคลี่คลายลง วันที่ 13 มีนาคม 2530 พรรคคอมมิวนิสต์มลายาก็ได้ออกมารายงานตัวกับรัฐบาลไทย เพื่อเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย
-8.jpg)
สหายคอมมิวนิสต์ทั้งหลายทยอยออกจากป่า เพื่อทำมาหากินตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งกรุงเทพฯ มาเลเซีย และบริเวณพื้นที่เขาน้ำค้าง เมื่อปี พ.ศ.2540 นายยี่ซิง แซ่เหลือง และนายหมิงเซิน แซ่พัง อดีตสมาชิกคอมมิวนิสต์มลายา ได้บูรณะซ่อมแซมจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่เมืองนาทวี เมืองมีสเน่ห์แห่งนี้
-17.jpg)
ทีมงาน HatyaiFocus หาดใหญ่โฟกัส ลงพื้นที่อุโมงค์เขาน้ำค้าง เพื่อสืบค้นเรื่องราวประวัติศาสตร์ วีรกรรมการสู้รบของคอมมิวนิสต์มลายา มาให้ทุกคนได้ศึกษากันต่อ คุณลุงเหลียนเฉิน แซ่ตั้ง หรือ สหายเหลียนเฉินอายุ 85 ปี หนึ่งในผู้ร่วมประวัติศาสตร์ของโจรจีนคอมมิวนิสต์ เล่าให้เราฟังว่า “เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์มลายาตั้งแต่อายุ 17 ปี สมัยนั้นเขาน้ำค้างเป็นที่พักพึงของสหายจากทั้ง มลายู ไทย สิงคโปร์ ทุกคนมีเป้าหมาย คือต้องการเรียกร้องเอกราช”
-16.jpg)
ชีวิตในเขาน้ำค้าง คุณลุงกับสหายทำอะไรบ้าง
อยู่ในป่ามา 10 ปี ชีวิตภายในป่าช่วงนั้นต้องลำบาก ทำงานกับมวลชนแบกของ ทำทุกอย่าง อาหารการกินต้องหุงหากินเอาเอง จะมีตู้เหล็กเก็บของสด สามารถเก็บได้หลายปี ส่วนของสด ผัก เนื้อสด สำหรับประกอบอาหารสามารถลงมาซื้อที่หมู่บ้านในฝั่งไทยเท่านั้น ไม่สามารถข้ามไปซื้อที่ฝั่งมาเลเซียได้ เพราะมีกำลังทหารเฝ้าตระเวนตลอดเวลา เวลาลงไปซื้อของต้องลงไปซื้อของที่ตลาดของคนไทย ทุกคนใจดีมาก เป็นมิตรตลอด ยินดีช่วยเหลือ
.jpg)
-9.jpg)
-5.jpg)
ความลับของอุโมงค์เขาน้ำค้าง
อุโมงค์ที่คอมมิวนิสต์มลายาขุด มีทางเข้าออกที่สลับซับซ้อน ถ้าไม่เคยเข้าไป ก็จะกลายเป็นกับดัก นั่นหมายถึงหากใครกลับออกมาได้ต้องเป็นร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้น หากมีสหายเสียชีวิตต้องฝังภายในป่า โดยไม่มีสุสานใด ๆ บ่งบอกตัวตนเลย
-10.jpg)
วันที่ออกจากป่า
หลังการสู้รบเพื่อเรียกร้องเอกราชให้กับมาเลเซียไม่สำเร็จ สถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ในปี พ.ศ. 2530 กรมที่ 8 และ กรมที่ 12 เขต 2 ได้ตัดสินใจลงจากป่าเพื่อดำเนินการ หลังจากที่พรรคคอมมิวนิสต์มลายาลงจากป่าเขาอย่างสันติ บางคนตัดสินใจกลับประเทศมาเลเซีย เดินทางไปลงหลักปักฐานที่กรุงเทพฯ บางส่วนสร้างหมู่บ้านปิยะมิตร 5 และหมู่บ้านปิยะมิตรที่ 4 บริเวณพื้นที่แถบเขาน้ำค้างนั่นเอง
-13.jpg)
ทำไมคุณลุงถึงเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์
เมื่อก่อนตอนเป็นวัยรุ่น ลุงเห็นญี่ปุ่น เข้ามาควบคุมมลายู ประชาชนได้รับความลำบาก ยากจนเร้นแค้น ลุงจึงลุกขึ้นสู้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์
-11.jpg)
ภายในป่าเขาน้ำค้างมีอะไรอีกบ้าง
มีความอุดมสมบูรณ์ของป่า เคยมีครั้งหนึ่งน้ำแล้ง แต่ที่นี่มีน้ำไหลออกมาจากป่าตลอดเวลา ทำให้ไม่เคยประสบปัญหาน้ำแล้ง ป่านี้เป็นป่าที่มีพื้นที่ติดกับมาเลเซีย ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงในการเดินเท้า
-6.jpg)
จากคำบอกเล่ากับคุณลุง อุโมงค์ที่คอมมิวนิสต์มลายาขุดยังมีอีก 10 อุโมงค์ อยู่ในป่าลึก เต็มไปด้วยอันตราย เพราะทางการไทยสงวนที่นี่ให้เป็นอุทยานแห่งชาติจึงไม่สามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวหรือใครเข้าไปได้
-14.jpg)
ปัจจุบันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเยอะมั้ย?
เมื่อก่อนเขาน้ำค้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เพราะทุกคนอยากเห็นความน่าทึ่งของประวัติศาสตร์ที่สร้างด้วยมือมนุษย์ รถบัสกว่า 10 คัน ทยอยเข้าชมสถานที่แห่งนี้ แต่เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้พื้นที่แห่งนี้เงียบเหงา ในวันนั้นมีเพียงแค่พวกเรา ทีมงานHatyaiFocus หาดใหญ่โฟกัส เท่านั้น
-12.jpg)
แอบทึ่งและชื่นชมกับ บรรดาสหายกล้าที่ยอมทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ออกมาต่อสู้กับรัฐบาลมาเลเซีย ภายใต้อุดมการณ์ที่เข้มแข็ง ความยากลำบากภายในป่า อากาศที่หนาวเย็นไม่เคยทำให้พวกเขาย่อท้อ
-15.jpg)
ปัจจุบันคุณลุงเหลียนเฉินได้รับสัญชาติไทยแล้ว หลังจากเข้าร่วมพัฒนาชาติไทย โดยทำมาหากินในไทย และอาศัยอยู่แถวหมู่บ้านปิยะมิตร รอบ ๆ เขาน้ำค้าง เราคิดว่า การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เหมือนเดินย้อนเวลากลับไปคุยกับผู้คน สิ่งของ สถานที่ในตำนาน เรียนรู้สิ่งที่หล่อหลอมให้เกิดบ้านเมืองต่าง ๆ นั่นเอง
ขอบคุณรูปภาพ www.sgforums.com/forums/10/topics/367732
ถ้ำพ่อพระยามารสิงหะ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ริมสมิหลา แหล่งสักการะ “ทวดเสือสิงหะมาร” เสริมสิริมงคล
29 มีนาคม 2569 | 458วัดแจ้ง ระโนด วัดเก่าแก่ริมอ่าวไทย กับ “ประตูแห่งกาลเวลา” ที่สะท้อนศรัทธาชุมชน
29 มีนาคม 2569 | 554ตำหนักพระแม่งูจงอาง วัดเขาน้อย ศรัทธาและความเชื่อคู่โบราณสถานเมืองสิงหนคร
29 มีนาคม 2569 | 468สุสานคาทอลิกหาดใหญ่ ร่องรอยศรัทธาแห่งชุมชนคริสต์
22 มีนาคม 2569 | 186แมคโดนัลด์ที่ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่เป็นศูนย์รวมความทรงจำของเด็ก ม.อ.
22 มีนาคม 2569 | 554สูดอากาศดี ถ่ายรูปสวยกับอุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ.
22 มีนาคม 2569 | 544ใต้สยามนครินทร์ เวทีเสียงเพลงของวัยรุ่นหาดใหญ่
15 มีนาคม 2569 | 681ไอซ์โดมหาดใหญ่ เมืองหนาวกลางแดนใต้ ความทรงจำของเด็กหาดใหญ่
15 มีนาคม 2569 | 711